[ รีวิวหนังดี ] ครัวสาว (2025)



++ เป็นหนังที่ดูแล้วหิว น้ำลายสอ จน จขกท. รู้สึกแปลกใจว่าตัวเองกำลังดูหนัง หรือดูการแข่งขัน MasterChef Thailand อยู่ บอกทุกคนก่อนเลยว่า กรุณา! กินอาหารให้อิ่มก่อนเข้าดู มิฉะนั้น ท้องคุณอาจจะร้องรบกวนคนข้าง ๆ ได้ อิอิ "ครัวสาว" หรือ "Morte Cucina" ที่มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน อันเป็นชื่อที่หนังใช้เวลาออกฉายในต่างประเทศ แปลออกมาแล้วได้ความหมายประมาณว่า "ครัวแห่งความตาย" แค่ชื่อก็น่าดูแล้ว ดูมีความโหด มีความจิต มีความสยอง ส่วนตัวหนังจริง ๆ จะเป็นอย่างไร มาร่วมติดตามไปด้วยกันครับ...



++ "เสน่ห์ปลายจวักของผู้หญิง บางครั้งก็เหมือนยาเสพติด มันทั้งล่อลวง หลอกให้หลงใหล แม้รู้ทั้งรู้ว่าไม่ดี แต่เมื่อติดไปแล้ว ก็ยากที่จะถอนตัว" สาว (เบลล่า บุญแสง) เด็กหญิงชาวสงขลา เธอถูกบังคับให้แต่งงานตามประเพณีอิสลามตั้งแต่เยาว์วัย หากแต่การแต่งงานครั้งนั้น นำมาซึ่งการเปิดเผยความจริงที่แสนโหดร้าย เมื่อเวลาล่วงเลยมา หลังจากที่เธอหนีออกมาจากสังคมหมู่บ้านมุ่งสู่เมืองกรุง เธอกลายเป็นแม่ครัวสาวที่ผ่านการเรียนทำอาหารอย่างดีจากสถาบันชื่อดัง ซึ่งที่นั่นเธอไม่ได้เรียนรู้แค่วิธีทำอาหาร หากแต่สถาบันได้สอนถึงศาสตร์โบราณของไทย ที่ว่าด้วย "การกินอาหารที่เป็นประโยชน์และเป็นพิษ" หลังเรียนจบ เธอได้เป็นเชฟในร้านอาหารชื่อดัง และที่นั่นด้วยความบังเอิญ ได้นำเธอกลับมาพบกับ กรณ์ (กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์) ชายหนุ่มที่เป็นดั่งฝันร้ายในชีวิตของเธอเมื่อครั้งนั้น และเมื่อเธอตัดสินใจใช้ฝีมือการทำอาหารของเธอเพื่อ "เอาคืน" แล้วจุดจบของเรื่องนี้จะเป็นเช่นไร...



++ จขกท. รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ดูหนังของ คุณต้อม เป็นเอก รัตนเรือง มานานมว้ากกก ซึ่งก็คงเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะในความทรงจำ หนังของคุณต้อมที่จำได้ว่าเคยดูก็เช่น ฝัน บ้า คาราโอเกะ (1997), ตลก 69 (1999), มนต์รักทรานซิสเตอร์ (2001), เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล (2003) ประมาณนี้ แล้วผลงานระยะหลัง ๆ ของแก ก็อาจจะเคยดูแต่จำไม่ได้ เออ! ทำไมเป็นแบบนั้น ดังนั้น พอรู้ว่าหนังใหม่ของแกอย่าง ครัวสาว เรื่องนี้จะเข้าฉายในโรงใหญ่ จึงตื่นเต้นมากที่จะได้ดู และความรู้สึกหลังดูแล้ว คือ ชอบมาก อาจจะไม่ได้ถึงขั้นว้าว แต่ชอบที่ตัวหนังมันมีความสมบูรณ์แบบของ Cinematography ที่ดีทีเดียว ต้องยอมรับว่าหนังเรื่องนี้ของ คุณต้อม เป็นเอก ก็ยังคงมีลายเซ็นของแกอย่างชัดเจน แต่มันมีความประนีประนอมต่อคนดูมากขึ้น ไม่ได้ออกแนวตะโกนแบบหนังช่วงแรก ๆ ของแก พูดง่าย ๆ คือ หนังดูค่อนข้างง่าย แม้จะต้องตีความบ้าง ก็ไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น แล้วสำหรับ จขกท. หนังไม่ได้น่าเบื่อครับ และสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้โดดเด่น คือ งานภาพครับ ซึ่ง จขกท. จะพูดถึงในตอนต่อไป งานภาพเรื่องนี้เรียกว่า "งานภาพเทพสร้าง" ครับ เอาแค่นี้ก่อน...



