JJNY : ทนายอั๋นยื่น กมธ. โกงสอบท้องถิ่น│ห่วงรับจ้างทำวิทยานิพนธ์เกลื่อน│เตือนภัยระดับสีม่วง│คลื่นความร้อนปกคลุมสหรัฐฯ

ทนายอั๋น ยื่น กมธ.พัฒนาการเมือง โกงสอบท้องถิ่น ภคมน จ่อนำพิจารณาสัปดาห์หน้า ชี้ มีคนส่งข้อมูลเพียบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5787994
.

.
ทนายอั๋น ยื่น กมธ.พัฒนาการเมืองฯ โกงสอบท้องถิ่น ภคมน จ่อนำพิจารณาสัปดาห์หน้า ชี้ มีคนส่งข้อมูลทั้งอดีต-ปัจจุบันเพียบ ดักคอวุฒิสภาถอนร่างกม.ท้องถิ่นออกไป 30 วัน หวังว่าจะไม่ดองไว้เฉยๆ
.
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจาก นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น เพื่อขอให้ตรวจสอบการสอบแข่งขันบุคคลเข้าเป็นข้าราชการหรือเจ้าพนักงานส่วนท้องถิ่น จากกรณีที่มีการทุจริตการสอบท้องถิ่น
.
โดยนายภัทรพงศ์ กล่าวว่า หลังจากที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้จับกุมโกงสอบท้องถิ่น แต่กระทรวงมหาดไทย ที่รับผิดชอบไม่ได้ออกมาการันตี หรือรับประกันว่าคดีนี้จะดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวการผู้กระทำความผิด แต่กลับออกมาฟ้องผู้ที่เผยแพร่คลิปเสียง จึงต้องการให้กมธ. เรียกบุคคลและพยานหลักฐาน เข้ามาชี้แจงในกมธ. ซึ่งหวังว่าจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้กับระบบราชการและประชาชน โดยวันนี้มีการตั้งไลน์กลุ่ม และมีบุคคลอยู่พันกว่าคน เป็นบุคคลซึ่งสอบเข้ามาโดยสุจริตจะมาร้องเรียนกมธ. และทำเนียบรัฐบาลด้วย จึงขอกมธ.ฯ นำเรื่องนี้เข้าสู่การประชุมโดยด่วน
.
น.ส.ภคมน กล่าวว่า ช่วงเวลานี้ที่มีกระแสข่าวการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาในกมธ. โดยมีการส่งเอกสาร จากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสอบ ผู้สังเกตการณ์ และติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่ในอดีต ดังนั้นเรื่องที่ทนายอั๋นมายื่นจึงไม่ใช่เรื่องแรก ทั้งหมดจะทำให้เราเห็นว่าความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นแค่ปัจจุบัน แต่มีความเสียหายย้อนหลังไปในอดีตในหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะอยู่ในขบวนการเดียวกันในการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น
.
น.ส.ภคมน กล่าวว่า ดังนั้นกมธ.จะนำเรื่องร้องเรียนทั้งหมด เข้าพิจารณาโดยอาจจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาให้ข้อมูลสำคัญ เพราะวันนี้ถ้าเราติดตามข่าว รู้สึกว่าหลักฐานต่างๆกระจัดกระจายมากๆ ซึ่งมีทั้งฝ่ายสอบสวนที่เป็นของกระทรวงมหาดไทย และป.ป.ช. ถ้าการสอบสวนยังแยกส่วนกันอยู่แบบนี้ โดยไม่มีหน่วยงานกลาง เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นเกิดภายใต้กระทรวงมหาดไทย และประชาชนก็ไม่ได้เชื่อมั่นในป.ป.ช. และทั้ง 2 หน่วยงานก็ไม่สามารถที่จะสืบหาข้อเท็จจริงได้ จึงคิดว่าทางกมธ. จะเป็นตัวกลางในการสืบหาข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลางที่สุด และนำมาเสนอต่อสังคมต่อไปเพื่อให้ช่วยตัดสินว่าเรื่องนี้ใครต้องรับผิดชอบ
.
