.
ชัชชาติเคลื่อนไหวแล้ว! ขอบคุณที่ไปเลือกตั้ง เดินหน้าร่วมมือ ‘สภากทม.’ รับใช้ชาวกรุงฯ
.
สืบเนื่องจากผลการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่ง นาย
ชัชชาติสิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 9 ทีมกรุงเทพฯทำงาน ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย ด้วยคะแนน 1,019,232 คะแนน ได้รับคะแนน 1,537,784 คะแนน นั้น
.
ล่าสุด นาย
ชัชชาติ ได้โพสต์ภาพกระโดดบนเวทีภายหลังทราบผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ที่สเตเดียมวัน ถนนบรรทัดทอง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ วอร์รูมลุ้นผลเลือกตั้งกับ ‘
ทีมชัชชาติ’ พร้อมระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ โดยขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมยืนยันเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนากรุงเทพมหานคร
.
นาย
ชัชชาติ ระบุว่า
.
“กราบขอบพระคุณทุกๆ ท่านที่ออกไปลงคะแนนเสียงเลือกผู้ว่า กทม. และ ส.ก. เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานะครับ
.
ผมและทีมงานจะทำงานร่วมกับสภา กทม. และบุคลากรของ กทม. อย่างเต็มที่ เพื่อรับใช้ชาวกรุงเทพมหานครให้ดีที่สุดครับ”
.
ทั้งนี้ การเลือกตั้งกทม. ครั้งล่าสุด มีประชาชนออกมาใช้สิทธิอย่างคึกคัก สำหรับภาพรวม โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ว่ากทม. ทั้งสิ้น 4,428,644 คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 2,338,098 คน คิดเป็นร้อยละ 52.79 แบ่งเป็นบัตรดี 2,263,608 ใบ บัตรเสีย 22,020 ใบ และบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 52,470 ใบ ขณะที่ การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 4,384,693 คน และมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 2,306,788 คน
.
โดยล่าสุด พรรคประชาชน ร่วมกับ กลุ่มคนทำงาน เสนอชื่อ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ ส.ก.เขตบางซื่อ ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานสภากทม. คนที่ 26 โดยเมื่อ กกต.ได้ให้การรับรองผลการเลือกตั้งทางสมาชิก กทม.ทั้ง 37 ท่าน จะร่วมเห็นชอบในการลงมติ เพื่อเลือก น.ส.
ภัทราภรณ์ เป็นประธาน กทม. นาย
เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ว่าที่ ส.ก.เขตบึงกุ่ม เป็นรองประธานสภา คนที่ 1 นาย
นริสสร แสงแก้ว เป็นรองประธานคนที่ 2 เพื่อให้การทำงานมีเอกภาพ ในการทำงานเพื่อควบคุมตรวจสอบและดูและการบริการ
.
https://www.facebook.com/chadchartofficial/posts/pfbid02uFPjWoZWqn3dt9cqTeDtiXwuzSvs4f5KAcK62Y2JTodcXFZhSDm17dMAFxFaA8nfl
.
.
ทีมชัชชาติ โต้ มัลลิกา ยกข้อกม.แจงดีเทลยิบ ปมไซซ์ป้ายหาเสียง แนะเช็กก่อนพูด
https://www.matichon.co.th/politics/bkk-election69/news_5791762
.
ทีมชัชชาติ โต้ มัลลิกา ยกข้อกม.แจงดีเทลยิบ ปมไซซ์ป้ายหาเสียง แนะเช็กก่อนพูด
.
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม สืบเนื่องกรณี นาง
มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 กล่าวในการบรรยายของสถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา พาดพิงถึงสื่อโฆษณาหาเสียงของนาย
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่ามีป้ายเกินขนาด ผิดกฎหมายนั้น
.
ฝ่ายกฎหมายของ นาย
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ขอชี้แจงว่า การหาเสียงของ นาย
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงทุกประการ และได้มีการหารือ สอบถาม และแจ้งต่อ กกต. ในทุกกระบวนการก่อนดำเนินการแล้ว
.
โดยมีรายละเอียด ดังนี้
.