++ หนังเล่าเรื่องแบบ Non-linear Narrative หรือการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นเส้นตรง แต่สำหรับหนังเรื่องนี้เรียกได้ว่าไม่เป็นปัญหาเลย เพราะเขาใช้การ Grading หรือ ปรับสีของภาพให้มีความแตกต่างกัน พาร์ทอดีต พาร์ทปัจจุบัน หรือพาร์ทที่เป็นเส้นเรื่องรอง Grading สีของภาพจะแตกต่างกันครับ ทำให้คนดูไม่งง อันนี้ คือ ความเทพข้อแรกเลยครับ ในเรื่องของบท หนังใส่รูปแบบของการแก้แค้น ล้อไปกับความเชื่อเรื่องอาหารการกินของคนไทยโบราณ ซึ่งในจุดนี้ตามความคิดของ จขกท. มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะ Surreal หรือเกินจริงไปหน่อย แต่หนังก็ได้ให้ระยะเวลากับปฎิบัติการณ์ที่ยาวนานนะ คือ 15 ปีเลยทีเดียว (หนังใบ้ในตอนท้ายที่พี่ยอดมาเจอกับสาว) ทำให้มันดูไม่ค่อยโอเวอร์เท่าไหร่ แม้ จขกท. จะมองว่ามันเป็นจริงค่อนข้างยาก เพราะในเรื่องก็มีคุณหมอ (ปีเตอร์ นพชัย ชัยนาม) เป็นคนที่อยู่ใกล้ตลอด แม้แต่ตอนท้ายของหนังมันยิ่งดูไม่ค่อยเมคเซนต์ แต่มันก็โอเคแหละครับ...

++ แน่นอนว่าพอเป็นเรื่องที่มีการทำอาหาร ไม่พูดถึงภาพอาหารก็ไม่ได้ คือ ต้องบอกว่าภาพถ่ายการปรุงอาหารที่หนังนำเสนอออกมา มันสุดยอดไปเลย ให้ความรู้สึกว่าเราได้กลิ่น ได้รส ลอยออกมาจากจอภาพเลย ไม่ง่ายนะครับ เป็นภาพอาหารที่มีประสาทสัมผัสเข้าไปเกี่ยวข้องได้ อันนี้คือความเทพขั้นต่อมาครับ และที่เทพสุด ๆ เลย คือ หนังเรื่องนี้เขาใช้ภาพเล่าเรื่องเยอะมากครับ ต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้มีบทสนทนาอะไรมากมายเลยครับ แต่คนดูเข้าใจ รับรู้เรื่องราว ก็มาจากงานภาพที่พูดแทนนั่นแหละครับ เทพจริง ๆ หนังที่มีบทสนทนาน้อย ถ้าภาพไม่เล่าเรื่องอีก คือ เดดแอร์เลยนะครับ คนดูหลับแน่นอน แต่ไม่ใช่สำหรับเรื่องนี้ครับ แต่ก็ไม่แปลกใจครับ พอหันไปดูชื่อช่างภาพและผู้กำกับภาพก็ต้องร้องว้าว...

++  Christopher Doyle ช่างภาพและผู้กำกับภาพที่เคยร่วมงานกับ ผกก.ระดับตำนานของฮ่องกงและจีนมาแล้วทั้ง หว่องกาไว, จางอี้โหมว และ เฉินข่ายเกอ รวมทั้งเขายังเคยทำงานกับคุณต้อมมาแล้ว 2 เรื่อง คือ เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล (2003) กับ คำพิพากษาของมหาสมุทร (2006) และยังมีหนังอีกหนึ่งเรื่องที่คนไทยรู้จักกันดี คือ อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต (2002) คุณ Christopher เป็นคนออสเตรเลีย แต่เขาร่วมงานกับชาวเอเชียมาอย่างยาวนาน ภาพแห่งความเป็นเอเชียจึงถูกถ่ายทอดออกมาได้แบบสมบูรณ์แบบครับ พูดแค่นี้เลย...



