ถ้าพูดถึงชื่อ "โดนัลด์ ทรัมป์" หลายคนคงนึกถึงนักการเมืองหรือเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ใช่ไหมครับ? แต่รู้หรือไม่ว่าในปี 2025 ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้กลายเป็น "เจ้าพ่อแห่งโลกเหรียญดิจิทัล" (คริปโต) ไปเรียบร้อยแล้ว โดยเขาสามารถทำรายรับรวมกันได้สูงถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยกลมๆ คือประมาณ 50,000 ล้านบาท!
เงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ ทรัมป์หามาจากไหนบ้าง? เรามาแยกดูเป็นข้อๆ แบบเข้าใจง่ายๆครับ
1. เหรียญกระแสล้อเลียน (Memecoins) — กวาดเงินไป 22,000 ล้านบาท
เหรียญพวกนี้คือเหรียญดิจิทัลที่คนสร้างขึ้นมาขำๆ ตามกระแสอินเทอร์เน็ต หรือสร้างขึ้นมาเพื่อแซวทรัมป์โดยเฉพาะ แต่พอคนแห่ไปซื้อตามกระแสจนราคาพุ่งสูง ทรัมป์ที่ได้รับส่วนแบ่งหรือถือเหรียญนี้ไว้ ก็เลยได้ส้มหล่นก้อนโต เป็นรายได้หลักที่มากที่สุดของเขาเลยครับ
2. ธนาคารออนไลน์ยุคใหม่ของครอบครัว (DeFi) — กวาดเงินไป 18,000 ล้านบาท
ครอบครัวของทรัมป์ได้เปิดตัวโครงการที่ชื่อว่า World Liberty Financial ซึ่งทำหน้าที่เหมือนธนาคารบนโลกอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีตัวกลาง แล้วเขาก็เปิดขายเหรียญประจำโครงการนี้ให้คนทั่วไปมาซื้อเก็บไว้ ซึ่งแค่ขายเหรียญนี้อย่างเดียว ก็ทำเงินให้เขาอย่างมหาศาล
3. ขายหุ้นเหรียญมูลค่าคงที่ (Stablecoin) — ได้เงินไป 7,000 ล้านบาท
ทรัมป์ได้เข้าไปมีส่วนร่วมและขายหุ้นในโครงการเหรียญดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่ (ผูกไว้กับเงินดอลลาร์จริงๆ เพื่อไม่ให้ราคาผันผวน) การขายหุ้นตรงนี้ทำให้เขาได้เงินสดเข้ากระเป๋าไปอีกก้อนโต
4. ขายสินทรัพย์และจัดการธุรกิจ — ได้เงินไป 2,300 ล้านบาท
เป็นการทำกำไรจากการที่บริษัทในเครือซื้อหุ้นคืน รวมถึงการขายสิทธิ์หรือหุ้นบางส่วนในธุรกิจเครือข่ายของเขาออกไปเป็นเงินสด
5. รูปภาพดิจิทัลสะสมของภรรยา (NFT) — ได้เงินไป 210 ล้านบาท
เมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาของเขาก็ไม่น้อยหน้า มีการทำ "รูปภาพดิจิทัลสำหรับสะสม" ออกมาขาย ซึ่งคนในอินเทอร์เน็ตที่ชอบก็แห่กันมาซื้อเก็บไว้จนทำเงินได้หลักร้อยล้านบาท
6. เงินปันผลจากการฝากเหรียญ (Staking) — ได้เงินไป 65 ล้านบาท
ทรัมป์เอาเหรียญดิจิทัลที่ชื่อว่า Ethereum ไปฝากไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยให้ระบบทำงานได้ถูกต้อง ปลอดภัย เปรียบเสมือนการเอาเงินไปฝากธนาคารแล้วได้ดอกเบี้ยกลับมาเรื่อยๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย
แอบดู "กระปุกออมสิน" ของทรัมป์
นอกจากรายรับข้างต้นแล้ว ทรัมป์ยังเป็น "นักออมเงินตัวจริง" เพราะเขายังเก็บเหรียญดิจิทัลชื่อดังอย่าง Bitcoin, Ethereum และเหรียญดอลลาร์ดิจิทัล (USDC) นิ่ง ๆ ไว้ในกระเป๋าเงินส่วนตัวอีกกว่า 4,400 ล้านบาท โดยไม่ยอมขายออกมาง่ายๆ
บทสรุป
เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า โลกการเงินในปัจจุบันเปลี่ยนไปมากแล้วครับ จากเดิมที่คนระดับผู้นำประเทศจะเก็บเงินไว้ในธนาคารหรือหุ้นแบบเดิมๆ แต่ตอนนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โดดลงมาเล่นในโลกเหรียญดิจิทัลอย่างเต็มตัว และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งหลังจากนี้ นโยบายการเงินของสหรัฐฯ ก็อาจจะหันมาสนับสนุนโลกดิจิทัลนี้มากขึ้นตามไปด้วยครับ
รวยทะลุโลก! ส่องอาณาจักรคริปโต "ลุงทรัมป์" กวาดรายรับปีเดียว 1.4 พันล้านดอลลาร์ ทำได้ยังไง?
