
ชื่อเรื่อง: แท็กซี่กะดึก
เลิกงานโอทีจนเกือบตีสอง ถนนแถวนั้นเงียบสงัด ไม่มีรถสาธารณะ แอปเรียกรถก็ไม่มีคนรับ เขาจึงไปนั่งรอที่ศาลารอรถเก่า จนกระทั่งมีรถแท็กซี่สีครีมรุ่นเก่ามากแล่นผ่านมา ป้ายทะเบียนปกติ แต่ตัวรถเต็มไปด้วยรอยสนิมเกรอะกรัง เขาไม่ได้เอะใจ โบกมือเรียกขึ้นไป บอกจุดหมายว่าจะไปถนนราชดำเนิน ลุงคนขับพยักหน้ารับ แล้วออกรถอย่างเงียบเชียบ
ระหว่างทางลุงเปิดเพลงเก่าๆ เสียงแผ่วเบา ฟังแล้วขนลุกซู่ ก่อนจะถามขึ้นมาว่า “คุณเชื่อเรื่องความตายไหม รู้ไหมว่าคนตายแล้วไปไหน?”
เขาตอบงงๆ ว่า “ไม่รู้ครับ ลุงถามทำไม?”
ลุงหัวเราะแห้งๆ แล้วพูดต่อ “ความตายมันตลกจริงๆ นะ บางคนนอนหลับอยู่เฉยๆ ก็ไหลตายไปไม่รู้เรื่อง บางคนก็แค่ออกไปเที่ยว ไม่ได้คิดร้ายอะไร แต่ดันโดนยิงตายคาที่ไม่ทันตั้งตัว แต่ดูคนเราสิ ส่วนใหญ่ตายเพราะตัวเอง เห็นแก่ตัว ทะเลาะกันนิดหน่อยก็หัวร้อน ขับรถปาดหน้ากันก็ทำร้ายกัน ผัวเมียทรยศก็ฆ่ากัน ลูกก็ยังทำร้ายพ่อแม่ นักการเมืองก็โกงกินไม่รู้จักพอ”
ยิ่งขับนานไป เขายิ่งรู้สึกแปลก ถนนไม่คุ้นเคย ไฟทางก็ดับสนิท จึงถาม “ลุง เมื่อไหร่จะถึงสักที?”
ลุงหัวเราะแห้งๆ ว่า “ถนนเส้นนี้มันไม่มีทางไปที่ไหนหรอก”
“พูดบ้าอะไร หยุดรถเดี๋ยวนี้!”
“คุณสั่งผมไม่ได้หรอก เพราะคุณเองก็เป็นเหมือนพวกมันไปแล้ว”
“พูดบ้าอะไรเนี่ย!”
ลุงมองกลับมาด้วยสายตาเย็นเฉียบ “คุณไม่รู้จริงๆ เหรอว่า คุณตายไปแล้ว”
“ไม่จริง! กูไม่เชื่อ!”
“คุณลองมองออกไปข้างนอกดูสิ… รู้ไหม ผมรับคนมาตั้งหลายรูปแบบ ทั้งคนเห็นแก่ตัว ดื่มเหล้าเมาสุรา ตบตีพ่อแม่ นักการเมืองโกงกิน ทุกรูปแบบผมก็รับมาแล้ว แล้วคุณเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ผมรับมา”
“คน… คุณกำลังพูดเรื่องอะไรเนี่ย!”
เขาหันไปมองตาม เห็นว่าที่อยู่ข้างหน้าไม่ใช่ถนนบ้านเมืองอีกต่อไป แต่เป็นประตูขนาดใหญ่สีดำสนิท ล้อมรอบด้วยควันหนาทึบและเปลวไฟสีฟ้าลุกโชน นี่คือประตูสู่ยมโลกชัดเจน
ทันทีที่เห็นเช่นนั้น รถก็หยุดสนิท ลุงคนขับเปิดประตูลงจากรถ ร่างกายค่อยๆ เปลี่ยนแปลง กลายเป็นร่างสูงใหญ่ นุ่งโจงกระเบนสีแดงเลือด ผิวพรรณแดงฉาน มีเขางอกงามบนหัว ดวงตาแดงก่ำดุจไฟนรก
“ทีนี้รู้หรือยังว่ากูเป็นใคร!” เสียงดังก้องกังวานไปทั่ว “สร้างเวรสร้างกรรมมามากมาย ทั้งตบตีพ่อแม่ ทั้งดื่มเหล้าเมาสุรา ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ทำผิดศีลทำชั่วทุกอย่าง ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ทำหมดจนไม่เหลือความดี บัดนี้ถึงเวลาชดใช้กรรมของแล้ว!”
