จากปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ในหลายประเทศ บีบให้มหาเศรษฐีกระจายการลงทุน เกิดคลื่นการย้ายถิ่นฐานและความมั่งคั่งครั้งใหญ่ (Global Wealth Migration) โดย "ประเทศไทย" เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านที่อยู่อาศัยลักชัวรีระดับโลก
📌เศรษฐีโลกย้ายถิ่นโตพุ่ง 178% ในรอบ 12 ปี
ภูมิ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการร่วมและหัวหน้าฝ่าย บริหาร บริษัท ซีจี แคปปิตอล แอดไวซอรี่ จํากัด เปิดเผยว่า จำนวนกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง หรือ HNWI ที่ตัดสินใจโยกย้ายถิ่นฐานทั่วโลกขยายตัวสูง 178% ในรอบ 12 ปี (อ้างอิงข้อมูล Henley & Partners) ดังนี้
-ปี 2556 มหาเศรษฐีย้ายถิ่นฐาน 51,000 ราย
-ปี 2568 มหาเศรษฐีย้ายถิ่นฐาน 142,000 ราย
ประเทศไทย โดยเฉพาะ 'กรุงเทพฯ' เป็นจุดหมายหลักที่กลุ่ม HNWI เลือกพำนักระยะยาวและลงทุน โดยได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ เช่น วีซ่าพำนักระยะยาว (LTR Visa) ของ BOI ที่อนุมัติไปแล้วกว่า 6,000 รายตั้งแต่ปี 2565
📌CG Capital ลุย Branded Residences อโศก 5.5 พันล้านบาท
ขณะที่ข้อมูลจาก CBRE พบว่า ไทยครองส่วนแบ่งตลาด Branded Residences สูงสุดในเอเชียถึง 23.3% (จากมูลค่าตลาดรวมในภูมิภาค 26.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ชนะฟิลิปปินส์และเกาหลีใต้
โดยไทยอยู่อันดับที่ 4 ของโลกในแง่จำนวนโครงการ และมี 2 เมืองหลักคือ กรุงเทพฯ และภูเก็ต ที่ติดอันดับ Top 10 ของโลก
ดังนั้น ปี 2569 CG Capital จึงเปิดตัวโครงการ “InterContinental Residences Bangkok Asoke” เป็นตึกสูง 32 ชั้น + ใต้ดิน 6 ชั้น จำนวน 88 ยูนิต มูลค่ารวม 5,500 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 390,000 บาท/ตร.ม. ห้องมี 3 รูปแบบหลัก (ค่าส่วนกลาง 160 บาท/ตร.ม./เดือน คือ
-รูปแบบ 2 ห้องนอน จำนวน 40 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 44.8 ล้านบาท
-รูปแบบ 3 ห้องนอน จำนวน 46 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 63.8 ล้านบาท
-รูปแบบเพนต์เฮ้าส์ จำนวน 2 ยูนิต มี 2 ไทป์ คือ ซิมเพล็กซ์เพนต์เฮ้าส์ และดูเพล็กซ์เพนต์เฮ้าส์ขนาดใหญ่สุด 540 ตร.ม. ราคา 200 กว่าล้านบาท (ไทป์ดูเพล็กฯ ขายหมดแล้ว)
ปัจจุบัน InterContinental Residences Bangkok Asoke ภายในเวลาเพียง 6 เดือนหลังเปิดขายรอบ VIP ทำยอดขายกว่า 60% โดยมีปัจจัยความสำเร็จมาจาก
-Location ย่านอโศก (บริเวณซอยสุขุมวิท 16 ตรงข้ามฟู้ดแลนด์) ถือเป็นทำเลศักยภาพสูง เชื่อมต่อทะลุได้หลายเส้นทางทั้งถนนรัชดา พระราม 4 และสุขุมวิท ใกล้ทั้ง BTS และ MRT
-แบรนด์ InterContinental ที่คนไทยคุ้นเคยในแง่ความน่าเชื่อถือ และต่างชาตินึกถึงบริการมาตรฐานโรงแรม 5 ดาว ทำให้ขายต่อหรือปล่อยเช่าได้คล่องตัว
-Right Product ตอบโจทย์ Real Demand ด้วยห้องขนาดใหญ่ (130-180 ตร.ม. ขึ้นไป) ที่ในตลาดกำลังขาดแคลน
-Value for Money ได้ห้องขนาดใหญ่ในราคาที่จับต้องได้และสมเหตุสมผล InterContinental Residences Bangkok Asoke มีราคาเฉลี่ย 390,000 บาท/ตร.ม. เมื่อเทียบกับโครงการเปิดใหม่ (New Launch) อื่น ๆ ที่ราคาพุ่งสูงถึง 500,000 - 600,000 บาท/ตร.ม.ไปแล้ว
ทั้งนี้ ในกลุ่มลูกค้าที่แบรนด์ทำยอดขายได้ 60% แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักเท่า ๆ กัน ได้แก่
