สวัสดีครับพี่น้องชาวพันทิปที่รักทุกท่าน
วันนี้ผมไม่ได้จะมาเล่าเรื่องผี หรืออวดของใหม่นะครับ แต่จะมาคุยเรื่องที่เชื่อว่าหลายคนกำลังเจอ หรือเคยเจอมาบ้างแน่ๆ นั่นก็คือ “ความกดดันในสภาวะวิกฤต” นั่นแหละครับ
โอ้โห... แค่พูดคำว่า "วิกฤต" ก็รู้สึกเหมือนมีก้อนหินมาทับอกแล้วใช่ไหมครับ ยิ่งเจอความกดดันผสมโรงเข้าไปอีก ก็ยิ่งรู้สึกว่าโลกหมุนเร็วขึ้น ใจเต้นแรงขึ้น แถมสมองก็เหมือนจะรวนๆ ยังไงไม่รู้ครับ ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเลยครับ เพราะชีวิตคนเรามันก็เหมือนการเล่นเกมครับ มีทั้งด่านง่าย ด่านยาก ด่านที่บอสถึกจนอยากจะปาจอยทิ้งก็มีครับ แต่เชื่อเถอะครับว่าทุกวิกฤตมันมีทางออกเสมอ เราแค่ต้องหาวิธีรับมือมันให้ถูกจุดเท่านั้นเองครับ
วันนี้ผมเลยอยากชวนทุกคนมานั่งคุยกันสบายๆ (เหมือนนั่งจิบกาแฟข้างๆ กันครับ) แล้วมาดูกันว่าเราจะเอาอะไรไปสู้กับความกดดันเจ้าปัญหาพวกนี้ได้บ้างครับ
1. ยอมรับซะว่า "มันปกติ" ครับ
อย่างแรกเลยที่อยากให้ทุกคนทำคือ "ยอมรับ" ครับ ยอมรับว่าตอนนี้เรากำลังรู้สึกกดดัน กำลังเครียด กำลังรู้สึกแย่ครับ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับที่คนเราจะรู้สึกแบบนี้เวลาเจอเรื่องหนักๆ ครับ อย่าไปคิดว่าเราต้องเข้มแข็งตลอดเวลา หรือไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่ดูเหมือนจะชิลๆ กว่าเราครับ ทุกคนมีความอดทนไม่เท่ากัน และมีวิธีแสดงออกไม่เหมือนกันครับ การที่เรายอมรับความรู้สึกตัวเองได้เนี่ย เป็นการปลดล็อกด่านแรกที่สำคัญที่สุดเลยนะครับ เหมือนเราได้บอกกับตัวเองว่า "เฮ้ย ไม่เป็นไรนะ รู้สึกแบบนี้ก็ไม่ผิด" พอเรายอมรับได้ ใจเราจะเบาขึ้นทันทีเลยครับ เชื่อผมสิครับ
2. ซอยปัญหาใหญ่ให้เป็นชิ้นเล็กๆ ครับ
เคยไหมครับที่มองปัญหาแล้วรู้สึกเหมือนกำแพงเมืองจีนที่สูงลิบลิ่วจนท้อไปก่อนครับ ความกดดันส่วนใหญ่มันเกิดจากการที่เรามองภาพรวมของปัญหาที่มันใหญ่โตมโหฬารจนเกินไปครับ ลองเปลี่ยนมุมมองดูนะครับ แทนที่จะมองว่า "โอ๊ย! ปัญหาเยอะไปหมด ฉันทำไม่ได้หรอก" ให้ลองคิดว่า "เอาล่ะ ปัญหามีอะไรบ้างนะ?" แล้วค่อยๆ แตกมันออกมาเป็นส่วนๆ ครับ
ยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ สมมติว่างานเยอะมากจนทำไม่ไหว แทนที่จะมองว่า "งานล้นมือ" ให้ลองลิสต์ออกมาครับว่ามีอะไรบ้าง 1. ส่งอีเมลลูกค้า A 2. ทำรายงาน B 3. ประชุมกับทีม C พอเราเห็นเป็นชิ้นๆ แบบนี้แล้ว มันจะดูจัดการง่ายขึ้นเยอะเลยครับ แล้วเราก็ค่อยๆ ทำไปทีละชิ้นครับ ทำได้ชิ้นนึงก็ขีดฆ่าไปครับ ฟินสุดๆ เลยครับ เหมือนได้เก็บแต้มไปเรื่อยๆ ครับ
3. โฟกัสสิ่งที่ควบคุมได้ครับ (และปล่อยวางในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้)
อันนี้เป็นกฎเหล็กเลยครับ ในสภาวะวิกฤตเนี่ย มีสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เยอะแยะไปหมดครับ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ภายนอก คำพูดของคนอื่น หรือแม้กระทั่งอารมณ์ของคนรอบข้างครับ การที่เราเอาใจไปจมปลักกับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เนี่ย มีแต่จะยิ่งเพิ่มความกดดันให้ตัวเองเปล่าๆ ครับ