1. สื่อโฆษณาที่ติดบนรถสาธารณะและรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน รวมถึงจออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ใช่ “แผ่นป้ายหาเสียง” หรือ “ประกาศหาเสียง” ตามนิยามของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องขนาดและจำนวน
.
ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 นั้น ได้กำหนดนิยาม “แผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง” ว่า แผ่นป้ายของผู้สมัครที่มีลักษณะเป็นกระดาษ กระดาน หรือวัสดุอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและมีความแข็งแรงที่มีข้อความหรือรูปที่ผู้สมัครได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง กล่าวคือ แผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้งจะต้องมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม ถูกยึดไว้บนโครงไม้ โครงโลหะ หรือยึดไว้กับส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร หรือสิ่งที่ยึดอยู่บนพื้นที่
.
ในส่วนของ “ประกาศหาเสียงเลือกตั้ง” ดังกล่าว ได้นิยามไว้ว่า “ประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง” หมายความว่า ประกาศของผู้สมัครที่มีลักษณะเป็นกระดาษหรือวัสดุอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันที่มีข้อความหรือรูปที่ผู้สมัครได้จัดทำเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น ประกาศหาเสียงเลือกตั้งจึงต้องพิมพ์ลงในวัสดุที่เป็นกระดาษหรือวัสดุที่มีลักษณะคล้ายกระดาษ และใช้สำหรับการติดตั้งบนอาคาร แผ่นกระดาน หรือสิ่งที่ไม่อาจเคลื่อนที่ได้เท่านั้น
.
นอกจากนี้ ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าว ก็ไม่ได้ออกข้อห้ามไม่ให้มีการโฆษณาหาเสียงโดยวิธีการอื่น ดังจะเห็นได้จากการระบุให้ “
เอกสาร” หรือ “
วีดิทัศน์” ที่ใช้ในการหาเสียงต้องระบุชื่อผู้ผลิต ผู้จัดทำ และรายละเอียดอื่นๆ (ข้อ 23)
.
เมื่อตีความระเบียบของ กกต. ประกอบกับประกาศของ กกต. กรณีนี้จึงเห็นได้ว่า กฎหมายเลือกตั้งอนุญาตให้มีการหาเสียงโดยวิธีการอื่นนอกเหนือไปจากการผลิตป้ายและประกาศอย่างที่เคยยึดถือปฏิบัติกันมา ไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะการทำในรูปแบบของ “
ประกาศ” หรือ “
แผ่นป้าย” เท่านั้น
.
จากข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น กรณีจึงเห็นได้ว่า สื่อโฆษณาที่ข้าพเจ้าติดตั้งบนรถโดยสารสาธารณะและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนั้น ซึ่งทำจากสติกเกอร์ ไม่ใช่กระดาษหรือแผ่นป้ายที่ยึดติดกับอาคาร หรือสถานที่ใดที่หนึ่ง แต่เป็นการปิดสื่อโฆษณาเข้ากับพาหนะซึ่งเคลื่อนที่ได้ ซึ่งไม่เข้าลักษณะของประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งแต่อย่างใด
.
ด้วยเหตุนี้ สื่อโฆษณาที่ทีมงาน นาย
ชัชชาติ ติดบนรถสาธารณะและประตูรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน รวมถึงบนจอภาพอิเล็กทรอนิกส์ จึงไม่ใช่แผ่นป้ายหาเสียง หรือ ประกาศหาเสียงตามนิยามของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องขนาดและจำนวน และไม่มีประกาศหรือระเบียบใดๆ บัญญัติถึงข้อห้ามหรือข้อกำหนดขนาดและจำนวนแต่อย่างใด
.
2. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ประเภทของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 อนุญาตให้มีการหาเสียงในรูปแบบอื่นได้ เพียงแต่ต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายเท่านั้น
.