พูดจบ ท่านก็ส่งเสียงเรียก บริวารร่างดำมืดหลายตนก็เดินออกมาจากความมืด เข้ามาจับตัวดวงวิญญาณของเขา พาเดินเข้าสู่ประตูนรกที่เปิดรออยู่ ไม่มีทางหวนกลับมาสู่โลกมนุษย์ได้อีกต่อไป
เล่าเรื่องผี
เลิกงานโอทีจนเกือบตีสอง ถนนแถวนั้นเงียบสงัด ไม่มีรถสาธารณะ แอปเรียกรถก็ไม่มีคนรับ เขาจึงไปนั่งรอที่ศาลารอรถเก่า จนกระทั่งมีรถแท็กซี่สีครีมรุ่นเก่ามากแล่นผ่านมา ป้ายทะเบียนปกติ แต่ตัวรถเต็มไปด้วยรอยสนิมเกรอะกรัง เขาไม่ได้เอะใจ โบกมือเรียกขึ้นไป บอกจุดหมายว่าจะไปถนนราชดำเนิน ลุงคนขับพยักหน้ารับ แล้วออกรถอย่างเงียบเชียบ
ระหว่างทางลุงเปิดเพลงเก่าๆ เสียงแผ่วเบา ฟังแล้วขนลุกซู่ ก่อนจะถามขึ้นมาว่า “คุณเชื่อเรื่องความตายไหม รู้ไหมว่าคนตายแล้วไปไหน?”
เขาตอบงงๆ ว่า “ไม่รู้ครับ ลุงถามทำไม?”
ลุงหัวเราะแห้งๆ แล้วพูดต่อ “ความตายมันตลกจริงๆ นะ บางคนนอนหลับอยู่เฉยๆ ก็ไหลตายไปไม่รู้เรื่อง บางคนก็แค่ออกไปเที่ยว ไม่ได้คิดร้ายอะไร แต่ดันโดนยิงตายคาที่ไม่ทันตั้งตัว แต่ดูคนเราสิ ส่วนใหญ่ตายเพราะตัวเอง เห็นแก่ตัว ทะเลาะกันนิดหน่อยก็หัวร้อน ขับรถปาดหน้ากันก็ทำร้ายกัน ผัวเมียทรยศก็ฆ่ากัน ลูกก็ยังทำร้ายพ่อแม่ นักการเมืองก็โกงกินไม่รู้จักพอ”
ยิ่งขับนานไป เขายิ่งรู้สึกแปลก ถนนไม่คุ้นเคย ไฟทางก็ดับสนิท จึงถาม “ลุง เมื่อไหร่จะถึงสักที?”
ลุงหัวเราะแห้งๆ ว่า “ถนนเส้นนี้มันไม่มีทางไปที่ไหนหรอก”
“พูดบ้าอะไร หยุดรถเดี๋ยวนี้!”
“คุณสั่งผมไม่ได้หรอก เพราะคุณเองก็เป็นเหมือนพวกมันไปแล้ว”
“พูดบ้าอะไรเนี่ย!”
ลุงมองกลับมาด้วยสายตาเย็นเฉียบ “คุณไม่รู้จริงๆ เหรอว่า คุณตายไปแล้ว”
“ไม่จริง! กูไม่เชื่อ!”
“คุณลองมองออกไปข้างนอกดูสิ… รู้ไหม ผมรับคนมาตั้งหลายรูปแบบ ทั้งคนเห็นแก่ตัว ดื่มเหล้าเมาสุรา ตบตีพ่อแม่ นักการเมืองโกงกิน ทุกรูปแบบผมก็รับมาแล้ว แล้วคุณเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ผมรับมา”
“คน… คุณกำลังพูดเรื่องอะไรเนี่ย!”
เขาหันไปมองตาม เห็นว่าที่อยู่ข้างหน้าไม่ใช่ถนนบ้านเมืองอีกต่อไป แต่เป็นประตูขนาดใหญ่สีดำสนิท ล้อมรอบด้วยควันหนาทึบและเปลวไฟสีฟ้าลุกโชน นี่คือประตูสู่ยมโลกชัดเจน
ทันทีที่เห็นเช่นนั้น รถก็หยุดสนิท ลุงคนขับเปิดประตูลงจากรถ ร่างกายค่อยๆ เปลี่ยนแปลง กลายเป็นร่างสูงใหญ่ นุ่งโจงกระเบนสีแดงเลือด ผิวพรรณแดงฉาน มีเขางอกงามบนหัว ดวงตาแดงก่ำดุจไฟนรก
“ทีนี้รู้หรือยังว่ากูเป็นใคร!” เสียงดังก้องกังวานไปทั่ว “สร้างเวรสร้างกรรมมามากมาย ทั้งตบตีพ่อแม่ ทั้งดื่มเหล้าเมาสุรา ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ทำผิดศีลทำชั่วทุกอย่าง ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ทำหมดจนไม่เหลือความดี บัดนี้ถึงเวลาชดใช้กรรมของแล้ว!”
พูดจบ ท่านก็ส่งเสียงเรียก บริวารร่างดำมืดหลายตนก็เดินออกมาจากความมืด เข้ามาจับตัวดวงวิญญาณของเขา พาเดินเข้าสู่ประตูนรกที่เปิดรออยู่ ไม่มีทางหวนกลับมาสู่โลกมนุษย์ได้อีกต่อไป