ให้เราหันมาโฟกัสกับสิ่งที่เรา "ควบคุมได้" แทนครับ เช่น เราควบคุมท่าทีของเราได้ เราควบคุมการตอบสนองของเราได้ เราควบคุมความตั้งใจในการทำงานของเราได้ครับ พอเราเอาพลังงานมาลงกับสิ่งที่ควบคุมได้ ใจเราจะรู้สึกมีอำนาจมากขึ้นครับ เหมือนได้ขับรถไปในทิศทางที่เราอยากไป ไม่ใช่ปล่อยให้ลมพัดไปเรื่อยๆ ครับ ส่วนสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ก็ปล่อยมันไปบ้างครับ เหมือนเราเปิดหน้าต่างให้ลมพัดผ่านครับ อย่าไปคว้ามันไว้ให้มือเจ็บเลยครับ
4. ดูแลกายและใจให้ดีเหมือนชาร์จแบตเตอรี่ครับ
เวลาเครื่องใช้ไฟฟ้าแบตหมด เรายังเอาไปชาร์จเลยใช่ไหมครับ แล้วทำไมร่างกายกับจิตใจเราจะไม่ชาร์จบ้างล่ะครับ ในช่วงเวลาที่กดดันมากๆ เรายิ่งต้องดูแลตัวเองให้ดีเป็นพิเศษครับ
นอนให้พอครับ หลายคนอาจจะคิดว่าช่วงวิกฤตต้องทำงานหนักจนดึกดื่นครับ แต่เชื่อเถอะครับว่าการนอนให้พอเนี่ย ช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้นเยอะเลยครับ
กินอาหารดีๆ ครับ ไม่ต้องไดเอทเข้มงวดอะไรหรอกครับ แค่เลือกอาหารที่มีประโยชน์บ้าง ไม่ใช่กาแฟกับมาม่าทุกมื้อก็พอแล้วครับ
ขยับร่างกายบ้างครับ ไม่ต้องถึงขั้นวิ่งมาราธอนครับ แค่เดินเล่นรอบบ้าน ยืดเส้นยืดสาย หรือเต้นมั่วๆ หน้ากระจกก็ได้ครับ การขยับร่างกายช่วยให้ฮอร์โมนแห่งความสุขหลั่งออกมานะครับ
หาเวลาพักผ่อนเล็กๆ น้อยๆ ครับ ดื่มกาแฟแก้วโปรด ฟังเพลงสบายๆ ดูซีรีส์ตลกๆ สักตอน หรืออ่านกระทู้พันทิปของผมก็ได้ครับ (อันนี้ไม่บังคับครับ ฮ่าๆ) การพักผ่อนเล็กๆ น้อยๆ เนี่ย เหมือนการรีเฟรชสมองให้กลับมาทำงานต่อได้อย่างเต็มที่ครับ
5. มองหาแสงเล็กๆ ในความมืดครับ
สุดท้ายแล้วครับ ไม่ว่าวิกฤตจะหนักแค่ไหน ก็มักจะมี "โอกาส" หรือ "บทเรียน" ซ่อนอยู่เสมอครับ ลองมองหามันดูนะครับ บางทีวิกฤตอาจจะทำให้เราได้ค้นพบความสามารถใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ครับ หรืออาจจะทำให้เราได้เห็นคนที่รักและพร้อมจะยืนเคียงข้างเราจริงๆ ครับ
การพูดคุยกับเพื่อนสนิท ครอบครัว หรือแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญ ก็ช่วยได้เยอะเลยครับ อย่าแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเลยครับ การระบายความรู้สึกออกมาบ้างก็เหมือนกับการปล่อยไอน้ำออกจากหม้อแรงดันครับ ช่วยลดความกดดันได้เยอะเลยครับ
จำไว้เสมอนะครับว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวครับ ในโลกพันทิปแห่งนี้ เราทุกคนต่างเป็นเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะให้กำลังใจกันและกันเสมอครับ ไม่ว่าตอนนี้คุณจะเจออะไรอยู่ ขอให้รู้ไว้ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวครับ
เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ สู้ๆ ครับ! แล้วเราจะผ่านมันไปด้วยกันครับผม!
