เบื่อชีวิตวนลูปหน้าจอ? มาดีท็อกซ์โซเชียลกันเถอะ! เพื่อสุขภาพจิตที่พุ่งกระฉูดกว่าเดิมครับ!

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกท่าน วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญที่อยากจะชวนคุยและแชร์ประสบการณ์กันหน่อยครับ เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยมีความรู้สึกประมาณว่า "เฮ้ย วันๆ เราทำอะไรไปวะเนี่ย?" พอหันไปมองเวลาที่ใช้ไปกับโซเชียลมีเดียในแต่ละวัน โอ้โห บางทีมันก็ทำเอาตกใจเหมือนกันนะครับ

ยอมรับเลยว่ายุคนี้โซเชียลมีเดียมันคือส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว ไม่ว่าจะอัปเดตข่าวสาร ติดตามเพื่อนฝูง ดาราคนโปรด หรือแม้แต่ดูมีมฮาๆ คลายเครียด มันก็มีประโยชน์ของมันแหละครับ แต่บางทีเราก็อาจจะเผลอไถฟีดเพลินไปหน่อย จนกลายเป็นว่าสุขภาพจิตเราเริ่มรวนๆ โดยไม่รู้ตัว

เคยไหมครับที่ตื่นเช้ามายังไม่ทันจะล้างหน้าแปรงฟัน ก็คว้ามือถือมาส่องโซเชียลแล้ว? หรือก่อนนอนก็ยังคงไถไปเรื่อยๆ จนเลยเวลาพักผ่อน? บางทีการที่เราเห็นชีวิตคนอื่นที่ดูดี๊ดี มีแต่เรื่องแฮปปี้ในฟีด ก็อาจจะทำให้เราเอามาเปรียบเทียบกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว จนเกิดความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาได้ครับ



ผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นครับ ไถไปเรื่อยๆ ดูไปเรื่อยๆ จนบางทีมันก็รู้สึกเหมือนถูกดูดพลังงานออกไปหมด การที่สมองเราได้รับข้อมูลจำนวนมหาศาลตลอดเวลา มันทำให้เราพักผ่อนไม่เต็มที่ คิดมาก วิตกกังวล และที่สำคัญคือ "สมาธิ" เราแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

นั่นแหละครับคือเหตุผลว่าทำไมการ "ดีท็อกซ์โซเชียลมีเดีย" ถึงสำคัญมาก มันไม่ใช่การเลิกใช้ไปเลยนะครับ แต่เป็นการพักเพื่อให้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้จัดระเบียบความคิด และฟื้นฟูสุขภาพจิตให้กลับมาสดใสอีกครั้ง

เอาล่ะครับ ถ้าพร้อมแล้ว เรามาดูวิธีดีท็อกซ์ง่ายๆ ที่ผมลองแล้วเวิร์คกันดีกว่าครับ

วิธีดีท็อกซ์โซเชียลมีเดียฉบับคนอยากมีสติ (และสุขภาพจิตดีขึ้น!)

1. สารภาพบาป (ดูเวลาการใช้งานจริงจัง!)
อันดับแรกเลยคือเราต้องรู้ตัวก่อนครับว่าปกติแล้วเราใช้เวลาไปกับแอปไหนมากที่สุด ในมือถือจะมีฟังก์ชัน 'Digital Wellbeing' หรือ 'Screen Time' ที่บอกเราได้เลยว่าวันๆ นึงเราหมดไปกี่ชั่วโมงกับจอ ลองเข้าไปดูครับ แล้วจะอึ้ง! พอรู้ตัวเลขแล้วมันจะเหมือนมีอะไรมาสะกิดว่า "เฮ้ย แกใช้เยอะไปแล้วนะ!" ครับ

2. กำหนดโซนปลอดมือถือ
ง่ายๆ เลยครับ กำหนดเวลาหรือสถานที่ที่ห้ามแตะมือถือเด็ดขาด เช่น ตอนทานอาหารกับครอบครัว หรือเพื่อนฝูง, ห้องนอนหลัง 4 ทุ่ม, หรือแม้แต่ตอนเข้าห้องน้ำ (อันนี้หลายคนพลาดบ่อยนะครับ!)

