◽ แฟนคลับกว่า 65,000 คน จากทั่วทุกมุมยุโรป ทั้งอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ อิตาลี และสวีเดน ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่งในวันแรก
◽ รถไฟใต้ดินบรัสเซลส์แน่นขนัดเป็น 'ปลากระป๋อง'… แม้จะเพิ่มเที่ยวรถเป็น 2 เท่าเพื่อรองรับแฟนคลับ BTS แต่ก็ยังเต็มทุกขบวน
◽ กระหึ่ม! แฟน ๆ ร่วมใจร้องเพลง 'อารีรัง' ประสานเสียงระหว่างต่อแถวรอผ่านประตูตรวจตั๋ว… ขณะที่โซน K-Food หน้าคอนเสิร์ตก็ฮิตฮอตไม่แพ้กัน
เมื่อบ่ายวันที่ 1 (ตามเวลาท้องถิ่น) เส้นทางมุ่งสู่ 'สนามกีฬาคิงโบดวง' (King Baudouin Stadium) ในกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตครั้งแรกในเบลเยียมของบอยแบนด์วง BTS นับตั้งแต่เดบิวต์มานั้น เต็มไปด้วยความยากลำบากและโกลาหลเป็นอย่างยิ่ง
แม้จะยืนรออยู่ที่สถานีแห่งหนึ่งในตัวเมือง เพื่อขึ้นรถไฟใต้ดินสาย 6 ที่มุ่งหน้าไปยังสนามกีฬาโบดวง แต่รถไฟที่วิ่งเข้ามาเทียบชานชาลาต่อเนื่องกันหลายขบวนกลับแน่นขนัดจนแทบไม่มีที่ยืน สะท้อนภาพความแออัดยัดเยียดไม่ต่างจาก "ปลากระป๋อง" เลยทีเดียว
เมื่อสุภาพบุรุษสูงวัยคนหนึ่งที่ปล่อยรถไฟผ่านไปหลายขบวนเพราะไม่กล้าเบียดเสียดเข้าไป ได้เอ่ยถามด้วยสีหน้ามึนงงว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่ของ STIB (บริษัทขนส่งมวลชนกรุงบรัสเซลส์) ที่มาคอยควบคุมฝูงชนจึงตอบกลับด้วยท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่า "นี่ขนาดเราเพิ่มเที่ยวรถไฟใต้ดินเป็น 2 เท่าเพราะ BTS แล้วนะครับ สภาพยังเป็นไปได้ถึงขนาดนี้เลย"
รถไฟใต้ดินที่มุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดคอนเสิร์ตของ BTS แน่นขนัดราวกับตู้ปลูกถั่วงอก
เอพริลและอเล็กซ์ แฟนหนุ่มของเธอ ซึ่งเป็นคู่รักวัย 20 กว่า ๆ ที่เอ่ยปากเตือนผู้สื่อข่าวให้ระวังกระเป๋าเพราะประตูรถไฟใต้ดินปิดค่อนข้างยาก เล่าว่าพวกเขาเดินทางมาจากเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เพื่อมาชมคอนเสิร์ตของ BTS โดยเฉพาะ
เอพริลซึ่งมีพื้นเพมาจากประเทศฟิลิปปินส์ ถือเป็นแฟนคลับระดับเดนตาย (แฟนพันธุ์แท้) ที่เคยตามไปดูคอนเสิร์ตของ BTS ที่กรุงมะนิลาเมื่อ 8 ก่อนมาแล้ว คู่รักคู่นี้เผยว่า ตอนแรกพวกตนตั้งใจจะไปดูคอนเสิร์ตที่ลอนดอนในวันที่ 6-7 ที่จะถึงนี้ แต่กดจองตั๋วไม่ทัน จึงเลือกมาที่บรัสเซลส์เป็นแผนสำรอง พร้อมกับแสดงความพึงพอใจโดยบอกว่า ค่าโรงแรมที่นี่ดูเหมือนจะถูกกว่าที่ลอนดอนอยู่พอสมควร
เนื่องจากเจ้าหน้าที่เปิดประตูตรวจตั๋วทางออกสู่ภายนอกไว้เพียงช่องเดียวด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ทำให้หลังจากลงจากรถไฟใต้ดินแล้ว ต้องใช้เวลามากกว่า 20 นาทีเลยทีเดียว กว่าจะสามารถเดินขึ้นมาสู่บนดินได้ อย่างไรก็ตาม เหล่าอาร์มี่ต่างไม่มีใครบ่นอุบ แต่กลับร่วมใจกันร้องเพลงของ BTS รวมถึงเพลง