เมื่อวิกฤตถาโถม...แต่ใจต้องไม่พัง! 5 ทริครับมือความกดดันฉบับคนสู้ครับ
วันนี้ผมไม่ได้จะมาเล่าเรื่องผี หรืออวดของใหม่นะครับ แต่จะมาคุยเรื่องที่เชื่อว่าหลายคนกำลังเจอ หรือเคยเจอมาบ้างแน่ๆ นั่นก็คือ “ความกดดันในสภาวะวิกฤต” นั่นแหละครับ
โอ้โห... แค่พูดคำว่า "วิกฤต" ก็รู้สึกเหมือนมีก้อนหินมาทับอกแล้วใช่ไหมครับ ยิ่งเจอความกดดันผสมโรงเข้าไปอีก ก็ยิ่งรู้สึกว่าโลกหมุนเร็วขึ้น ใจเต้นแรงขึ้น แถมสมองก็เหมือนจะรวนๆ ยังไงไม่รู้ครับ ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเลยครับ เพราะชีวิตคนเรามันก็เหมือนการเล่นเกมครับ มีทั้งด่านง่าย ด่านยาก ด่านที่บอสถึกจนอยากจะปาจอยทิ้งก็มีครับ แต่เชื่อเถอะครับว่าทุกวิกฤตมันมีทางออกเสมอ เราแค่ต้องหาวิธีรับมือมันให้ถูกจุดเท่านั้นเองครับ
วันนี้ผมเลยอยากชวนทุกคนมานั่งคุยกันสบายๆ (เหมือนนั่งจิบกาแฟข้างๆ กันครับ) แล้วมาดูกันว่าเราจะเอาอะไรไปสู้กับความกดดันเจ้าปัญหาพวกนี้ได้บ้างครับ
1. ยอมรับซะว่า "มันปกติ" ครับ
อย่างแรกเลยที่อยากให้ทุกคนทำคือ "ยอมรับ" ครับ ยอมรับว่าตอนนี้เรากำลังรู้สึกกดดัน กำลังเครียด กำลังรู้สึกแย่ครับ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับที่คนเราจะรู้สึกแบบนี้เวลาเจอเรื่องหนักๆ ครับ อย่าไปคิดว่าเราต้องเข้มแข็งตลอดเวลา หรือไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่ดูเหมือนจะชิลๆ กว่าเราครับ ทุกคนมีความอดทนไม่เท่ากัน และมีวิธีแสดงออกไม่เหมือนกันครับ การที่เรายอมรับความรู้สึกตัวเองได้เนี่ย เป็นการปลดล็อกด่านแรกที่สำคัญที่สุดเลยนะครับ เหมือนเราได้บอกกับตัวเองว่า "เฮ้ย ไม่เป็นไรนะ รู้สึกแบบนี้ก็ไม่ผิด" พอเรายอมรับได้ ใจเราจะเบาขึ้นทันทีเลยครับ เชื่อผมสิครับ
2. ซอยปัญหาใหญ่ให้เป็นชิ้นเล็กๆ ครับ
เคยไหมครับที่มองปัญหาแล้วรู้สึกเหมือนกำแพงเมืองจีนที่สูงลิบลิ่วจนท้อไปก่อนครับ ความกดดันส่วนใหญ่มันเกิดจากการที่เรามองภาพรวมของปัญหาที่มันใหญ่โตมโหฬารจนเกินไปครับ ลองเปลี่ยนมุมมองดูนะครับ แทนที่จะมองว่า "โอ๊ย! ปัญหาเยอะไปหมด ฉันทำไม่ได้หรอก" ให้ลองคิดว่า "เอาล่ะ ปัญหามีอะไรบ้างนะ?" แล้วค่อยๆ แตกมันออกมาเป็นส่วนๆ ครับ
ยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ สมมติว่างานเยอะมากจนทำไม่ไหว แทนที่จะมองว่า "งานล้นมือ" ให้ลองลิสต์ออกมาครับว่ามีอะไรบ้าง 1. ส่งอีเมลลูกค้า A 2. ทำรายงาน B 3. ประชุมกับทีม C พอเราเห็นเป็นชิ้นๆ แบบนี้แล้ว มันจะดูจัดการง่ายขึ้นเยอะเลยครับ แล้วเราก็ค่อยๆ ทำไปทีละชิ้นครับ ทำได้ชิ้นนึงก็ขีดฆ่าไปครับ ฟินสุดๆ เลยครับ เหมือนได้เก็บแต้มไปเรื่อยๆ ครับ
3. โฟกัสสิ่งที่ควบคุมได้ครับ (และปล่อยวางในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้)
อันนี้เป็นกฎเหล็กเลยครับ ในสภาวะวิกฤตเนี่ย มีสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เยอะแยะไปหมดครับ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ภายนอก คำพูดของคนอื่น หรือแม้กระทั่งอารมณ์ของคนรอบข้างครับ การที่เราเอาใจไปจมปลักกับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เนี่ย มีแต่จะยิ่งเพิ่มความกดดันให้ตัวเองเปล่าๆ ครับ