น.ส.ภคมน กล่าวว่า วันนี้มีพยานหลักฐานและความเสียหายกว้างขวางมากมาย จึงควรหาคนรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ได้แล้ว เพราะความเสียหายเกิดขึ้นเยอะมาก การทุจริตเมื่อคิดเป็นจำนวนเงินสูงถึง 4,500 ล้านบาท หากย้อนกลับไปในอดีตมีการทุจริตในโครงการที่ใหญ่ขนาดนี้ในช่วงเวลาใดบ้าง ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันตรวจสอบและทำให้เรื่องนี้กระจ่าง
.
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า ตนมองว่ากระบวนการการจัดสอบ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมาพิจารณากันว่า วิธีการสอบแบบเดิมๆยังใช้อยู่ได้หรือไม่ จะต้องมีการถ่วงดุลจากใครหรือไม่ เพราะการสอบในระดับนี้การเอาคนเข้าสู่ระบบราชการ ที่เป็นความหวังของประชาชน ใช้ความรู้ความสามารถระดับนี้ ถ้าพูดกันตรงๆ ก็ไม่ต่างจากการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นควรมีผู้สังเกตการณ์จาก ภายนอกเข้ามาสังเกตการณ์การสอบ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นจุดยืนของพรรคประชาชนด้วย
.
เมื่อถามว่าจะมีการกรอกการพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร น.ส.ภคมน กล่าวว่า ในส่วนของกมธ. คาดว่าในสัปดาห์นี้จะมีการตั้งวาระ และในสัปดาห์ถัดไปจะพิจารณาเรื่องนี้ แต่เราจะทำให้การพิจารณาเรื่องนี้เร็วที่สุด เพราะข้อมูลหลักฐานเรามีเยอะมาก รวมถึงข้อมูลความเสียหายย้อนหลังที่เกิดขึ้นทั้งในปี 2566 และ 2567 ดังนั้นถ้าพิจารณาจริงๆ ตนคิดว่าน่าจะต่อกันติด และพอที่จะเห็นว่าเป็นขบวนการที่ไม่ได้แตกต่างกัน และการที่รัฐบาลบอกจะใช้เวลา 7 วัน แต่ ป.ป.ช. บอกว่าต้องใช้เวลา 3-6 เดือน ตนคิดว่าใช้เวลานานเกินไป เพราะความเสียหายเมื่อเกิดขึ้นแล้วภาพลักษณ์ของประเทศและการทุจริตในระบบราชการพังไปแล้ว จึงควรที่จะสืบหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ซึ่งจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้ภาพลักษณ์ของระบบราชการไทย
.
เมื่อถามว่า ที่ประชุมวุฒิสภาถอนร่าง กฎหมายระเบียบบริหารราชการท้องถิ่น ออกไป 30 วัน ทั้งที่เป็นช่วงที่มีปัญหาทุจริตมองเรื่องนี้อย่างไร น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนไม่ทราบเจตนาของการดึงร่างกฎหมายกลับไป แต่ถ้าได้อ่านระเบียบ ของกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ต่างจากของพรรคประชาชนคือเราต้องการให้ดึงอำนาจการสอบออกจากส่วนกลาง และเมื่อวุฒิสภากลับไป ก็ไม่อยากให้ดึงกลับไปดองไว้เฉยๆ อยากให้พิจารณาในรายละเอียดและลองดูว่าสามารถปิดช่องการทุจริตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างไร และเมื่อส่งกลับเข้ามาก็ควรที่จะดำเนินการตามปกติ โดยหวังว่าจะมีการปรับปรุงแล้วไม่ใช่ดึงกลับไปเพื่อลดแรงเสียดทานบางอย่างในการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมขณะนี้เท่านั้น
.
