สุดท้าย...วันที่ผมเก็บความอึดอัดไว้ไม่ไหวก็มาถึง
วันนั้นผมกลับจากขายของเกือบสี่ทุ่ม เหนื่อยจนแทบไม่มีแรงยืน พอเข้าบ้านก็โดนพ่อตาพูดว่า
"พรุ่งนี้ตื่นตีสี่นะ จะพาไปช่วยตัดหญ้า"
ผมได้แต่พยักหน้า แต่ในใจมันเหมือนมีอะไรบางอย่างขาดลง
คืนนั้นผมนอนไม่หลับ นั่งคิดทบทวนชีวิตตัวเองอยู่คนเดียว
ผมย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะคิดว่าจะได้สร้างอนาคตกับคนที่รัก แต่หนึ่งปีที่ผ่านมา ผมกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังใช้ชีวิตเพื่อคนอื่นทั้งหมด
ผมไม่มีเวลาพัก ไม่มีเวลาให้ตัวเอง ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะเหนื่อย
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตื่นเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ผมตัดสินใจบอกแฟนว่า
"เราขอคุยด้วยหน่อย"
ผมเล่าทุกอย่างที่อัดอั้นอยู่ในใจ ทั้งเรื่องงาน เรื่องการถูกใช้งานทุกวัน และความรู้สึกที่ตัวเองเหมือนเป็นคนรับใช้มากกว่าจะเป็นคนในครอบครัว
แฟนนั่งเงียบอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า
"เราก็รู้ว่านายเหนื่อย...แต่ไม่คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้"
ผมตอบกลับไปว่า
"เราไม่ได้ขอให้ใครเลี้ยงนะ เราทำมาหากินเองได้ แต่เราอยากมีชีวิตของเราเองบ้าง"
หลังจากคุยกันอยู่พักใหญ่ แฟนก็ยอมรับว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยกล้าพูดกับพ่อแม่ เพราะกลัวจะมีปัญหาในบ้าน
แต่ครั้งนี้ เขาเลือกที่จะยืนข้างผม
เย็นวันนั้น เราสองคนเข้าไปคุยกับพ่อตาแม่ยายอย่างตรงไปตรงมา
ผมยกมือไหว้แล้วพูดด้วยความเคารพ
"ผมขอบคุณที่เมตตาให้ผมมาอยู่ที่นี่ แต่ผมคิดว่าถึงเวลาที่ผมกับ...ควรออกไปสร้างครอบครัวของตัวเองแล้วครับ"
บรรยากาศในบ้านเงียบสนิท
พ่อตานั่งนิ่ง ก่อนจะถามสั้น ๆ ว่า
"หมายความว่าจะย้ายออก?"
ผมตอบเพียงคำเดียว
"ครับ"
แม้จะมีสีหน้าไม่พอใจ มีคำพูดประชดประชันอยู่บ้าง แต่ครั้งนี้ผมไม่ตอบโต้
เพราะผมรู้ว่า ถ้ายังอยู่ต่อ ชีวิตผมคงไม่ต่างจากเดิม
อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ผมกับแฟนเช่าห้องเล็ก ๆ หลังตลาดที่ผมขายของ ค่าเช่าไม่ได้แพง เฟอร์นิเจอร์ก็มีแค่ของจำเป็น
แต่คืนแรกที่ได้นอนในห้องนั้น...
ผมหลับสนิทเป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งปี
ไม่มีเสียงเคาะประตูตีสี่
ไม่มีใครปลุกไปทำงาน
ไม่มีความรู้สึกว่าตัวเองต้องคอยเอาใจใครตลอดเวลา
ถึงห้องจะเล็ก ถึงต้องเริ่มต้นใหม่ แต่ผมกลับรู้สึกว่า...
นี่ต่างหาก คือคำว่า "บ้าน" ที่ผมตามหามาตลอด
ย้ายมาอยู่บ้านพ่อตา แม่ยายอึดอัดมากครับ ep จบ
วันนั้นผมกลับจากขายของเกือบสี่ทุ่ม เหนื่อยจนแทบไม่มีแรงยืน พอเข้าบ้านก็โดนพ่อตาพูดว่า
"พรุ่งนี้ตื่นตีสี่นะ จะพาไปช่วยตัดหญ้า"
ผมได้แต่พยักหน้า แต่ในใจมันเหมือนมีอะไรบางอย่างขาดลง
คืนนั้นผมนอนไม่หลับ นั่งคิดทบทวนชีวิตตัวเองอยู่คนเดียว
ผมย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะคิดว่าจะได้สร้างอนาคตกับคนที่รัก แต่หนึ่งปีที่ผ่านมา ผมกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังใช้ชีวิตเพื่อคนอื่นทั้งหมด
ผมไม่มีเวลาพัก ไม่มีเวลาให้ตัวเอง ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะเหนื่อย
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตื่นเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้ผมตัดสินใจบอกแฟนว่า
"เราขอคุยด้วยหน่อย"
ผมเล่าทุกอย่างที่อัดอั้นอยู่ในใจ ทั้งเรื่องงาน เรื่องการถูกใช้งานทุกวัน และความรู้สึกที่ตัวเองเหมือนเป็นคนรับใช้มากกว่าจะเป็นคนในครอบครัว
แฟนนั่งเงียบอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า
"เราก็รู้ว่านายเหนื่อย...แต่ไม่คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้"
ผมตอบกลับไปว่า
"เราไม่ได้ขอให้ใครเลี้ยงนะ เราทำมาหากินเองได้ แต่เราอยากมีชีวิตของเราเองบ้าง"
หลังจากคุยกันอยู่พักใหญ่ แฟนก็ยอมรับว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยกล้าพูดกับพ่อแม่ เพราะกลัวจะมีปัญหาในบ้าน
แต่ครั้งนี้ เขาเลือกที่จะยืนข้างผม
เย็นวันนั้น เราสองคนเข้าไปคุยกับพ่อตาแม่ยายอย่างตรงไปตรงมา
ผมยกมือไหว้แล้วพูดด้วยความเคารพ
"ผมขอบคุณที่เมตตาให้ผมมาอยู่ที่นี่ แต่ผมคิดว่าถึงเวลาที่ผมกับ...ควรออกไปสร้างครอบครัวของตัวเองแล้วครับ"
บรรยากาศในบ้านเงียบสนิท
พ่อตานั่งนิ่ง ก่อนจะถามสั้น ๆ ว่า
"หมายความว่าจะย้ายออก?"
ผมตอบเพียงคำเดียว
"ครับ"
แม้จะมีสีหน้าไม่พอใจ มีคำพูดประชดประชันอยู่บ้าง แต่ครั้งนี้ผมไม่ตอบโต้
เพราะผมรู้ว่า ถ้ายังอยู่ต่อ ชีวิตผมคงไม่ต่างจากเดิม
อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ผมกับแฟนเช่าห้องเล็ก ๆ หลังตลาดที่ผมขายของ ค่าเช่าไม่ได้แพง เฟอร์นิเจอร์ก็มีแค่ของจำเป็น
แต่คืนแรกที่ได้นอนในห้องนั้น...
ผมหลับสนิทเป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งปี
ไม่มีเสียงเคาะประตูตีสี่
ไม่มีใครปลุกไปทำงาน
ไม่มีความรู้สึกว่าตัวเองต้องคอยเอาใจใครตลอดเวลา
ถึงห้องจะเล็ก ถึงต้องเริ่มต้นใหม่ แต่ผมกลับรู้สึกว่า...
นี่ต่างหาก คือคำว่า "บ้าน" ที่ผมตามหามาตลอด