1.ลูกค้าไทย 50% ส่วนใหญ่ซื้อเป็นบ้านหลังที่ 2-3 หรือซื้อไว้ให้ลูกอยู่
2.ลูกค้าต่างชาติ 50% ส่วนใหญ่เป็น Expat (สัญชาติญี่ปุ่นมากสุด) มักซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง หรือมองเป็นการลงทุนในระยะยาว
"สำหรับโครงการนี้มีแผนโอนกรรมสิทธิ์และทยอยรับรู้รายได้ในช่วง 3 ปีข้างหน้า หรือราวปี 2572"
📌ลุยโรงแรม-Branded Residences ภูเก็ตเพิ่ม 1 โครงการ ปักหมุดลายัน
ภูมิ กล่าวว่า เป้าหมายหลักของ CG Capital คือการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ และแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ในธุรกิจที่มีการเติบโตสูง นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจหลักของกลุ่มเซ็นทรัล
โดยล่าสุดมีแผนเตรียมเปิดตัวอีก 1 โครงการร่วมทุน (JV) ระดับลักชัวรีในจังหวัดภูเก็ต ทำเลหาดลายัน ซึ่งจะพัฒนาในรูปแบบ 'โรงแรม + Branded Residences' เน้นความเงียบสงบและร่มรื่น ส่วนที่อยู่อาศัยจะเป็นคอนโดและวิลล่าติดโรงแรม
หลังจากก่อนหน้านี้ได้ในปี 2567 ได้เปิดตัวโครงการ The Standard Residences ภูเก็ต ทำเลบางเทา มูลค่าราว 3,000 ล้านบาท ปัจจุบันได้รับผลตอบรับดี โดยทำยอดขายไปแล้ว 85% พร้อมโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ภายในสิ้นปีนี้
"กลุ่มเซ็นทรัลและ CG Capital เชื่อมั่นในศักยภาพเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทยที่มีเอกลักษณ์ สามารถดึงดูดต่างชาติให้อยากเข้ามาพำนักระยะยาว เช่น กลุ่มตะวันออกกลาง และจีนที่หันมาเลือกไทยแทนญี่ปุ่น เป็นต้น จึงลงทุนพัฒนาโครงการต่อเนื่อง โดยปัจจุบันกองทุน Fund 1 ที่มีมูลค่า 10,000 ล้านบาท ของเราก็ได้ทยอยลงทุนจนหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน
ที่มา
POSITIONING
เศรษฐีทั่วโลกย้ายถิ่นทะลัก กทม. CG Capital ปักหมุดอโศก ปั้น Branded Residences 5.5 พันล้าน
📌เศรษฐีโลกย้ายถิ่นโตพุ่ง 178% ในรอบ 12 ปี
ภูมิ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการร่วมและหัวหน้าฝ่าย บริหาร บริษัท ซีจี แคปปิตอล แอดไวซอรี่ จํากัด เปิดเผยว่า จำนวนกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง หรือ HNWI ที่ตัดสินใจโยกย้ายถิ่นฐานทั่วโลกขยายตัวสูง 178% ในรอบ 12 ปี (อ้างอิงข้อมูล Henley & Partners) ดังนี้
-ปี 2556 มหาเศรษฐีย้ายถิ่นฐาน 51,000 ราย
-ปี 2568 มหาเศรษฐีย้ายถิ่นฐาน 142,000 ราย
ประเทศไทย โดยเฉพาะ 'กรุงเทพฯ' เป็นจุดหมายหลักที่กลุ่ม HNWI เลือกพำนักระยะยาวและลงทุน โดยได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐ เช่น วีซ่าพำนักระยะยาว (LTR Visa) ของ BOI ที่อนุมัติไปแล้วกว่า 6,000 รายตั้งแต่ปี 2565
📌CG Capital ลุย Branded Residences อโศก 5.5 พันล้านบาท
ขณะที่ข้อมูลจาก CBRE พบว่า ไทยครองส่วนแบ่งตลาด Branded Residences สูงสุดในเอเชียถึง 23.3% (จากมูลค่าตลาดรวมในภูมิภาค 26.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ชนะฟิลิปปินส์และเกาหลีใต้
โดยไทยอยู่อันดับที่ 4 ของโลกในแง่จำนวนโครงการ และมี 2 เมืองหลักคือ กรุงเทพฯ และภูเก็ต ที่ติดอันดับ Top 10 ของโลก
ดังนั้น ปี 2569 CG Capital จึงเปิดตัวโครงการ “InterContinental Residences Bangkok Asoke” เป็นตึกสูง 32 ชั้น + ใต้ดิน 6 ชั้น จำนวน 88 ยูนิต มูลค่ารวม 5,500 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 390,000 บาท/ตร.ม. ห้องมี 3 รูปแบบหลัก (ค่าส่วนกลาง 160 บาท/ตร.ม./เดือน คือ
