ผมย้ายมาอยู่บ้านแฟนอึดอัดมากครับ เพราะว่ายังไม่ได้แต่ง แค่หมั้นกันไว้เฉย ๆ ย้ายมาอยู่ได้ประมาณ 1 ปีแล้ว แต่บอกตรง ๆ ว่าไม่มีความสุขเลย
ทุกวันผมต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 - ตี 5 มานึ่งข้าวเหนียว ล้างจาน ซักผ้า ทำงานบ้านแทบทุกอย่าง พ่อตาแม่ยายตื่นประมาณ 7 โมง ส่วนแฟนก็ตื่น 7 โมงกว่า ๆ ผมไม่เคยเห็นใครลุกมาช่วยเลย
บางวันผมเพลียมาก ขอหลับต่ออีกนิด แต่กลับโดนทำหน้าไม่พอใจ เหมือนผมเป็นคนผิด ทั้งที่ผมแทบไม่เคยปฏิเสธงาน
ถ้าวันไหนพ่อตาตื่นเช้า แกจะมาเคาะประตูปลุกตั้งแต่ตี 4 ให้ลุกไปช่วยงาน ผมก็ลุกทุกครั้ง ไม่เคยบอกว่าไม่ช่วย เพราะเกรงใจและคิดว่าอยู่บ้านเขา ก็ต้องช่วยกัน
ส่วนตัวผมก็มีอาชีพเป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้าตามตลาด พ่อตาจะให้ช่วยงานที่บ้านครึ่งวัน แล้วค่อยออกไปขายของช่วงบ่ายถึงดึก หลายวันกลับถึงบ้านก็ 3-4 ทุ่ม กว่าจะอาบน้ำ กินข้าว เก็บของ กว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืน
แต่เช้าวันต่อมาก็ต้องตื่นตี 4 วนกลับไปทำแบบเดิม
ชีวิตผมเหมือนเครื่องจักร ไม่มีวันหยุด ไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง
วันที่ผมหยุดขายของ หลายคนอาจคิดว่าจะได้พัก แต่เปล่าเลย...วันนั้นกลับเป็นวันที่เหนื่อยที่สุด เพราะพ่อตาจะใช้ผมทำงานทั้งวัน ตั้งแต่งานสวน งานไร่ งานซ่อมนู่นซ่อมนี่ จนพระอาทิตย์ตก
ผมเริ่มถามตัวเองทุกวันว่า...
นี่ผมมาเป็นลูกเขย หรือมาเป็นคนงานกันแน่
ที่เสียใจที่สุดคือแฟนผมไม่เคยพูดแทนผมเลย ไม่เคยบอกพ่อแม่ว่า "ให้เขาได้พักบ้าง" หรือ "เขาเหนื่อยแล้ว"
บางครั้งผมนั่งกินข้าวคนเดียว เงียบ ๆ แล้วก็คิดถึงบ้านตัวเอง คิดถึงพ่อแม่ คิดถึงชีวิตตอนที่ถึงจะเหนื่อยจากการขายของ แต่พอกลับบ้านก็ได้นอนพักจริง ๆ ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะมีใครมาเรียกใช้ตลอดเวลา
ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกหมดแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ
ผมไม่ได้ขี้เกียจทำงานนะครับ แต่การต้องทำงานแทบ 20 ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่มีใครเห็นคุณค่า ไม่มีแม้แต่คำว่า "เหนื่อยไหม" มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีตัวตน
ทุกวันนี้ผมยังทนอยู่ เพราะคำว่า "ครอบครัว" และเพราะรักแฟน
แต่ลึก ๆ ในใจ ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า...
ถ้ายังใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานผมจะทนได้อีกหรือเปล่า...
ย้ายมาอยู่บ้านพ่อตา แม่ยายอึดอัดมากครับ ep2
ทุกวันผมต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 - ตี 5 มานึ่งข้าวเหนียว ล้างจาน ซักผ้า ทำงานบ้านแทบทุกอย่าง พ่อตาแม่ยายตื่นประมาณ 7 โมง ส่วนแฟนก็ตื่น 7 โมงกว่า ๆ ผมไม่เคยเห็นใครลุกมาช่วยเลย
บางวันผมเพลียมาก ขอหลับต่ออีกนิด แต่กลับโดนทำหน้าไม่พอใจ เหมือนผมเป็นคนผิด ทั้งที่ผมแทบไม่เคยปฏิเสธงาน
ถ้าวันไหนพ่อตาตื่นเช้า แกจะมาเคาะประตูปลุกตั้งแต่ตี 4 ให้ลุกไปช่วยงาน ผมก็ลุกทุกครั้ง ไม่เคยบอกว่าไม่ช่วย เพราะเกรงใจและคิดว่าอยู่บ้านเขา ก็ต้องช่วยกัน
ส่วนตัวผมก็มีอาชีพเป็นพ่อค้าขายเสื้อผ้าตามตลาด พ่อตาจะให้ช่วยงานที่บ้านครึ่งวัน แล้วค่อยออกไปขายของช่วงบ่ายถึงดึก หลายวันกลับถึงบ้านก็ 3-4 ทุ่ม กว่าจะอาบน้ำ กินข้าว เก็บของ กว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืน
แต่เช้าวันต่อมาก็ต้องตื่นตี 4 วนกลับไปทำแบบเดิม
ชีวิตผมเหมือนเครื่องจักร ไม่มีวันหยุด ไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง
วันที่ผมหยุดขายของ หลายคนอาจคิดว่าจะได้พัก แต่เปล่าเลย...วันนั้นกลับเป็นวันที่เหนื่อยที่สุด เพราะพ่อตาจะใช้ผมทำงานทั้งวัน ตั้งแต่งานสวน งานไร่ งานซ่อมนู่นซ่อมนี่ จนพระอาทิตย์ตก
ผมเริ่มถามตัวเองทุกวันว่า...
นี่ผมมาเป็นลูกเขย หรือมาเป็นคนงานกันแน่
ที่เสียใจที่สุดคือแฟนผมไม่เคยพูดแทนผมเลย ไม่เคยบอกพ่อแม่ว่า "ให้เขาได้พักบ้าง" หรือ "เขาเหนื่อยแล้ว"
บางครั้งผมนั่งกินข้าวคนเดียว เงียบ ๆ แล้วก็คิดถึงบ้านตัวเอง คิดถึงพ่อแม่ คิดถึงชีวิตตอนที่ถึงจะเหนื่อยจากการขายของ แต่พอกลับบ้านก็ได้นอนพักจริง ๆ ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะมีใครมาเรียกใช้ตลอดเวลา
ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกหมดแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ
ผมไม่ได้ขี้เกียจทำงานนะครับ แต่การต้องทำงานแทบ 20 ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่มีใครเห็นคุณค่า ไม่มีแม้แต่คำว่า "เหนื่อยไหม" มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีตัวตน
ทุกวันนี้ผมยังทนอยู่ เพราะคำว่า "ครอบครัว" และเพราะรักแฟน
แต่ลึก ๆ ในใจ ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า...
ถ้ายังใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานผมจะทนได้อีกหรือเปล่า...