3 ก.ค 2517 วันนี้ในอดีต แค่เหตุจอดรถในที่ห้ามจอด ทำคนตายเกือบ 30 บาดเจ็บอีกเป็นร้อย เกิดจราจลกลางกรุง


วันนี้ในอดีต 3 กรกฎาคม 2517 เกิดเหตุการณ์จราจลที่พลับพลาไชยกับแท็กซี่คันเดียว จนนายกรัฐมนตรี ต้องส่งรถถังเข้าปราบ !!
    

  คดีตำรวจจราจรจับแท็กซี่จอดรถในที่ห้ามจอด ถือได้ว่าเป็นคดีจิ๊บจ๊อย โทษก็แค่เสียค่าปรับ ซึ่งเรื่องแบบนี้มีเกิดขึ้นทุกวัน วันละหลายคดี แต่เรื่องจิ๊บจ๊อยแค่นี้เรื่องหนึ่ง กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้เกิดจลาจลติดต่อกันหลายวันกระจายไปทั่วเมือง จนตำรวจรับมือไม่ไหว รัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน ใช้ทหารร่วมตำรวจและรถถังเข้าปราบ ตายไป ๒๖ คน บาดเจ็บเป็นร้อย


อารมณ์มันค้าง
เหตุเริ่มขึ้นเมื่อ ๑๙.๔๕ น.ของวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๑๗ เมื่อ ตร.จราจร ๒ นายของ สน.พลับพลาไชย เขต ๒ ขับมอเตอร์ไซด์ผ่านมาถึงหน้าบริษัทนครหลวงประกันชีวิต ข้างโรงภาพยนตร์พัฒนากร ถนนเจริญกรุง พบแท็กซี่ กท.ท.๔๘๘๖ จอดแช่รอผู้โดยสารอยู่ในที่ห้ามจอด จึงบอกให้เคลื่อนย้าย แต่แท็กซี่ผู้นั้นซึ่งต่อมาทราบว่าชื่อ นายพูน ล่ำลือประเสริฐ หรือ แซ่หลู่ วัย ๕๐ ยังมีอารมณ์ค้างที่ถูกจับในเรื่องเดียวกันนี้มาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อตอนเช้า จึงไม่ยอมเลื่อนรถและล็อคประตูไว้ไม่ให้เปิด ส.ต.ต.บุญเชิด ชนิดสะ กับ ส.ต.ต.มนัส เกิดสมบุญ จึงวิทยุเรียกเพื่อนจราจรมาช่วย เมื่อ จ.ส.ต.ประมวญ สุทธิศรี กับ ส.ต.ต.ดอกรัก เจิมเจริญ มาสมทบเป็น ๔ คน นายพูนเห็นว่าขัดขืนต่อไปคงถูกทุบกระจกแน่ จึงยอมจำนนให้ควบคุมตัวไปโรงพัก แต่ปากก็ตะโกนไปตลอดทางว่า
“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...ตำรวจซ้อม!”


เรียกแขก
คำนี้โดนใจคนไม่น้อย ประกอบกับกำลังตื่นประชาธิปไตยหลัง ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ จึงมีคนตามไปที่โรงพักกันเป็นขบวน และบอกต่อๆกันไปจนตามไปออกันแน่นหน้าโรงพัก เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆจนถึง ๒,๐๐๐ เศษ ในจำนวนนี้นอกจากมีไทยมุงคนชอบดูแล้ว ยังมีแท็กซี่ สามล้อเครื่อง แมงดา อันธพาล คนค้าของผิดกฎหมาย ซึ่งล้วนแต่เป็น “ขาประจำ” ของ ตร.ทั้งนั้น ยกขบวนมาสมทบเป็นจำนวนมาก
พ.ต.ท.ชัชวาลย์ สุมาวงศ์ สวญ.พลับพลาชัยเขต ๒ เห็นว่าสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ อีกทั้งยังสยองกับเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ที่เพิ่งผ่านมาไม่ถึงปี จึงขอให้นายพูนออกไปพูดความจริงกับประชาชน แต่แท็กซี่เจ้าปัญหากลับตะโกนซ้ำว่าตำรวจซ้อมอีก ตัวแทนของศูนย์นิสิตฯ ซึ่งมีบทบาทอยู่ในตอนนั้นได้เข้าไปช่วยปรับความเข้าใจ แต่ฝ่ายแค้นก็ไม่ยอมฟัง เห็นเป็นโอกาสที่จะชำระแค้น จึงขว้างก้อนอิฐก้อนหินเข้าไปในโรงพัก และจุดไฟเผารถ ตร.ที่จอดอยู่ด้านหน้า ช่วยกันเข็นพุ่งเข้าไปที่ สน. ตร.เห็นว่าเหตุการณ์รุนแรงเกินไปแล้ว จึงยิงปืนออกไปเป็นการขู่ แต่ผู้ก่อเหตุกลับยิงสวนเข้ามาใน สน. ตร.จึงยิงเข้าไปในกลุ่มของผู้ก่อเหตุ ผลคือตายไปทันที ๕ ศพ ไปตายที่โรงพยาบาลอีก ๑ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมแตกกระเจิง ในตอนชุลมุนนั้น นายพูนคนต้นเหตุถือโอกาสหลบหนีไปด้วย