'อารีรัง' ประสานเสียงกันอย่างสนุกสนานเพื่อปลดปล่อยพลังความตื่นเต้นออกมาระหว่างรอ
'โรเนีย' นักเรียนมัธยมปลายวัย 18 ปีจากประเทศฟินแลนด์ ซึ่งได้พูดคุยกันบริเวณหน้าประตูตรวจตั๋ว เล่าว่าเธอฟังเพลงของ BTS และเติบโตมาพร้อมกับเสียงเพลงของพวกเขาตั้งแต่สมัยเรียนประถม และในที่สุดความฝันที่จะได้มา
"ดูคอนเสิร์ตตัวเป็น ๆ" ของ BTS ก็กลายเป็นจริง หลังจากที่เธอเก็บออมเงินค่าขนมมานานถึง 3 ปี
เหล่า ARMY ชาวเบลเยียมที่มาชมคอนเสิร์ต BTS โดยแต่งกายด้วยชุดฮันบก
แม้จะยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงเวลาเปิดให้เข้าชม แต่บริเวณหน้าสนามกีฬาซึ่ีงเป็นสถานที่จัดงานก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมากแล้ว ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นฝูงชนพากันรุมล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งที่แต่งกายจัดเต็มด้วย
"คัท" (หมวกทรงสูงแบบโบราณ),
"โทโพ" (เสื้อคลุมฮันบกตัวยาว) ไปจนถึง
"โคมูชิน" (รองเท้ายางโบราณ) จึงเดินเข้าไปดูด้วยความสงสัยว่าอาจจะเป็นคนเกาหลี แต่กลับพบว่าเขาเป็นชายหนุ่มชาวเบลเยียมวัย 26 ปี
ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อว่า 'เบนัวต์' เขาเล่าว่าเมื่อปีที่แล้วได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ แล้วเกิดตกหลุมรักชุดฮันบกตอนที่ไปเที่ยวชมพระราชวังโบราณ สำหรับเสื้อคลุมโทโพตัวนี้เขาเพิ่งซื้อมาจากปารีส ส่วนหมวกคัทนั้นเขาสั่งซื้อตรงมาจากเกาหลีและเพิ่งได้รับทางพัสดุเมื่อไม่นานมานี้เอง
เบนัวต์ซึ่งเผยว่าเป็นแฟนคลับของ BTS มานานถึง 8 ปีแล้ว กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า ในขณะที่เหล่าอาร์มี่จากประเทศอื่น ๆ ในยุโรปต้องยอมเดินทางข้ามประเทศเพื่อมาดูคอนเสิร์ตของ BTS แต่ตัวเขากลับโชคดีมากที่ได้ดูคอนเสิร์ตของ BTS ในเมืองที่ตัวเองอาศัยอยู่เลย มันเหมือนกับความฝันที่เป็นจริงเลยทีเดียว
ฉันเดินทางมาจากอิตาลีเพื่อมาดู BTS
'เวโรนิกา' (อายุ 53 ปี) หญิงวัยกลางคนซึ่งสวมเสื้อยืดที่เขียนคำว่า
'브뤼셀' (บรัสเซลส์) ด้วยลายมือภาษาเกาหลีของตัวเอง เล่าว่าเธอเดินทางออกจากเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี มาถึงบรัสเซลส์ตั้งแต่วันก่อน โดยมี 'ชารอน' ลูกสาววัย 25 ปีทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดร่วมเดินทางมาด้วย คุณแม่ผู้เผยว่าตัวเองชื่นชอบ BTS มากกว่าลูกสาวเสียอีก กล่าวว่า เพราะ BTS แท้ ๆ ทำให้เธอได้มาเยือนบรัสเซลส์เป็นครั้งแรกในชีวิต พร้อมกับชื่นชมว่า BTS กำลังทำหน้าที่เป็นเสมือนสะพานเชื่อมชาวเหนือและชาวใต้ รวมถึงผู้คนทั่วทั้งยุโรปให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน
