ใครจะไปคิดว่าทำนองเพลงป๊อปจังหวะสดใสที่มีจุดเริ่มต้นจากประเทศญี่ปุ่น จะคงอยู่ข้ามเวลาและข้ามทวีป จนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การทูตของไทยในระดับโลกวันนี้
.
หลายคนคงจำภาพความฮิตถล่มทลายของทำนองเพลงนี้ได้ เพราะจุดเริ่มต้นมาจากเพลงออริจินัล ‘Koisuru Fortune Cookie’ ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเพลงประจำวง AKB48 ที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในญี่ปุ่น ก่อนจะถูกแปลต่อมายังวงเกิร์ลกรุ๊ปไทยอย่าง BNK48 ในชื่อ ‘คุกกี้เสี่ยงทาย’ เมื่อปี 2560
.
ซึ่งไม่ใช่แค่การนำซิงเกิลยอดฮิตมาแปลเป็นภาษาไทยเท่านั้น แต่นี่คือมิวสิกวิดีโอที่เปิดโอกาสให้แฟนคลับนับพันคนเข้ามาร่วมสร้างปรากฏการณ์พร้อมกับเมมเบอร์ทั้ง 16 คน จนดันยอดวิวบน YouTube พุ่งทะลุ 200 ล้านวิวไปแล้ว
.
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำลายกำแพงวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม พลิกโฉมวัฒนธรรมไอดอลญี่ปุ่นและระบบการสนับสนุนศิลปินแบบ ‘โอตะ’ ให้กลายเป็นกระแสหลักในสังคมไทยในเวลานั้น
.
ท่าเต้น ‘ปั้นข้าวปั้น’ หรือโอนิกิริ กลายเป็นไวรัลที่คนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กนักเรียน พนักงานออฟฟิศ ข้าราชการ ไปจนถึงผู้สูงอายุต่างก็ลุกขึ้นมาเต้นคัฟเวอร์กันทั่วบ้านทั่วเมือง จนภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐต้องนำทำนองและแนวคิดไปดัดแปลงเพื่อโปรโมตแคมเปญต่างๆ อย่างกว้างขวาง
.
เมื่อกระแสความนิยมของวง BNK48 ติดลมและสามารถเข้าถึงมวลชนได้ทุกระดับ อิทธิพลของคุกกี้เสี่ยงทายจึงขยายวงกว้าง ออกจากสื่อบันเทิง เข้าสู่แวดวงการเมืองอย่างเต็มตัว เมื่อช่วงปี 2561 รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เริ่มปรับมาใช้สื่อโซเชียลมีเดียและอาศัยกระแสสังคมเพื่อการสื่อสารมากขึ้น
.
นอกจากจะดึงนักแสดงละครเรื่องบุพเพสันนิวาสมาร่วมงานแล้ว รัฐบาลยังเชิญกลุ่มศิลปินวัยรุ่นวง BNK48 เข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อโปรโมตสถานีวิทยุครอบครัว เกิดปรากฏการณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำท่าเต้นปั้นข้าวปั้นตามเหล่าไอดอล จนถูกนำไปตีความว่าเป็นกลยุทธ์สื่อสารทางการเมือง ลดทอนความแข็งกร้าว ปรับภาพลักษณ์ผู้นำแบบทหาร ให้ดูมีความเป็นมนุษย์และเข้าถึงง่ายขึ้นด้วยความสดใสของศิลปิน
.
รัฐบาลในขณะนั้นยังพยายามเจาะฐานเสียงคนรุ่นใหม่เพื่อลดช่องว่างระหว่างวัย รวมถึงใช้ความโด่งดังของวงมาช่วยกระจายข่าวสารให้เข้าถึงประชาชนได้ง่ายและกว้างขวางกว่าช่องทางการสื่อสารเดิมๆ ของรัฐ จนภาพการเต้นโอนิกิริครั้งนั้นกลายเป็นภาพจำที่ผ่อนคลายที่สุดครั้งหนึ่งของอดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นตัวอย่างการใช้กลยุทธ์สื่อสารของรัฐในแวดวงการเมืองไทยสมัยใหม่
.