การแตกหนีไปนั้นไม่ใช่การยอมแพ้ แต่กระจายกันออกไปก่อเหตุโดยรอบ สมบัติของทางราชการไม่ว่าป้ายจราจร ถังขยะ แผงกั้น มาตรเก็บเงินค่าจอดรถ ป้อมตำรวจ ถูกทำลาย พล.ต.ท.ณรงค์ มหานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ระดมตำรวจหน่วยอื่นและรถวิทยุจากศูนย์รวมข่าวนครบาลมาช่วย แต่ก็ไม่สามารถคลี่คลายการก่อจลาจลซึ่งกระจายไปทั่วในย่านได้
พอรุ่งเช้า เหตุการณ์ก็กลับคืนสู่ความสงบ ทิ้งแต่ซากของการระบายความแค้นไว้เกลื่อน ประชาชนต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมา บ้างก็สาปแช่งกลุ่มที่ก่อเหตุ บ้างก็ประณามตำรวจว่าใช้ความรุนแรงเกินเหตุ ทำไมไม่ใช้แก๊สน้ำตา แม้จะไม่มีวี่แววว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นอีก แต่ร้านค้าหลายแห่งในย่านเยาวราช เจริญกรุง และพลับพลาไชย ต่างปิดกันเป็นแถวเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะร้านทอง
ทางด้านตำรวจเตรียมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอีก ในตอนบ่าย พล.ต.ต.มโน สมิตพินทุ ผู้บังคับการกองปราบ ได้เรียกประชุมวางแผน แจกจ่ายปืนกลและระเบิดน้ำตา พล.ต.อ.ประจวบ สุนทรางกูร อตร.มอบหมายให้ พล.ต.ท.ศรีสุข มหินทรเทพ รอง อตร.ฝ่ายปราบปราม เป็นผู้อำนวยการรักษาความสงบ


ก่อจราจล
พอตกเย็น คนก็เริ่มมาชุมนุมที่หน้า สน.พลับพลาไชยอีก ตร.เข้าไปขอให้กลับบ้านก็ไม่ยอมถอย พอค่ำก็ยิ่งมากขึ้น ตร.จึงต้องใช้วิธียิงปืนขึ้นฟ้า กลุ่มคนที่ออกันแน่นหน้าโรงพักจึงแตกกระจาย
คืนนี้กลุ่มก่อกวนที่สงบมาตลอดเวลากลางวัน มีการวางแผนกันมา ใช้วิธีแบ่งกลุ่มกระจายกันสร้างสถานการณ์ไปรอบๆ ล่อ ตร.ให้ออกไปปราบ แต่อีกกลุ่มก็พยายามจะบุกเผาโรงพักพลับพลาไชยให้ได้ บ้างก็ล่อ ตร.ที่ลาดตระเวนให้สาดกระสุนใส่กลุ่มประชาชนที่ตัวเองแอบอยู่ข้างหลัง
ราว ๒๐ น.กลุ่มผู้ก่อความวุ่นวายได้ยึดรถ รสพ.สาย ๗๕ กับสาย ๑ มาจอดที่หน้า สน.พลับพลาไชย ตร.เข้าสกัดก่อนจะเผา จับได้ ๒ คน อีกราว ๒๐ หนีไปได้
๒๑ น.เศษ มอเตอร์ไซด์กลุ่มหนึ่งมุ่งไปที่ย่านร้านขายปืนหลังวังบูรพา ตร.คาดว่าจะมาปล้นปืนไปใช้ เลยเข้าสกัด เกิดการยิงกัน กลุ่มมอเตอร์ไซด์จึงหนีไป
ราว ๒๑.๓๐ น. ตร.ลาดตระเวนมาถึงหัวมุมถนนแปลงนามด้านถนนเจริญกรุง ถูกขว้างระเบิดมือใส่ ทำให้ ตร.บาดเจ็บไปหลายคน จับกลุ่มวัยรุ่นได้ ๒๑ คน พร้อมกันนั้นก็ได้รับแจ้งจากคนขับรถเมล์แดงสาย ๕๓ ว่าถูกยึดรถที่ถนนเยาวราช กลุ่มวัยรุ่นที่ยึดขับไปทาง สน.พลับพลาไชย