ให้เราหันมาโฟกัสกับสิ่งที่เรา "ควบคุมได้" แทนครับ เช่น เราควบคุมท่าทีของเราได้ เราควบคุมการตอบสนองของเราได้ เราควบคุมความตั้งใจในการทำงานของเราได้ครับ พอเราเอาพลังงานมาลงกับสิ่งที่ควบคุมได้ ใจเราจะรู้สึกมีอำนาจมากขึ้นครับ เหมือนได้ขับรถไปในทิศทางที่เราอยากไป ไม่ใช่ปล่อยให้ลมพัดไปเรื่อยๆ ครับ ส่วนสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ก็ปล่อยมันไปบ้างครับ เหมือนเราเปิดหน้าต่างให้ลมพัดผ่านครับ อย่าไปคว้ามันไว้ให้มือเจ็บเลยครับ
4. ดูแลกายและใจให้ดีเหมือนชาร์จแบตเตอรี่ครับ
เวลาเครื่องใช้ไฟฟ้าแบตหมด เรายังเอาไปชาร์จเลยใช่ไหมครับ แล้วทำไมร่างกายกับจิตใจเราจะไม่ชาร์จบ้างล่ะครับ ในช่วงเวลาที่กดดันมากๆ เรายิ่งต้องดูแลตัวเองให้ดีเป็นพิเศษครับ
นอนให้พอครับ หลายคนอาจจะคิดว่าช่วงวิกฤตต้องทำงานหนักจนดึกดื่นครับ แต่เชื่อเถอะครับว่าการนอนให้พอเนี่ย ช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้นเยอะเลยครับ
กินอาหารดีๆ ครับ ไม่ต้องไดเอทเข้มงวดอะไรหรอกครับ แค่เลือกอาหารที่มีประโยชน์บ้าง ไม่ใช่กาแฟกับมาม่าทุกมื้อก็พอแล้วครับ
ขยับร่างกายบ้างครับ ไม่ต้องถึงขั้นวิ่งมาราธอนครับ แค่เดินเล่นรอบบ้าน ยืดเส้นยืดสาย หรือเต้นมั่วๆ หน้ากระจกก็ได้ครับ การขยับร่างกายช่วยให้ฮอร์โมนแห่งความสุขหลั่งออกมานะครับ
หาเวลาพักผ่อนเล็กๆ น้อยๆ ครับ ดื่มกาแฟแก้วโปรด ฟังเพลงสบายๆ ดูซีรีส์ตลกๆ สักตอน หรืออ่านกระทู้พันทิปของผมก็ได้ครับ (อันนี้ไม่บังคับครับ ฮ่าๆ) การพักผ่อนเล็กๆ น้อยๆ เนี่ย เหมือนการรีเฟรชสมองให้กลับมาทำงานต่อได้อย่างเต็มที่ครับ
5. มองหาแสงเล็กๆ ในความมืดครับ
สุดท้ายแล้วครับ ไม่ว่าวิกฤตจะหนักแค่ไหน ก็มักจะมี "โอกาส" หรือ "บทเรียน" ซ่อนอยู่เสมอครับ ลองมองหามันดูนะครับ บางทีวิกฤตอาจจะทำให้เราได้ค้นพบความสามารถใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ครับ หรืออาจจะทำให้เราได้เห็นคนที่รักและพร้อมจะยืนเคียงข้างเราจริงๆ ครับ
การพูดคุยกับเพื่อนสนิท ครอบครัว หรือแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญ ก็ช่วยได้เยอะเลยครับ อย่าแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเลยครับ การระบายความรู้สึกออกมาบ้างก็เหมือนกับการปล่อยไอน้ำออกจากหม้อแรงดันครับ ช่วยลดความกดดันได้เยอะเลยครับ
จำไว้เสมอนะครับว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวครับ ในโลกพันทิปแห่งนี้ เราทุกคนต่างเป็นเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะให้กำลังใจกันและกันเสมอครับ ไม่ว่าตอนนี้คุณจะเจออะไรอยู่ ขอให้รู้ไว้ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวครับ
เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ สู้ๆ ครับ! แล้วเราจะผ่านมันไปด้วยกันครับผม!