++ สิ่งที่อยากพูดถึงอีกส่วน คือ นักแสดงครับ โดยเฉพาะ คุณเบลล่า ธนัชพร บุญแสง ที่ก้าวข้ามจากแวดวงประกวดนางงาม Miss Universe Thailand 2019 มาสู่แวดวงนางแบบและนักแสดง หลายคนคงคุ้นหน้าเธอจาก ร่างทรง (2021) ในบท เพื่อนมิ้ง มาแล้ว ที่ในหนังเรื่องนี้นอกจากการแสดงที่โดดเด่น ทั้งบทอารมณ์ และบทการทำอาหาร จขกท. ขอชื่นชมเธอในส่วนของบท Love Scene ด้วยครับ คือ เธอได้ก้าวข้ามเส้นมาตรฐานของดารานำฝ่ายหญิงของเมืองไทยไปแล้ว อย่างที่ จขกท. เขียนบอกเสมอ ๆ ว่า ดาราไทยทั้งชายทั้งหญิง ถ้าเป็นนางงาม เป็นคนดัง เป็นไอดอลที่มีชื่อเสียง ก็จะเล่น Love Scene ได้ประมาณนี้ แต่ เบลล่า ก้าวข้ามตรงนั้นไปแล้วครับ จขกท. บอกเลยว่าถ้าหนังมันเข้าถึงความเป็นศิลปะ เข้าถึงความเป็น Cinematography มันจะไม่มีคำว่าอนาจาร หรือลามกเลยครับ มีแต่ความสวยงามที่ถ่ายทอดผ่านอารมณ์ได้ครับ ปรบมือให้เธอเลย ส่วนคนอื่น ๆ อย่าง คุณกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ แม้จะร้างงานแสดงไปนาน แต่ไม่ทำให้ฝีมือตกไปเลยครับ การแสดงที่ต้องกินให้อร่อยนี่แหละครับ ยากที่สุด แต่เขาก็ทำออกมาได้ดีมาก แบบมาก ๆ อย่างที่บอกว่าดูแล้วหิวตามครับ แล้วหุ่นพี่แก คือ แบบ.. สุดยอดครับ ต้องมานะพยายามขนาดไหนถึงจะออกมาได้เท่านี้ เก่งครับ ส่วนคุณปีเตอร์ นพชัย กับ Tadanobu Asano แม้จะมีบทไม่มาก แต่ก็ทำได้ดีครับ โดยเฉพาะคนหลัง ออกมานิดเดียวแต่บทกวนทีนดีครับ ชอบครับ...



++  กลับมาเรื่องบทอีกสักนิด อย่างที่บอกว่าหนังมีความประนีประนอมกับคนดู แม้เรื่องราวจะเต็มไปด้วยความรู้สึกในแนวตลกร้าย แต่พอแรงตีมันเบาลง ตรงนี้ทำให้ตอนจบค่อนข้างจะออกมาในแนวตามขนบเกินไปนิด คือ เดาได้ ไม่อึ้ง แม้จะมีอะไรนิดหน่อยให้ได้แปลกใจ แต่มันก็ไม่ขนาดนั้น เพียงแต่ได้แง่คิดว่า ถ้าทำกรรมร่วมกันมา มันก็หนีกันไม่พ้นหรอก แต่ทั้งหมดทั้งมวล จขกท. ชอบสิ่งที่หนังพยายามจะนำเสนอ ทั้งเรื่องความรุนแรงต่อเด็กและสตรี เรื่องของสังคมชนบทที่ยังมีความเชื่อที่ปิดกั้น รวมถึงเรื่องของสังคมที่อาจจะไม่เท่าเทียมของสตรีเพศ หากแต่สิ่งที่เป็นสารหลักของหนัง จขกท. นึกโยงไปถึงว่าหนังกำลังเล่นกับเรื่อง "สังคมบริโภคนิยม" อยู่ ใช่! เรามีเงิน เรามีอำนาจ เรามีสิทธิ์เลือก แต่เราไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เราบริโภคเข้าไปนั้นมันเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี คนที่บอกว่า "ดี" นั้น เขา "หวังดี" กับเราจริง ๆ หรือ ? หรือแท้จริงแล้ว เราก็เป็นตกเป็นเพียงทาสการตลาด ทาสแห่งเทรนด์นิยม ที่กว่าจะรู้ตัว ทุกอย่างทั้งร่างกายและจิตใจเรามันก็พังไปหมดแล้ว ด้วยความยินยอมของตัวเราเอง ลองคิดดูนะครับ...



++  สรุปหนังเรื่อง ครัวสาว เป็นหนังที่ดูง่าย ใคร ๆ ก็ดูได้ ไม่ได้เข้าใจอะไรยากจนเกินไป ถ่ายภาพสวย มีงาน Cinematography ที่ดี นักแสดงเล่นดี สื่ออารมณ์ได้ดี อยากให้ไปดูกันเยอะ ๆ ช่วยสนับสนุนหนังไทยดี ๆ กันครับ หนังไทยที่เน้นแกนทางความคิดในการนำเสนอ ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย แต่ใช้ความเป็นมืออาชีพ ใช้ความตั้งใจในการทำ ไม่ต้องลงทุน 45 ล้าน 50 ล้าน สร้างหนังอะไรก็ไม่รู้ออกมาครับ...
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่