ขณะเดียวกัน 'เซดริก' ชายหนุ่มชาวสวีเดนเชื้อสายบราซิล กำลังยืนแจกใบปลิวที่มีข้อความภาษาเกาหลีว่า
'ARIRANG ยืนเคียงข้าง BTS ตลอดไป' อยู่ที่หน้าสถานที่จัดคอนเสิร์ต โดยด้านหลังของใบปลิวมีคำอธิบายระบุว่า
"พวกเราอยากใช้กระดาษแผ่นนี้สร้างความประหลาดใจ (เซอร์ไพรส์) ให้กับสมาชิกวง BTS ครับ ตอนที่พวกเราร่วมกันร้องเพลงอารีรังในคอนเสิร์ต ขอความร่วมมือทุกคนช่วยกันชูกระดาษแผ่นนี้ขึ้นมาด้วยนะครับ"
เซดริกเผยว่าเขาเข้าสู่ทำเนียบ 'อาร์มี่' ตามภรรยาที่เป็นคนเชื้อสายเกาหลี ซึ่งถูกรับเลือกเป็นบุตรบุญธรรมมาอยู่ที่สวีเดนตั้งแต่ยังแบเบาะ เขาเดินทางมาถึงหน้างานล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยตั้งใจจะแจกใบปลิวที่สั่งพิมพ์มาเองจำนวนถึง 40,000 ใบให้หมด พร้อมกล่าวปนรอยยิ้มว่า "อาจเป็นเพราะอิทธิพลจากภรรยาที่มีสายเลือดเกาหลีอยู่เต็มตัวล่ะมั้งครับ เวลาผมฟังเพลงอารีรังทีไร ผมเลยรู้สึกเหมือนจะสามารถเข้าถึงและอินไปกับความรู้สึกลึก ๆ ที่คนเกาหลีสัมผัสได้เลยครับ"
"จะอยู่เคียงข้าง BTS ตลอดไป"
ในวันดังกล่าว บริเวณรอบนอกสถานที่จัดคอนเสิร์ตมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบคอยเดินตรวจตราความเรียบร้อยอยู่เป็นระยะ ๆ 'เคนี' เจ้าหน้าที่ตำรวจวัย 30 กว่า ๆ เผยว่า ในช่วงเย็นของวันนี้มีการแข่งขันฟุตบอลรอบ 32 ทีมสุดท้ายระหว่างทีมชาติเบลเบียมกับเซเนกัลด้วย จึงน่าจะเป็นวันที่ยุ่งมาก ๆ วันหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้น เขากลับบอกว่าไม่ได้กังวลกับงานคอนเสิร์ตของ BTS มากนัก
เขาอธิบายว่า หากเป็นแมตช์การแข่งขันฟุตบอล มักจะเกิดสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงจากแฟนบอลที่อารมณ์พลุ่งพล่านอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ต้องตื่นตัวและตึงเครียดกันมาก แต่สำหรับแฟนคลับของ BTS ที่มาชมคอนเสิร์ตในวันนี้ พวกเขาถือเป็น
"กลุ่มคนที่เป็นมิตรและรักสงบ" พร้อมกับพูดปนถามกลับว่า "ลองดูฝูงชนที่ทยอยเดินออกมาจากสถานีรถไฟใต้ดินสิครับ กว่า 95% เป็นผู้หญิงทั้งนั้นเลยไม่ใช่หรือครับ"
แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจเคนีจะไม่ได้ชื่นชอบเพลงของ BTS เป็นพิเศษ แต่เขาก็รู้จักเพลงของพวกเขาเป็นอย่างดี เนื่องจากภรรยาและลูกชายตัวน้อยเป็นแฟนคลับตัวยง เขากล่าวทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า "ถ้าพวกเขาเป็นคนที่ชอบบทเพลงที่สร้างสรรค์และมีความสละสลวยงดงามแบบเพลงของ BTS ล่ะก็ เรื่อง (การรักษาความสงบเรียบร้อย) ก็ไม่มีอะไรที่ต้องน่ากังวลเลยครับ"