ข้าพเจ้าขอเรียนต่อไปว่า นอกจากการติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์บนรถโดยสารสาธารณะจะไม่เข้านิยามของ “แผ่นป้ายหาเสียง” และ “ประกาศหาเสียง” ตามระเบียบ กกต. ที่อ้างแล้วนั้น ยังมีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ประเภทของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 ซึ่งให้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งรวมถึง “…(4) ค่าโฆษณาในสื่อต่างๆ ได้แก่ ค่าสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ค่าผลิตสื่อเพื่อการออกอากาศ รวมถึงค่าโฆษณาอื่นที่เป็นการกระทำเพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง (5) ค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง…”
.
กรณีจึงหมายความได้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้อนุญาตให้มีการโฆษณาการหาเสียงเลือกตั้งในรูปแบบสื่ออื่นๆ นอกจากประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง เพียงแต่ต้องแจ้งค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายกฎหมายได้เคยทำหนังสือแจ้งรายละเอียดถึงการโฆษณาดังกล่าว ตามหนังสือเรื่อง แจ้งการโฆษณาหาเสียงด้วยวิธีการปิดสติกเกอร์บนรถโดยสารประจำทาง ฉบับลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ซึ่งได้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว
.
ยิ่งไปกว่านั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งก็เคยมีหนังสือตอบกลับเกี่ยวกับการโฆษณาหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะว่า
.
“
8. ข้อหารือที่ 7 ค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่โฆษณาบนยานพาหนะสาธารณะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายด้วยหรือไม่ เห็นว่า ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมาคิดคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย โดยต้องไม่เกินจำนวนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนดตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562
.
9. ข้อหารือที่ 8 และ 9 การติดป้ายโฆษณาหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะจะทำให้รถคันนั้นเข้าลักษณะเป็น “พาหนะที่ใช้ในการหาเสียง” ตามข้อ 23 (3) ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 ด้วยหรือไม่ และหากพิจารณาแล้วว่า รถโดยสารสาธารณะทั่วไปที่มีการปล่อยเช่าพื้นที่บนรถโดยสารเพื่อหาเสียงเลือกตั้งถือเป็น “พาหนะในการหาเสียง” ตามระเบียบดังกล่าว ในกรณีนี้ เจ้าของพาหนะ/ผู้ประกอบกิจการรถขนส่งสาธารณะซึ่งยังคงต้องประกอบอาชีพรับส่งผู้โดยสารเป็นการทั่วไป (เพียงแต่รับติดป้ายโฆษณาหาเสียง) จะสามารถนำพาหนะคันดังกล่าวออกประกอบอาชีพรับจ้างตามปกติได้หรือไม่ เห็นว่า การเช่าพื้นที่โฆษณาเพื่อหาเสียงเลือกตั้งบนยานพาหนะสาธารณะ อาจไม่เข้าข่ายมีลักษณะเป็นพาหนะที่ใช้ในการหาเสียง เป็นเพียงการเช่าพื้นที่โฆษณาเพื่อหาเสียงเลือกตั้งซึ่งผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมาคิดคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย เว้นแต่ ผู้สมัครรับเลือกตั้งประสงค์จะจ้างให้เป็นพาหนะที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระเบียบดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานเจ้าของรถโดยสารสาธารณะด้วย เช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นต้น”
.
ประกอบกับเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้จัดให้มีการอบรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์แก่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เพื่อให้ผู้สมัครทุกรายหาเสียงถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่ง ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้กรุณาให้คำตอบเกี่ยวกับการหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะเอาไว้อย่างชัดเจนว่า สามารถกระทำได้ และไม่ถือเป็นประกาศหรือแผ่นป้ายหาเสียงที่จำกัดขนาด เพียงแต่ต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งด้วยเท่านั้น
.
จึงขอให้ทางผู้รับฟังบรรยายของคุณ
มัลลิกา ที่สถาบันพระปกเกล้า และสาธารณชนทั่วไป รับทราบและเข้าใจโดยทั่วกัน ว่าการหาเสียงของนาย
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ยึดมั่นและเป็นไปกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงอย่างถูกต้องทุกประการทั้งสิ้น และขอให้ผู้พาดพิง ตรวจสอบข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ถี่ถ้วนก่อนแสดงความเห็นใดๆ ออกสู่สาธารณะ.