เมื่อถามว่าล่าสุดกรณีสอบทุจริตท้องถิ่นมีหลายกมธ.ที่พิจารณาเรื่องนี้ ทาง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จะมีการทำงานร่วมกับกมธ.อื่นหรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า มีการพูดคุยกับกมธ.กฎหมาย ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานว่า จะแบ่งพิจารณากันอย่างไร แต่ถ้าพิจารณาตามกรอบอำนาจของกมธ. วาระที่เราจะพูดคุย มีคงามแตกต่างกัน ซึ่งในส่วนของกมธ. พัฒนาการเมืองฯ เห็นว่าเมื่อกระทรวงมหาดไทยเปิดให้ประชาชนผู้เสียหายร้องเรียนเข้ามา เราคิดว่านี่คือการมีส่วนร่วมของประชาชน และเมื่อเรื่องต่างๆส่งเข้ามาที่กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ต้องหยิบขึ้นมาพิจารณาแน่นอน เพราะประชาชนควรจะได้รับการร่วมตรวจสอบ ส่วนในกมธ.กฏหมาย อาจจะหาที่มาที่ไปเส้นเงิน ซึ่งสามารถแยกกันทำงานได้ แต่หลักฐานสำคัญที่เราได้รับจากอำนาจหน้าที่ของกมธ. เอามากองรวมกันก็จะหาข้อสรุปร่วมกันได้ ไม่ใช่ปัญหา
.

.
อธิการบดี ม.ดัง ห่วง รับจ้างทำวิทยานิพนธ์เกลื่อน คนดังเพียบไม่รู้ทำวิจัยตอนไหน ชี้รากทุจริตการศึกษา
https://www.matichon.co.th/local/education/news_5787996
.
อธิการบดีม.ราชภัฏนครราชสีมา ระบุการ รับจ้างทำวิทยานิพนธ์ เป็นความเสียหายของระบบการศึกษาและถือเป็นการยอมรับการทุจริตของสังคมไทย
.
รับจ้างทำวิทยานิพนธ์ – เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และนักวิชาการด้านการศึกษา ได้เปิดเผยถึงประเด็นปัญหากระแสข่าวการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์และงานวิจัยในสังคมไทย โดยระบุว่า สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่และวิกฤตที่สุดในขณะนี้คือเรื่องของการคอร์รัปชันทางวิชาการ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การทุจริตสอบ แต่รวมไปถึงการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์และผลงานทางวิชาการ โดยสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการที่สังคมไทยยอมรับและมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ ซึ่งตนเห็นว่าขบวนการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์นั้นมีอยู่จริงและสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามเพจ
.
เฟซบุ๊กหรือเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีการประกาศรับจ้างอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ทั้งการทำวิทยานิพนธ์และการทำผลงานทางวิชาการเพื่อนำไปใช้ยื่นขอเลื่อนตำแหน่ง ทั้งในวงการครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และในระดับอุดมศึกษา
.
นอกจากนี้ ตนยังตั้งข้อสังเกตว่าคนไทยยังคงยึดติดกับคำนำหน้านามอย่างคำว่า “ด็อกเตอร์ ศาสตราจารย์ หรือรองศาสตราจารย์” ทำให้มีนักการเมือง นักธุรกิจ หรือแม้กระทั่งกลุ่มคนรุ่นใหม่หลายคนมีตำแหน่งทางวิชาการเหล่านี้นำหน้าชื่อ โดยที่บางส่วนได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษหรือรองศาสตราจารย์พิเศษ ซึ่งไม่แน่ชัดว่าไปทำผลงานวิจัยในช่วงเวลาใด ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้เกิดการยอมรับการทุจริตในทางที่ผิดว่าใครทำได้หรือซื้อมาก็ได้รับการยอมรับและได้ตำแหน่ง ถือเป็นความวิปริตในสังคมไทยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักธุรกิจต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุน รวมถึงกระทบต่อการจัดอันดับดัชนีความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของประเทศ
.