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้แง้มข้อมูลให้ฟังอีกว่า สำหรับคอนเสิร์ตในวันนี้ ไม่เพียงแต่จะมีแฟน ๆ จากประเทศเพื่อนบ้านในยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี เท่านั้น แต่ยังมีแฟนคลับอีกจำนวนไม่น้อยที่ยอมลงทุนเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อมาชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ด้วย
นอกจากนี้ ร้านอาหารเกาหลีในท้องถิ่นของบรัสเซลส์ยังได้มาเปิดบูธขายอาหารริมทางสไตล์เกาหลี (K-Street Food) บริเวณหน้าสถานที่จัดงาน เช่น คิมบับ ต็อกบกกี และไก่ทอดซอสเกาหลี ซึ่งมีผู้คนเนืองแน่นพากันมาต่อแถวซื้อทานกันอย่างไม่ขาดสาย เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงกระแสความนิยมของอาหารเกาหลี (K-Food) ได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ คอนเสิร์ตของ BTS ในกรุงบรัสเซลส์ จะจัดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 2 นี้
'บรัสเซลส์' เมืองหลวงแห่งยุโรป ถูกยึดครองโดย 'อาร์มี่' แม้จะต่างสัญชาติ แต่ก็รวมกันเป็นหนึ่งได้ด้วย BTS
เอพริลและอเล็กซ์ แฟนหนุ่มของเธอ ซึ่งเป็นคู่รักวัย 20 กว่า ๆ ที่เอ่ยปากเตือนผู้สื่อข่าวให้ระวังกระเป๋าเพราะประตูรถไฟใต้ดินปิดค่อนข้างยาก เล่าว่าพวกเขาเดินทางมาจากเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เพื่อมาชมคอนเสิร์ตของ BTS โดยเฉพาะ
เอพริลซึ่งมีพื้นเพมาจากประเทศฟิลิปปินส์ ถือเป็นแฟนคลับระดับเดนตาย (แฟนพันธุ์แท้) ที่เคยตามไปดูคอนเสิร์ตของ BTS ที่กรุงมะนิลาเมื่อ 8 ก่อนมาแล้ว คู่รักคู่นี้เผยว่า ตอนแรกพวกตนตั้งใจจะไปดูคอนเสิร์ตที่ลอนดอนในวันที่ 6-7 ที่จะถึงนี้ แต่กดจองตั๋วไม่ทัน จึงเลือกมาที่บรัสเซลส์เป็นแผนสำรอง พร้อมกับแสดงความพึงพอใจโดยบอกว่า ค่าโรงแรมที่นี่ดูเหมือนจะถูกกว่าที่ลอนดอนอยู่พอสมควร
เนื่องจากเจ้าหน้าที่เปิดประตูตรวจตั๋วทางออกสู่ภายนอกไว้เพียงช่องเดียวด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ทำให้หลังจากลงจากรถไฟใต้ดินแล้ว ต้องใช้เวลามากกว่า 20 นาทีเลยทีเดียว กว่าจะสามารถเดินขึ้นมาสู่บนดินได้ อย่างไรก็ตาม เหล่าอาร์มี่ต่างไม่มีใครบ่นอุบ แต่กลับร่วมใจกันร้องเพลงของ BTS รวมถึงเพลง 'อารีรัง' ประสานเสียงกันอย่างสนุกสนานเพื่อปลดปล่อยพลังความตื่นเต้นออกมาระหว่างรอ
'โรเนีย' นักเรียนมัธยมปลายวัย 18 ปีจากประเทศฟินแลนด์ ซึ่งได้พูดคุยกันบริเวณหน้าประตูตรวจตั๋ว เล่าว่าเธอฟังเพลงของ BTS และเติบโตมาพร้อมกับเสียงเพลงของพวกเขาตั้งแต่สมัยเรียนประถม และในที่สุดความฝันที่จะได้มา "ดูคอนเสิร์ตตัวเป็น ๆ" ของ BTS ก็กลายเป็นจริง หลังจากที่เธอเก็บออมเงินค่าขนมมานานถึง 3 ปี