ในเวลาใกล้ๆกัน รถเมล์อีกคันก็ถูกยึดที่สนามหลวง ขับมุ่งไปที่โรงพักพลับพลาไชยเช่นกัน โดยมีมอเตอร์ไซด์ประมาณ ๑๐ คันคุ้มกัน และแวะรับวัยรุ่นตลอดทางวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งราว ๒๐ คนได้เข้ายึดปั๊มน้ำมันเชลล์ที่สวนมะลิ ขนน้ำมันออกไป ประกาศว่าจะเผาโรงพักพลับพลาไชยให้ได้
ที่สี่แยก เอส.เอ.บี. วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งปิดถนน ตร.กองปราบจึงเข้าเคลียร์พื้นที่จนเปิดการจราจรได้ที่หน้าโรงแรมไทเป ถนนสันติภาพ ผู้ก่อเหตุนำป้ายถนนและขยะมากองกลางถนน แล้วราดน้ำมันจุดไฟเผา ตร.ยิงปืนขึ้นฟ้าจึงแตกกระจายหัวถนนแปลงนามที่ ตร.ถูกขว้างระเบิดมือไปไม่นาน ผู้ก่อกวนก็นำน้ำมันมาราดถนนแล้วจุดไฟ ตร.เข้าดับก็ถูกยิง จึงยิงตอบ ปรากฏว่าตายไป ๓ คน บาดเจ็บอีก ๓ มูลนิธิร่วมกตัญญูเก็บทั้งคนตายคนเจ็บส่งโรงพยาบาล
ตอนดึก ผู้ก่อเหตุกลุ่มละ ๒๐-๓๐ คนชุมนุมปิดถนนหลายแห่ง มีมอเตอร์ไซด์วิ่งประสานงาน และมีรถบรรทุกเล็กวิ่งรับคนจากย่านเยาวราชและพลับพลาไชยไปส่งตามจุดต่างๆ


เอาไม่อยู่
รัฐบาลเห็นว่าการก่อการจลาจลขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ไม่มีท่าทีว่าจะสงบ ในเวลา ๒๓.๕๕ น.นายกรัฐมนตรี สัญญา ธรรมศักดิ์ จึงมีประกาศว่า
“ด้วยขณะนี้ปรากฏว่า ได้มีบุคคลบางจำพวกประกอบด้วยบุคคลอันธพาลเป็นส่วนใหญ่ ก่อความไม่สงบขึ้นในกรุงเทพมหานคร เริ่มที่ตำบลพลับพลาไชย มีการเผาทำลายทรัพย์สินของทางราชการและของประชาชน ทำร้ายเจ้าหน้าที่และก่อวินาศกรรม มีท่าทีจะลุกลามเป็นอันตรายแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั่วไป
รัฐบาลได้ทำการป้องกันโดยละมุนละม่อมแล้ว แต่เหตุการณ์หาได้สงบลงไม่ จึงจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการเด็ดขาด เพื่อระงับปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบโดยทันทีและเด็ดขาด เพื่อให้ประเทศกลับคืนสู่ความสงบโดยเร็ว
รัฐบาลจะประกาศภาวะฉุกเฉินในเขตกรุงเทพมหานครตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
จึงขอให้ประชาชนทั้งหลายเข้าใจตามนี้ ขอให้ร่วมมือกับรัฐบาลทุกประการ และรัฐบาลขอแนะนำว่า ถ้าไม่จำเป็นจริงๆแล้วขอประชาชนอย่าออกนอกบ้าน เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการเข้าใจผิดอันอาจจะเกิดขึ้นได้”
    

(มีต่อด้านล่าง)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่