ผมลองแล้วมันดีมากเลยครับ ตอนทานข้าวก็ไม่ต้องคอยเงยหน้าจากจอ ไปนั่งคุยกับคนที่อยู่ตรงหน้าแทน บรรยากาศมันดีขึ้นเป็นกองเลยครับ



3. ทำความสะอาดฟีดตัวเองซะ!
ลองไถดูฟีดตัวเองสิครับว่ามีอะไรที่มันดูแล้วทำให้เราเครียด ทำให้เรารู้สึกแย่ หรือทำให้เราเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นบ้างไหม? ถ้ามี จง "อันฟอลโลว์" หรือ "ปิดการแจ้งเตือน" ไปเลยครับ! ไม่ต้องกลัวว่าจะพลาดอะไรไปหรอกครับ ชีวิตเรามันสั้นเกินกว่าจะมานั่งดูอะไรที่ทำให้เราไม่สบายใจ

ลองเก็บแค่เพจหรือคนที่เราอยากติดตามจริงๆ หรือคนที่ให้พลังบวกกับเราก็พอครับ ฟีดเราจะได้สะอาดตาและมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามาแทนครับ

4. หาอะไรทำที่เป็น "ชีวิตจริง" บ้าง
นี่คือหัวใจสำคัญเลยครับ! พอเราลดเวลาหน้าจอลงได้แล้ว เราก็จะมีเวลาเหลือเฟือ ลองเอาเวลานั้นไปทำอะไรที่มันให้ความสุขในโลกออฟไลน์ดูครับ ไม่ว่าจะเป็น
   อ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม
   ออกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ สูดอากาศบริสุทธิ์
   โทรหาเพื่อนเก่าที่ไม่ได้คุยกันนาน
   ลองงานอดิเรกใหม่ๆ ที่สนใจ เช่น วาดรูป เล่นดนตรี ทำอาหาร
   ออกกำลังกายเบาๆ เช่น โยคะ วิ่ง ปั่นจักรยาน

กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เราได้ใช้สมองส่วนอื่น ได้พักจากแสงสีฟ้า และที่สำคัญคือมันจะช่วยเติมเต็มพลังงานให้เราได้ดีกว่าการไถฟีดเป็นไหนๆ เลยครับ

5. เริ่มจากน้อยๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น
ไม่ต้องหักดิบนะครับ การดีท็อกซ์มันไม่ใช่การเลิกขาดไปเลย แต่เป็นการฝึกฝน เริ่มจากตั้งเป้าหมายเล็กๆ ก่อน เช่น งดโซเชียล 1 ชั่วโมงก่อนนอน หรือพักโซเชียลทุกวันอาทิตย์ทั้งวัน พอเราทำได้แล้วจะรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากเลยครับ



ผมรับประกันเลยครับว่าถ้าเพื่อนๆ ลองทำตามดู แค่ไม่กี่วันก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงแล้ว สมองเราจะโล่งขึ้น มีสมาธิมากขึ้น นอนหลับสบายขึ้น และที่สำคัญคือเราจะมีความสุขกับ "ชีวิตจริง" รอบตัวเรามากขึ้นครับ

การดีท็อกซ์โซเชียลมีเดียไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยครับ มันคือการที่เราได้กลับมาเป็นเจ้าของเวลาและสติของตัวเองอีกครั้ง ลองดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าชีวิตที่ "ไม่อิงกระแส" มากเกินไป มันสงบและมีคุณค่าขนาดไหน

ขอให้ทุกคนสนุกกับการค้นพบความสุขในโลกออฟไลน์นะครับ แล้วถ้าใครลองทำแล้วเป็นยังไง มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ อยากรู้เหมือนกันว่าใครจะค้นพบอะไรดีๆ บ้างครับ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่