แม้จะยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงเวลาเปิดให้เข้าชม แต่บริเวณหน้าสนามกีฬาซึ่ีงเป็นสถานที่จัดงานก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมากแล้ว ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นฝูงชนพากันรุมล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งที่แต่งกายจัดเต็มด้วย "คัท" (หมวกทรงสูงแบบโบราณ), "โทโพ" (เสื้อคลุมฮันบกตัวยาว) ไปจนถึง "โคมูชิน" (รองเท้ายางโบราณ) จึงเดินเข้าไปดูด้วยความสงสัยว่าอาจจะเป็นคนเกาหลี แต่กลับพบว่าเขาเป็นชายหนุ่มชาวเบลเยียมวัย 26 ปี
ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อว่า 'เบนัวต์' เขาเล่าว่าเมื่อปีที่แล้วได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ แล้วเกิดตกหลุมรักชุดฮันบกตอนที่ไปเที่ยวชมพระราชวังโบราณ สำหรับเสื้อคลุมโทโพตัวนี้เขาเพิ่งซื้อมาจากปารีส ส่วนหมวกคัทนั้นเขาสั่งซื้อตรงมาจากเกาหลีและเพิ่งได้รับทางพัสดุเมื่อไม่นานมานี้เอง
เบนัวต์ซึ่งเผยว่าเป็นแฟนคลับของ BTS มานานถึง 8 ปีแล้ว กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า ในขณะที่เหล่าอาร์มี่จากประเทศอื่น ๆ ในยุโรปต้องยอมเดินทางข้ามประเทศเพื่อมาดูคอนเสิร์ตของ BTS แต่ตัวเขากลับโชคดีมากที่ได้ดูคอนเสิร์ตของ BTS ในเมืองที่ตัวเองอาศัยอยู่เลย มันเหมือนกับความฝันที่เป็นจริงเลยทีเดียว
'เวโรนิกา' (อายุ 53 ปี) หญิงวัยกลางคนซึ่งสวมเสื้อยืดที่เขียนคำว่า '브뤼셀' (บรัสเซลส์) ด้วยลายมือภาษาเกาหลีของตัวเอง เล่าว่าเธอเดินทางออกจากเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี มาถึงบรัสเซลส์ตั้งแต่วันก่อน โดยมี 'ชารอน' ลูกสาววัย 25 ปีทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดร่วมเดินทางมาด้วย คุณแม่ผู้เผยว่าตัวเองชื่นชอบ BTS มากกว่าลูกสาวเสียอีก กล่าวว่า เพราะ BTS แท้ ๆ ทำให้เธอได้มาเยือนบรัสเซลส์เป็นครั้งแรกในชีวิต พร้อมกับชื่นชมว่า BTS กำลังทำหน้าที่เป็นเสมือนสะพานเชื่อมชาวเหนือและชาวใต้ รวมถึงผู้คนทั่วทั้งยุโรปให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน
ขณะเดียวกัน 'เซดริก' ชายหนุ่มชาวสวีเดนเชื้อสายบราซิล กำลังยืนแจกใบปลิวที่มีข้อความภาษาเกาหลีว่า 'ARIRANG ยืนเคียงข้าง BTS ตลอดไป' อยู่ที่หน้าสถานที่จัดคอนเสิร์ต โดยด้านหลังของใบปลิวมีคำอธิบายระบุว่า "พวกเราอยากใช้กระดาษแผ่นนี้สร้างความประหลาดใจ (เซอร์ไพรส์) ให้กับสมาชิกวง BTS ครับ ตอนที่พวกเราร่วมกันร้องเพลงอารีรังในคอนเสิร์ต ขอความร่วมมือทุกคนช่วยกันชูกระดาษแผ่นนี้ขึ้นมาด้วยนะครับ"
เซดริกเผยว่าเขาเข้าสู่ทำเนียบ 'อาร์มี่' ตามภรรยาที่เป็นคนเชื้อสายเกาหลี ซึ่งถูกรับเลือกเป็นบุตรบุญธรรมมาอยู่ที่สวีเดนตั้งแต่ยังแบเบาะ เขาเดินทางมาถึงหน้างานล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยตั้งใจจะแจกใบปลิวที่สั่งพิมพ์มาเองจำนวนถึง 40,000 ใบให้หมด พร้อมกล่าวปนรอยยิ้มว่า "อาจเป็นเพราะอิทธิพลจากภรรยาที่มีสายเลือดเกาหลีอยู่เต็มตัวล่ะมั้งครับ เวลาผมฟังเพลงอารีรังทีไร ผมเลยรู้สึกเหมือนจะสามารถเข้าถึงและอินไปกับความรู้สึกลึก ๆ ที่คนเกาหลีสัมผัสได้เลยครับ"