JJNY : ชัชชาติเดินหน้าร่วมมือสภากทม.│ทีมชัชชาติโต้มัลลิกา│น้ำป่าท่วมด่านชุมพล│อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย หลังยึดกัญชาไทย
https://www.matichon.co.th/politics/bkk-election69/news_5791852
.
ชัชชาติเคลื่อนไหวแล้ว! ขอบคุณที่ไปเลือกตั้ง เดินหน้าร่วมมือ ‘สภากทม.’ รับใช้ชาวกรุงฯ
.
สืบเนื่องจากผลการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่ง นายชัชชาติสิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 9 ทีมกรุงเทพฯทำงาน ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย ด้วยคะแนน 1,019,232 คะแนน ได้รับคะแนน 1,537,784 คะแนน นั้น
.
ล่าสุด นายชัชชาติ ได้โพสต์ภาพกระโดดบนเวทีภายหลังทราบผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ที่สเตเดียมวัน ถนนบรรทัดทอง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ วอร์รูมลุ้นผลเลือกตั้งกับ ‘ทีมชัชชาติ’ พร้อมระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ โดยขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมยืนยันเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนากรุงเทพมหานคร
.
นายชัชชาติ ระบุว่า
.
“กราบขอบพระคุณทุกๆ ท่านที่ออกไปลงคะแนนเสียงเลือกผู้ว่า กทม. และ ส.ก. เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานะครับ
.
ผมและทีมงานจะทำงานร่วมกับสภา กทม. และบุคลากรของ กทม. อย่างเต็มที่ เพื่อรับใช้ชาวกรุงเทพมหานครให้ดีที่สุดครับ”
.
ทั้งนี้ การเลือกตั้งกทม. ครั้งล่าสุด มีประชาชนออกมาใช้สิทธิอย่างคึกคัก สำหรับภาพรวม โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ว่ากทม. ทั้งสิ้น 4,428,644 คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 2,338,098 คน คิดเป็นร้อยละ 52.79 แบ่งเป็นบัตรดี 2,263,608 ใบ บัตรเสีย 22,020 ใบ และบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 52,470 ใบ ขณะที่ การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 4,384,693 คน และมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 2,306,788 คน
.
โดยล่าสุด พรรคประชาชน ร่วมกับ กลุ่มคนทำงาน เสนอชื่อ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ ส.ก.เขตบางซื่อ ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานสภากทม. คนที่ 26 โดยเมื่อ กกต.ได้ให้การรับรองผลการเลือกตั้งทางสมาชิก กทม.ทั้ง 37 ท่าน จะร่วมเห็นชอบในการลงมติ เพื่อเลือก น.ส.ภัทราภรณ์ เป็นประธาน กทม. นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ว่าที่ ส.ก.เขตบึงกุ่ม เป็นรองประธานสภา คนที่ 1 นายนริสสร แสงแก้ว เป็นรองประธานคนที่ 2 เพื่อให้การทำงานมีเอกภาพ ในการทำงานเพื่อควบคุมตรวจสอบและดูและการบริการ
.
https://www.facebook.com/chadchartofficial/posts/pfbid02uFPjWoZWqn3dt9cqTeDtiXwuzSvs4f5KAcK62Y2JTodcXFZhSDm17dMAFxFaA8nfl
.
.
ทีมชัชชาติ โต้ มัลลิกา ยกข้อกม.แจงดีเทลยิบ ปมไซซ์ป้ายหาเสียง แนะเช็กก่อนพูด
https://www.matichon.co.th/politics/bkk-election69/news_5791762
.
ทีมชัชชาติ โต้ มัลลิกา ยกข้อกม.แจงดีเทลยิบ ปมไซซ์ป้ายหาเสียง แนะเช็กก่อนพูด
.
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม สืบเนื่องกรณี นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 กล่าวในการบรรยายของสถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา พาดพิงถึงสื่อโฆษณาหาเสียงของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่ามีป้ายเกินขนาด ผิดกฎหมายนั้น
.
ฝ่ายกฎหมายของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ขอชี้แจงว่า การหาเสียงของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงทุกประการ และได้มีการหารือ สอบถาม และแจ้งต่อ กกต. ในทุกกระบวนการก่อนดำเนินการแล้ว
.
