เส้นทาง “พุดดิ้ง” จากยุโรปสู่สยาม

กระทู้สนทนา


พุดดิ้ง (pudding) มีจุดกำเนิดในยุโรปยุคกลาง (Medieval Europe) ประมาณก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 15 (ราว ค.ศ. 1200–1400 เป็นต้นไป) โดยในระยะแรกไม่ได้เป็นของหวานอย่างที่เข้าใจกันในปัจจุบัน แต่เป็นอาหารคาวที่เกี่ยวข้องกับการถนอมอาหารในชีวิตประจำวันของผู้คนในยุโรปยุคกลาง แนวคิดหลักคือการนำวัตถุดิบที่มีอยู่ เช่น เอาเศษเนื้อ เครื่องใน ธัญพืชมาผสมรวมกับไข่หรือแป้งแล้วนำไปต้ม นึ่ง หรืออบ ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นขนมหวานและแพร่หลายไปทั่วโลก
.
จุดเริ่มต้นของ “พุดดิ้ง” ในยุโรป
คำว่า pudding มีรากศัพท์ในภาษาอังกฤษยุคกลาง เช่น poding หรือ puding และอาจเชื่อมโยงกับภาษาฝรั่งเศสเก่า boudin ซึ่งหมายถึงอาหารประเภทไส้กรอกหรืออาหารที่บรรจุอยู่ในปลอก ในยุคแรกพุดดิ้งหมายถึงอาหารที่มีลักษณะเป็นส่วนผสมของเนื้อสัตว์ เครื่องใน ธัญพืช หรือไข่ ซึ่งถูกนำมาห่อหรือบรรจุแล้วนำไปต้ม อบ หรือ นึ่ง มีลักษณะใกล้เคียงอาหารต้มรวมหรือไส้กรอกโบราณ
.
การเปลี่ยนผ่านจากอาหารคาวสู่ของหวาน
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายยุคกลางและยุคสมัยใหม่ตอนต้น โดยเฉพาะในอังกฤษพุดดิ้งเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ปัจจัยสำคัญคือการเข้าถึงน้ำตาลที่เพิ่มมากขึ้นในยุโรป จากเดิมน้ำตาลมีราคาแพงมาก และการแบ่งแยก “อาหารคาว” กับ “ของหวาน” ที่ชัดเจนขึ้น
.
พุดดิ้งบางรูปแบบจึงเปลี่ยนจากการใช้เนื้อสัตว์มาเป็นนม น้ำตาล ไข่ และแป้ง โดยยังคงแนวคิดการทำให้สุกและจับตัวเป็นเนื้อเดียวเช่นเดิม พุดดิ้งบางชนิดเริ่มเปลี่ยนเป็นของหวาน เช่น
• พุดดิ้งนม (milk pudding)
• พุดดิ้งข้าว (rice pudding)
• คัสตาร์ดพุดดิ้ง (custard pudding)
.
ในช่วงศตวรรษที่ 18–19 การใช้แป้งข้าวโพด (cornstarch) และผลิตภัณฑ์นมแพร่หลายมากขึ้น ทำให้พุดดิ้งมีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มและกลายเป็นของหวานอย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ในอังกฤษยังคงมีพุดดิ้งแบบคาวหลงเหลืออยู่ เช่น black pudding ซึ่งทำจากเลือดสัตว์และธัญพืช
.
พุดดิ้งในอเมริกา ในสหรัฐอเมริกาพุดดิ้งได้รับอิทธิพลจากยุโรป แต่พัฒนาเป็นรูปแบบเฉพาะของตนเอง โดยเน้นของหวานเนื้อเนียน ทำจากนม น้ำตาล และสารช่วยให้ข้น เช่น แป้งข้าวโพด จนมีลักษณะใกล้เคียงคัสตาร์ด
.
พุดดิ้งในสยาม ในสมัยรัชกาลที่ 4–5 สยามเริ่มมีการติดต่อกับชาติตะวันตกในหลายด้านมากขึ้น รวมถึงอาหาร ดั้งนั้นโรงเรียนของคณะมิชชันนารีและโรงเรียนสตรีในกรุงเทพฯ จึงมีบทบาทสำคัญในการนำองค์ความรู้และอาหารแบบตะวันตกเข้ามาเผยแพร่
.
เส้นทางพุดดิ้งในสยาม (แหม่มแฮเรียต)
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2417 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 “แฮเรียต มาทิลดา เฮาส์” (Harriet M. House) มิชชันนารีชาวอเมริกัน ได้ก่อตั้งโรงเรียนแฮเรียต เอ็ม. เฮาส์ หรือที่รู้จักในชื่อ “โรงเรียนกุลสตรีวังหลัง” และนำการสอนอาหารแบบตะวันตกเข้ามาในหลักสูตร หนึ่งในเมนูที่ถ่ายทอดในโรงเรียนคือ “พุดดิ้ง” โดยเฉพาะ “พุดดิ้งกล้วยหักมุก”
.
ครูคนแรกของโรงเรียนคือ “อราเบลลา แอนเดอร์สัน” (Arabella Anderson) มิชชันนารีชาวอเมริกัน ซึ่งเธอเป็นที่รู้จักกในชนชั้นสูงและข้าราชการในสยาม ส่งผลให้พระยาสุรศักดิ์มนตรี (ต้นตระกูลแสง-ชูโต) นำธิดา 4 คน (เยื้อน เล็ก สิน ลอย) เข้าศึกษาที่โรงเรียนแห่งนี้ โดยได้เลขประจำตัว 14, 15, 16, 17 (เยื้อน เล็ก สิน ลอย)
.

ที่มา  Thai Cuisine History
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่