ไม่ใช่ทางผ่าน! ตำรวจอินโดนีเซียจับกุมผู้ต้องหาขนดอกกัญชารวม 3.37 ตันมากเป็นประวัติศาสตร์ ต้นทางมาจากไทย ผ่านมา 10 วัน ต่างชาติจับยาเสพติดที่มีต้นทางจากไทยถึง 3 เหตุการณ์รวมทั้งโปแลนด์และออสเตรเลีย
วันที่ 3 กรกฎาคม 2026 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติอินโดนีเซีย (BNN) ประเทศ อินโดนีเซีย ร่วมแถลงการกวาดล้าง และจับกุมเครือข่ายลักลอบขนกัญชาครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากของกลางเป็นดอกกัญชาน้ำหนักรวมกว่า 3.37 ตัน การสอบสวน พบว่าต้นทางเป็นการส่งมาจากประเทศไทย เพื่อเตรียมนำไปแปรรูปเป็นน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 12 ราย และกำลังเร่งล่าตัวตัวการใหญ่ชาวต่างชาติอีก 2 รายที่ยังคงหลบหนี
เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวชาวมาเลเซีย นามสมมติ CKF (หรือ L) และชาวจีน นามสมมติ ZL (หรือ J) ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติกลุ่มนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 12 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 1 ราย (นามสมมติ A) ขณะที่การสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการรายอื่นยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง BNN, กรมศุลกากร, ตำรวจ และกองทัพอินโดนีเซีย หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยส่งมาจากประเทศไทย เข้าเทียบท่า ณ ท่าเรือตันจุงปรี-อก (Tanjung Priok) ในกรุงจาการ์ตา แม้จะมีการสำแดงเอกสารทางศุลกากรอย่างถูกต้อง แต่จากการตรวจค้นพบกัญชาซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง 500 ใบ และห่อบรรจุยางพาราอีก 80 ห่อ
ทางด้าน BNN ระบุว่า กัญชาล็อตนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับการจำหน่ายในรูปแบบทั่วไป แต่เป็นดอกกัญชาที่มีสาร THC สูง เพื่อนำไปสกัดเป็นสาร THC เข้มข้นสำหรับผลิตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สูงขึ้นหลายเท่าตัว โดยมีเป้าหมายในการกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ เช่น จาการ์ตา, บาหลี, ชวาตะวันออก, เซมารัง, สุมาตราใต้ และบาลิกปาปัน
วันที่ 2 ก.ค. 2026 เจ้าหน้าที่ตำรวจโปแลนด์และเยอรมนี ร่วมกันจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามประเทศได้ที่ชายแดนร่วมโปแลนด์และเยอรมนี และตรวจยึดกัญชานำหนักรวม 1.2 ตัน คิดเป็นมูลค่าในตลาดมืดกว่า 12 ล้านยูโร หรือราว 450 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชายแดนร่วมระหว่างโปแลนด์ และเยอรมนี แถลงว่า ขบวนการนี้ใช้เส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยต้นทางมาจาก ประเทศไทย ผ่านท่าเรือฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ก่อนจะส่งต่อไปยังประเทศโปแลนด์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง
กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้วิธีอำพรางการลำเลียงยาเสพติด ด้วยการซุกซ่อนกัญชาไว้ภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุ อิฐศิลาแลง ซึ่งเป็นสินค้าพาณิชย์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พร้อมย้ำว่า คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ หันมาใช้ประโยชน์จากเส้นทางการขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศมากขึ้น เพื่ออำพรางลักลอบขนยาเสพติด
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2026 กองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) จับกุมแอร์โฮสเตสสาวสัญชาติไทย วัย 26 ปี ตั้งข้อหาลักลอบขนเฮโรอีนน้ำหนักกว่า 1 กิโลกรัม เข้าประเทศออสเตรเลียอย่างผิดกฎหมาย ที่ท่าอากาศยานเมลเบิร์น ซึ่งมีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
เมื่อประเทศไทยไม่ใช่ทางผ่าน แต่ต้นทางมาจากไทย ทั้งกัญชาและ เฮโรอีน