โดยมีรายละเอียด ดังนี้
.
1. สื่อโฆษณาที่ติดบนรถสาธารณะและรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน รวมถึงจออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ใช่ “แผ่นป้ายหาเสียง” หรือ “ประกาศหาเสียง” ตามนิยามของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องขนาดและจำนวน
.
ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 นั้น ได้กำหนดนิยาม “แผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง” ว่า แผ่นป้ายของผู้สมัครที่มีลักษณะเป็นกระดาษ กระดาน หรือวัสดุอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและมีความแข็งแรงที่มีข้อความหรือรูปที่ผู้สมัครได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง กล่าวคือ แผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้งจะต้องมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม ถูกยึดไว้บนโครงไม้ โครงโลหะ หรือยึดไว้กับส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร หรือสิ่งที่ยึดอยู่บนพื้นที่
.
ในส่วนของ “ประกาศหาเสียงเลือกตั้ง” ดังกล่าว ได้นิยามไว้ว่า “ประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง” หมายความว่า ประกาศของผู้สมัครที่มีลักษณะเป็นกระดาษหรือวัสดุอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันที่มีข้อความหรือรูปที่ผู้สมัครได้จัดทำเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น ประกาศหาเสียงเลือกตั้งจึงต้องพิมพ์ลงในวัสดุที่เป็นกระดาษหรือวัสดุที่มีลักษณะคล้ายกระดาษ และใช้สำหรับการติดตั้งบนอาคาร แผ่นกระดาน หรือสิ่งที่ไม่อาจเคลื่อนที่ได้เท่านั้น
.
นอกจากนี้ ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งดังกล่าว ก็ไม่ได้ออกข้อห้ามไม่ให้มีการโฆษณาหาเสียงโดยวิธีการอื่น ดังจะเห็นได้จากการระบุให้ “เอกสาร” หรือ “วีดิทัศน์” ที่ใช้ในการหาเสียงต้องระบุชื่อผู้ผลิต ผู้จัดทำ และรายละเอียดอื่นๆ (ข้อ 23)
.
เมื่อตีความระเบียบของ กกต. ประกอบกับประกาศของ กกต. กรณีนี้จึงเห็นได้ว่า กฎหมายเลือกตั้งอนุญาตให้มีการหาเสียงโดยวิธีการอื่นนอกเหนือไปจากการผลิตป้ายและประกาศอย่างที่เคยยึดถือปฏิบัติกันมา ไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะการทำในรูปแบบของ “ประกาศ” หรือ “แผ่นป้าย” เท่านั้น
.
จากข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น กรณีจึงเห็นได้ว่า สื่อโฆษณาที่ข้าพเจ้าติดตั้งบนรถโดยสารสาธารณะและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนั้น ซึ่งทำจากสติกเกอร์ ไม่ใช่กระดาษหรือแผ่นป้ายที่ยึดติดกับอาคาร หรือสถานที่ใดที่หนึ่ง แต่เป็นการปิดสื่อโฆษณาเข้ากับพาหนะซึ่งเคลื่อนที่ได้ ซึ่งไม่เข้าลักษณะของประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งแต่อย่างใด
.
ด้วยเหตุนี้ สื่อโฆษณาที่ทีมงาน นายชัชชาติ ติดบนรถสาธารณะและประตูรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน รวมถึงบนจอภาพอิเล็กทรอนิกส์ จึงไม่ใช่แผ่นป้ายหาเสียง หรือ ประกาศหาเสียงตามนิยามของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องขนาดและจำนวน และไม่มีประกาศหรือระเบียบใดๆ บัญญัติถึงข้อห้ามหรือข้อกำหนดขนาดและจำนวนแต่อย่างใด
.
2. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ประเภทของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 อนุญาตให้มีการหาเสียงในรูปแบบอื่นได้ เพียงแต่ต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายเท่านั้น
.