จากการเชื่อมโยงวงการบันเทิงและการเมืองไทยเข้าด้วยกัน ใครจะคิดว่าอีกหลายปีต่อมา เมโลดี้ที่คุ้นเคยนี้จะไปอยู่ในวิดีโอระดับรัฐพิธีของชาติมหาอำนาจ ล่าสุด ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ได้เลือกใช้เพลง ‘Koisuru Fortune Cookie’ เวอร์ชันต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นของวง AKB48 มาประกอบคลิปวิดีโอต้อนรับการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
.
แม้วิดีโอดังกล่าวจะใช้เสียงร้องต้นฉบับที่เป็นภาษาญี่ปุ่น แต่เมโลดี้ที่คนไทยทั้งประเทศจดจำได้ก็สามารถทำหน้าที่ของมันได้อย่างดี อาจตีความได้ว่า แทนที่จะใช้เพลงบรรเลงออร์เคสตรา ทีมงานผู้นำฝรั่งเศสกลับตั้งใจหยิบยกทำนองเพลงป๊อปสุดฮิตนี้มาใช้เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และซื้อใจชาวไทย เปลี่ยนบรรยากาศการต้อนรับระดับผู้นำประเทศที่มักจะถูกตีกรอบด้วยความเคร่งขรึมและเป็นทางการ ให้ดูผ่อนคลาย อบอุ่น และเป็นกันเองมากขึ้น
.
เพลงต้นฉบับเพลงนี้จึงทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมมิตรภาพที่สร้างรอยยิ้มและได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากชาวเน็ต ในวาระประวัติศาสตร์ครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและฝรั่งเศส
.
เรื่องนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ว่า ดนตรีที่เคยสร้างความสนุกสนานให้กับคนในชาติแบบไม่มีช่องว่างระหว่างวัยเมื่อเกือบสิบปีก่อน ทำให้วันนี้ เพลงนี้ได้ก้าวข้ามพรมแดนไปทำหน้าที่เป็น ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ทางการทูต หลอมรวมความแตกต่างทางวัฒนธรรมได้อย่างงดงามและน่าจดจำอีกด้วย
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
https://plus.thairath.co.th/topic/subculture/106439
https://www.facebook.com/share/v/1QrrUatnGf/
.
#ThairathPlus #ไทยรัฐพลัส #คุกกี้เสี่ยงทาย #KoisuruFortuneCookie #BNK48
สำรวจซอฟต์พาวเวอร์สิบปี Koisuru Fortune Cookie จากจุดเปลี่ยนวงการไอดอลไทย ไปถึงกลยุทธ์สื่อสารรัฐบาลลุงตู่
.
หลายคนคงจำภาพความฮิตถล่มทลายของทำนองเพลงนี้ได้ เพราะจุดเริ่มต้นมาจากเพลงออริจินัล ‘Koisuru Fortune Cookie’ ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเพลงประจำวง AKB48 ที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในญี่ปุ่น ก่อนจะถูกแปลต่อมายังวงเกิร์ลกรุ๊ปไทยอย่าง BNK48 ในชื่อ ‘คุกกี้เสี่ยงทาย’ เมื่อปี 2560
.
ซึ่งไม่ใช่แค่การนำซิงเกิลยอดฮิตมาแปลเป็นภาษาไทยเท่านั้น แต่นี่คือมิวสิกวิดีโอที่เปิดโอกาสให้แฟนคลับนับพันคนเข้ามาร่วมสร้างปรากฏการณ์พร้อมกับเมมเบอร์ทั้ง 16 คน จนดันยอดวิวบน YouTube พุ่งทะลุ 200 ล้านวิวไปแล้ว
.
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำลายกำแพงวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม พลิกโฉมวัฒนธรรมไอดอลญี่ปุ่นและระบบการสนับสนุนศิลปินแบบ ‘โอตะ’ ให้กลายเป็นกระแสหลักในสังคมไทยในเวลานั้น
.
ท่าเต้น ‘ปั้นข้าวปั้น’ หรือโอนิกิริ กลายเป็นไวรัลที่คนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กนักเรียน พนักงานออฟฟิศ ข้าราชการ ไปจนถึงผู้สูงอายุต่างก็ลุกขึ้นมาเต้นคัฟเวอร์กันทั่วบ้านทั่วเมือง จนภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐต้องนำทำนองและแนวคิดไปดัดแปลงเพื่อโปรโมตแคมเปญต่างๆ อย่างกว้างขวาง
.