ซึ่งในปัจจุบันสำนักข่าวต่างประเทศก็ได้เริ่มตีพิมพ์แผ่ขยายเรื่องการทุจริตสอบเข้ารับราชการของไทยไปทั่วโลกแล้ว หากสังคมโลกมองว่าประเทศไทยมีการทุจริตสูง ย่อมไม่มีใครอยากเข้ามาลงทุน ตนยังกล่าวต่อไปว่าในปัจจุบันปัญหานี้ทวีความรุนแรงขึ้นจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาทำ “วิจัยทิพย์” ทั้งการทำเองและรับจ้างทำ
.
โดยไม่ได้อยู่บนฐานของข้อเท็จจริงแต่มีการเมคข้อมูลหรือเก็บข้อมูลหลอกหลวง ตนจึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่ให้ทุนวิจัย เช่น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) หน่วยงานบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค./สอวช.) หรือกระทรวงการอุมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้ตรวจสอบที่มาที่ไปของผลงานวิจัยและการกำหนดตำแหน่งทางวิชาการอย่างเข้มงวด ทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและหน่วยงานอื่นๆ เพราะปัจจุบันสิ่งเหล่านี้กลายเป็นความชั่วร้ายที่สังคมยอมรับร่วมกันจนคิดว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
.
ทั้งนี้ ตนยอมรับว่าสถานการณ์ปัจจุบันนำไปสู่ภาวะ “ด็อกเตอร์โหล” หรือตำแหน่งวิชาการโหล โดยเฉพาะในระดับปริญญาเอกที่เกิดภาวะเฟ้อเป็นอย่างมาก เช่น กรณีอดีตผู้บริหารสถานศึกษาบางแห่งที่ได้ปริญญาเอกกันอย่างแพร่หลายเนื่องจากทุกมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยมีการแจกปริญญาเอก และการเรียนการสอนไม่ได้เข้มข้นเหมือนในอดีต แม้จะมีเครื่องมือเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเยอะขึ้นซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ความลึกซึ้งในการเข้าถึงแก่นสาร เนื้อหาวิชาการ และระเบียบวิธีวิจัยในปัจจุบันกลับอ่อนแอลงอย่างมาก
.
ซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องของการตลาดไปแล้ว หากมหาวิทยาลัยใดเน้นคุณภาพและเข้มงวดตามขั้นตอนจริงย่อมไม่มีคนมาเลือกเรียน มหาวิทยาลัยหลายแห่งจึงต้องประคับประคองตัวให้อยู่รอดตามกลไกอุปสงค์อุปทาน ซึ่งตนเข้าใจและเห็นใจมหาวิทยาลัย แต่หากปล่อยให้มหาวิทยาลัยทำงานบนฐานอุปสงค์อุปทานเช่นนี้ โดยเฉพาะทางด้านสังคมศาสตร์ที่มีปัญหานี้ค่อนข้างมาก หากไม่มีความเข้มงวดในเรื่องมาตรฐานทางภาษาอังกฤษหรือเกณฑ์ชี้วัดต่างๆ จะยิ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมและความน่าเชื่อถือของประเทศชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.
.

.
เตือนภัยระดับสีม่วง น้ำทะเลร้อน ปะการังฟอกขาวกำลังจะมา
https://www.matichon.co.th/local/news_5787945
.
เตือนภัยระดับสีม่วง น้ำทะเลร้อน ปะการังฟอกขาวกำลังจะมา
.
วันที่ 2 กรกฎาคม ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ภาพ NOAA (National Oceanic and Atmospheric Administration) องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และอุตุนิยมวิทยาของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา มีภารกิจหลักในการศึกษา ติดตาม และพยากรณ์ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ มหาสมุทร ไปจนถึงระบบนิเวศ โดยกราฟฟิกแสดงการเตือนภัยปะการังฟอกขาว ที่กำลังเกิดขึ้นในทะเลทั่วโลกเร็วๆนี้ จากปรากฏการณ์ซุปเปอร์เอลนีโญที่กำลังจะเกืดขึ้นเร็วๆนี้ โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ระบุว่า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่