ในวันดังกล่าว บริเวณรอบนอกสถานที่จัดคอนเสิร์ตมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบคอยเดินตรวจตราความเรียบร้อยอยู่เป็นระยะ ๆ 'เคนี' เจ้าหน้าที่ตำรวจวัย 30 กว่า ๆ เผยว่า ในช่วงเย็นของวันนี้มีการแข่งขันฟุตบอลรอบ 32 ทีมสุดท้ายระหว่างทีมชาติเบลเบียมกับเซเนกัลด้วย จึงน่าจะเป็นวันที่ยุ่งมาก ๆ วันหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้น เขากลับบอกว่าไม่ได้กังวลกับงานคอนเสิร์ตของ BTS มากนัก
เขาอธิบายว่า หากเป็นแมตช์การแข่งขันฟุตบอล มักจะเกิดสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงจากแฟนบอลที่อารมณ์พลุ่งพล่านอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ต้องตื่นตัวและตึงเครียดกันมาก แต่สำหรับแฟนคลับของ BTS ที่มาชมคอนเสิร์ตในวันนี้ พวกเขาถือเป็น "กลุ่มคนที่เป็นมิตรและรักสงบ" พร้อมกับพูดปนถามกลับว่า "ลองดูฝูงชนที่ทยอยเดินออกมาจากสถานีรถไฟใต้ดินสิครับ กว่า 95% เป็นผู้หญิงทั้งนั้นเลยไม่ใช่หรือครับ"
แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจเคนีจะไม่ได้ชื่นชอบเพลงของ BTS เป็นพิเศษ แต่เขาก็รู้จักเพลงของพวกเขาเป็นอย่างดี เนื่องจากภรรยาและลูกชายตัวน้อยเป็นแฟนคลับตัวยง เขากล่าวทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า "ถ้าพวกเขาเป็นคนที่ชอบบทเพลงที่สร้างสรรค์และมีความสละสลวยงดงามแบบเพลงของ BTS ล่ะก็ เรื่อง (การรักษาความสงบเรียบร้อย) ก็ไม่มีอะไรที่ต้องน่ากังวลเลยครับ"
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้แง้มข้อมูลให้ฟังอีกว่า สำหรับคอนเสิร์ตในวันนี้ ไม่เพียงแต่จะมีแฟน ๆ จากประเทศเพื่อนบ้านในยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี เท่านั้น แต่ยังมีแฟนคลับอีกจำนวนไม่น้อยที่ยอมลงทุนเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อมาชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ด้วย
นอกจากนี้ ร้านอาหารเกาหลีในท้องถิ่นของบรัสเซลส์ยังได้มาเปิดบูธขายอาหารริมทางสไตล์เกาหลี (K-Street Food) บริเวณหน้าสถานที่จัดงาน เช่น คิมบับ ต็อกบกกี และไก่ทอดซอสเกาหลี ซึ่งมีผู้คนเนืองแน่นพากันมาต่อแถวซื้อทานกันอย่างไม่ขาดสาย เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงกระแสความนิยมของอาหารเกาหลี (K-Food) ได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ คอนเสิร์ตของ BTS ในกรุงบรัสเซลส์ จะจัดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 2 นี้