เมื่อกระแสความนิยมของวง BNK48 ติดลมและสามารถเข้าถึงมวลชนได้ทุกระดับ อิทธิพลของคุกกี้เสี่ยงทายจึงขยายวงกว้าง ออกจากสื่อบันเทิง เข้าสู่แวดวงการเมืองอย่างเต็มตัว เมื่อช่วงปี 2561 รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เริ่มปรับมาใช้สื่อโซเชียลมีเดียและอาศัยกระแสสังคมเพื่อการสื่อสารมากขึ้น
.
นอกจากจะดึงนักแสดงละครเรื่องบุพเพสันนิวาสมาร่วมงานแล้ว รัฐบาลยังเชิญกลุ่มศิลปินวัยรุ่นวง BNK48 เข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อโปรโมตสถานีวิทยุครอบครัว เกิดปรากฏการณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำท่าเต้นปั้นข้าวปั้นตามเหล่าไอดอล จนถูกนำไปตีความว่าเป็นกลยุทธ์สื่อสารทางการเมือง ลดทอนความแข็งกร้าว ปรับภาพลักษณ์ผู้นำแบบทหาร ให้ดูมีความเป็นมนุษย์และเข้าถึงง่ายขึ้นด้วยความสดใสของศิลปิน
.
รัฐบาลในขณะนั้นยังพยายามเจาะฐานเสียงคนรุ่นใหม่เพื่อลดช่องว่างระหว่างวัย รวมถึงใช้ความโด่งดังของวงมาช่วยกระจายข่าวสารให้เข้าถึงประชาชนได้ง่ายและกว้างขวางกว่าช่องทางการสื่อสารเดิมๆ ของรัฐ จนภาพการเต้นโอนิกิริครั้งนั้นกลายเป็นภาพจำที่ผ่อนคลายที่สุดครั้งหนึ่งของอดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นตัวอย่างการใช้กลยุทธ์สื่อสารของรัฐในแวดวงการเมืองไทยสมัยใหม่
.
จากการเชื่อมโยงวงการบันเทิงและการเมืองไทยเข้าด้วยกัน ใครจะคิดว่าอีกหลายปีต่อมา เมโลดี้ที่คุ้นเคยนี้จะไปอยู่ในวิดีโอระดับรัฐพิธีของชาติมหาอำนาจ ล่าสุด ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ได้เลือกใช้เพลง ‘Koisuru Fortune Cookie’ เวอร์ชันต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นของวง AKB48 มาประกอบคลิปวิดีโอต้อนรับการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
.
แม้วิดีโอดังกล่าวจะใช้เสียงร้องต้นฉบับที่เป็นภาษาญี่ปุ่น แต่เมโลดี้ที่คนไทยทั้งประเทศจดจำได้ก็สามารถทำหน้าที่ของมันได้อย่างดี อาจตีความได้ว่า แทนที่จะใช้เพลงบรรเลงออร์เคสตรา ทีมงานผู้นำฝรั่งเศสกลับตั้งใจหยิบยกทำนองเพลงป๊อปสุดฮิตนี้มาใช้เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และซื้อใจชาวไทย เปลี่ยนบรรยากาศการต้อนรับระดับผู้นำประเทศที่มักจะถูกตีกรอบด้วยความเคร่งขรึมและเป็นทางการ ให้ดูผ่อนคลาย อบอุ่น และเป็นกันเองมากขึ้น
.
เพลงต้นฉบับเพลงนี้จึงทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมมิตรภาพที่สร้างรอยยิ้มและได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากชาวเน็ต ในวาระประวัติศาสตร์ครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและฝรั่งเศส
.
เรื่องนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ว่า ดนตรีที่เคยสร้างความสนุกสนานให้กับคนในชาติแบบไม่มีช่องว่างระหว่างวัยเมื่อเกือบสิบปีก่อน ทำให้วันนี้ เพลงนี้ได้ก้าวข้ามพรมแดนไปทำหน้าที่เป็น ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ทางการทูต หลอมรวมความแตกต่างทางวัฒนธรรมได้อย่างงดงามและน่าจดจำอีกด้วย
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://plus.thairath.co.th/topic/subculture/106439
https://www.facebook.com/share/v/1QrrUatnGf/
.
#ThairathPlus #ไทยรัฐพลัส #คุกกี้เสี่ยงทาย #KoisuruFortuneCookie #BNK48