-รูปแบบ 2 ห้องนอน จำนวน 40 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 44.8 ล้านบาท
-รูปแบบ 3 ห้องนอน จำนวน 46 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 63.8 ล้านบาท
-รูปแบบเพนต์เฮ้าส์ จำนวน 2 ยูนิต มี 2 ไทป์ คือ ซิมเพล็กซ์เพนต์เฮ้าส์ และดูเพล็กซ์เพนต์เฮ้าส์ขนาดใหญ่สุด 540 ตร.ม. ราคา 200 กว่าล้านบาท (ไทป์ดูเพล็กฯ ขายหมดแล้ว)
ปัจจุบัน InterContinental Residences Bangkok Asoke ภายในเวลาเพียง 6 เดือนหลังเปิดขายรอบ VIP ทำยอดขายกว่า 60% โดยมีปัจจัยความสำเร็จมาจาก
-Location ย่านอโศก (บริเวณซอยสุขุมวิท 16 ตรงข้ามฟู้ดแลนด์) ถือเป็นทำเลศักยภาพสูง เชื่อมต่อทะลุได้หลายเส้นทางทั้งถนนรัชดา พระราม 4 และสุขุมวิท ใกล้ทั้ง BTS และ MRT
-แบรนด์ InterContinental ที่คนไทยคุ้นเคยในแง่ความน่าเชื่อถือ และต่างชาตินึกถึงบริการมาตรฐานโรงแรม 5 ดาว ทำให้ขายต่อหรือปล่อยเช่าได้คล่องตัว
-Right Product ตอบโจทย์ Real Demand ด้วยห้องขนาดใหญ่ (130-180 ตร.ม. ขึ้นไป) ที่ในตลาดกำลังขาดแคลน
-Value for Money ได้ห้องขนาดใหญ่ในราคาที่จับต้องได้และสมเหตุสมผล InterContinental Residences Bangkok Asoke มีราคาเฉลี่ย 390,000 บาท/ตร.ม. เมื่อเทียบกับโครงการเปิดใหม่ (New Launch) อื่น ๆ ที่ราคาพุ่งสูงถึง 500,000 - 600,000 บาท/ตร.ม.ไปแล้ว
ทั้งนี้ ในกลุ่มลูกค้าที่แบรนด์ทำยอดขายได้ 60% แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักเท่า ๆ กัน ได้แก่
1.ลูกค้าไทย 50% ส่วนใหญ่ซื้อเป็นบ้านหลังที่ 2-3 หรือซื้อไว้ให้ลูกอยู่
2.ลูกค้าต่างชาติ 50% ส่วนใหญ่เป็น Expat (สัญชาติญี่ปุ่นมากสุด) มักซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง หรือมองเป็นการลงทุนในระยะยาว
"สำหรับโครงการนี้มีแผนโอนกรรมสิทธิ์และทยอยรับรู้รายได้ในช่วง 3 ปีข้างหน้า หรือราวปี 2572"
📌ลุยโรงแรม-Branded Residences ภูเก็ตเพิ่ม 1 โครงการ ปักหมุดลายัน
ภูมิ กล่าวว่า เป้าหมายหลักของ CG Capital คือการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ และแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ในธุรกิจที่มีการเติบโตสูง นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจหลักของกลุ่มเซ็นทรัล
โดยล่าสุดมีแผนเตรียมเปิดตัวอีก 1 โครงการร่วมทุน (JV) ระดับลักชัวรีในจังหวัดภูเก็ต ทำเลหาดลายัน ซึ่งจะพัฒนาในรูปแบบ 'โรงแรม + Branded Residences' เน้นความเงียบสงบและร่มรื่น ส่วนที่อยู่อาศัยจะเป็นคอนโดและวิลล่าติดโรงแรม
หลังจากก่อนหน้านี้ได้ในปี 2567 ได้เปิดตัวโครงการ The Standard Residences ภูเก็ต ทำเลบางเทา มูลค่าราว 3,000 ล้านบาท ปัจจุบันได้รับผลตอบรับดี โดยทำยอดขายไปแล้ว 85% พร้อมโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ภายในสิ้นปีนี้
"กลุ่มเซ็นทรัลและ CG Capital เชื่อมั่นในศักยภาพเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทยที่มีเอกลักษณ์ สามารถดึงดูดต่างชาติให้อยากเข้ามาพำนักระยะยาว เช่น กลุ่มตะวันออกกลาง และจีนที่หันมาเลือกไทยแทนญี่ปุ่น เป็นต้น จึงลงทุนพัฒนาโครงการต่อเนื่อง โดยปัจจุบันกองทุน Fund 1 ที่มีมูลค่า 10,000 ล้านบาท ของเราก็ได้ทยอยลงทุนจนหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน
ที่มา POSITIONING