ข้าพเจ้าขอเรียนต่อไปว่า นอกจากการติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์บนรถโดยสารสาธารณะจะไม่เข้านิยามของ “แผ่นป้ายหาเสียง” และ “ประกาศหาเสียง” ตามระเบียบ กกต. ที่อ้างแล้วนั้น ยังมีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ประเภทของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 ซึ่งให้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งรวมถึง “…(4) ค่าโฆษณาในสื่อต่างๆ ได้แก่ ค่าสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ค่าผลิตสื่อเพื่อการออกอากาศ รวมถึงค่าโฆษณาอื่นที่เป็นการกระทำเพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง (5) ค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง…”
.
กรณีจึงหมายความได้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้อนุญาตให้มีการโฆษณาการหาเสียงเลือกตั้งในรูปแบบสื่ออื่นๆ นอกจากประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง เพียงแต่ต้องแจ้งค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายกฎหมายได้เคยทำหนังสือแจ้งรายละเอียดถึงการโฆษณาดังกล่าว ตามหนังสือเรื่อง แจ้งการโฆษณาหาเสียงด้วยวิธีการปิดสติกเกอร์บนรถโดยสารประจำทาง ฉบับลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ซึ่งได้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว
.
ยิ่งไปกว่านั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งก็เคยมีหนังสือตอบกลับเกี่ยวกับการโฆษณาหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะว่า
.
“8. ข้อหารือที่ 7 ค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่โฆษณาบนยานพาหนะสาธารณะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายด้วยหรือไม่ เห็นว่า ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมาคิดคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย โดยต้องไม่เกินจำนวนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนดตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562
.
9. ข้อหารือที่ 8 และ 9 การติดป้ายโฆษณาหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะจะทำให้รถคันนั้นเข้าลักษณะเป็น “พาหนะที่ใช้ในการหาเสียง” ตามข้อ 23 (3) ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 ด้วยหรือไม่ และหากพิจารณาแล้วว่า รถโดยสารสาธารณะทั่วไปที่มีการปล่อยเช่าพื้นที่บนรถโดยสารเพื่อหาเสียงเลือกตั้งถือเป็น “พาหนะในการหาเสียง” ตามระเบียบดังกล่าว ในกรณีนี้ เจ้าของพาหนะ/ผู้ประกอบกิจการรถขนส่งสาธารณะซึ่งยังคงต้องประกอบอาชีพรับส่งผู้โดยสารเป็นการทั่วไป (เพียงแต่รับติดป้ายโฆษณาหาเสียง) จะสามารถนำพาหนะคันดังกล่าวออกประกอบอาชีพรับจ้างตามปกติได้หรือไม่ เห็นว่า การเช่าพื้นที่โฆษณาเพื่อหาเสียงเลือกตั้งบนยานพาหนะสาธารณะ อาจไม่เข้าข่ายมีลักษณะเป็นพาหนะที่ใช้ในการหาเสียง เป็นเพียงการเช่าพื้นที่โฆษณาเพื่อหาเสียงเลือกตั้งซึ่งผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมาคิดคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย เว้นแต่ ผู้สมัครรับเลือกตั้งประสงค์จะจ้างให้เป็นพาหนะที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระเบียบดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานเจ้าของรถโดยสารสาธารณะด้วย เช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นต้น”
.
ประกอบกับเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้จัดให้มีการอบรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์แก่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เพื่อให้ผู้สมัครทุกรายหาเสียงถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่ง ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้กรุณาให้คำตอบเกี่ยวกับการหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะเอาไว้อย่างชัดเจนว่า สามารถกระทำได้ และไม่ถือเป็นประกาศหรือแผ่นป้ายหาเสียงที่จำกัดขนาด เพียงแต่ต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งด้วยเท่านั้น
.
จึงขอให้ทางผู้รับฟังบรรยายของคุณมัลลิกา ที่สถาบันพระปกเกล้า และสาธารณชนทั่วไป รับทราบและเข้าใจโดยทั่วกัน ว่าการหาเสียงของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ยึดมั่นและเป็นไปกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงอย่างถูกต้องทุกประการทั้งสิ้น และขอให้ผู้พาดพิง ตรวจสอบข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ถี่ถ้วนก่อนแสดงความเห็นใดๆ ออกสู่สาธารณะ.