ถ้าพูดถึงชื่อ "โดนัลด์ ทรัมป์" หลายคนคงนึกถึงนักการเมืองหรือเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ใช่ไหมครับ? แต่รู้หรือไม่ว่าในปี 2025 ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้กลายเป็น "เจ้าพ่อแห่งโลกเหรียญดิจิทัล" (คริปโต) ไปเรียบร้อยแล้ว โดยเขาสามารถทำรายรับรวมกันได้สูงถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยกลมๆ คือประมาณ 50,000 ล้านบาท!
เงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ ทรัมป์หามาจากไหนบ้าง? เรามาแยกดูเป็นข้อๆ แบบเข้าใจง่ายๆครับ
1. เหรียญกระแสล้อเลียน (Memecoins) — กวาดเงินไป 22,000 ล้านบาท
เหรียญพวกนี้คือเหรียญดิจิทัลที่คนสร้างขึ้นมาขำๆ ตามกระแสอินเทอร์เน็ต หรือสร้างขึ้นมาเพื่อแซวทรัมป์โดยเฉพาะ แต่พอคนแห่ไปซื้อตามกระแสจนราคาพุ่งสูง ทรัมป์ที่ได้รับส่วนแบ่งหรือถือเหรียญนี้ไว้ ก็เลยได้ส้มหล่นก้อนโต เป็นรายได้หลักที่มากที่สุดของเขาเลยครับ
2. ธนาคารออนไลน์ยุคใหม่ของครอบครัว (DeFi) — กวาดเงินไป 18,000 ล้านบาท
ครอบครัวของทรัมป์ได้เปิดตัวโครงการที่ชื่อว่า World Liberty Financial ซึ่งทำหน้าที่เหมือนธนาคารบนโลกอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีตัวกลาง แล้วเขาก็เปิดขายเหรียญประจำโครงการนี้ให้คนทั่วไปมาซื้อเก็บไว้ ซึ่งแค่ขายเหรียญนี้อย่างเดียว ก็ทำเงินให้เขาอย่างมหาศาล
3. ขายหุ้นเหรียญมูลค่าคงที่ (Stablecoin) — ได้เงินไป 7,000 ล้านบาท
ทรัมป์ได้เข้าไปมีส่วนร่วมและขายหุ้นในโครงการเหรียญดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่ (ผูกไว้กับเงินดอลลาร์จริงๆ เพื่อไม่ให้ราคาผันผวน) การขายหุ้นตรงนี้ทำให้เขาได้เงินสดเข้ากระเป๋าไปอีกก้อนโต
4. ขายสินทรัพย์และจัดการธุรกิจ — ได้เงินไป 2,300 ล้านบาท
เป็นการทำกำไรจากการที่บริษัทในเครือซื้อหุ้นคืน รวมถึงการขายสิทธิ์หรือหุ้นบางส่วนในธุรกิจเครือข่ายของเขาออกไปเป็นเงินสด
5. รูปภาพดิจิทัลสะสมของภรรยา (NFT) — ได้เงินไป 210 ล้านบาท
เมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาของเขาก็ไม่น้อยหน้า มีการทำ "รูปภาพดิจิทัลสำหรับสะสม" ออกมาขาย ซึ่งคนในอินเทอร์เน็ตที่ชอบก็แห่กันมาซื้อเก็บไว้จนทำเงินได้หลักร้อยล้านบาท
6. เงินปันผลจากการฝากเหรียญ (Staking) — ได้เงินไป 65 ล้านบาท
ทรัมป์เอาเหรียญดิจิทัลที่ชื่อว่า Ethereum ไปฝากไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยให้ระบบทำงานได้ถูกต้อง ปลอดภัย เปรียบเสมือนการเอาเงินไปฝากธนาคารแล้วได้ดอกเบี้ยกลับมาเรื่อยๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย
แอบดู "กระปุกออมสิน" ของทรัมป์
นอกจากรายรับข้างต้นแล้ว ทรัมป์ยังเป็น "นักออมเงินตัวจริง" เพราะเขายังเก็บเหรียญดิจิทัลชื่อดังอย่าง Bitcoin, Ethereum และเหรียญดอลลาร์ดิจิทัล (USDC) นิ่ง ๆ ไว้ในกระเป๋าเงินส่วนตัวอีกกว่า 4,400 ล้านบาท โดยไม่ยอมขายออกมาง่ายๆ
บทสรุป
เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า โลกการเงินในปัจจุบันเปลี่ยนไปมากแล้วครับ จากเดิมที่คนระดับผู้นำประเทศจะเก็บเงินไว้ในธนาคารหรือหุ้นแบบเดิมๆ แต่ตอนนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โดดลงมาเล่นในโลกเหรียญดิจิทัลอย่างเต็มตัว และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งหลังจากนี้ นโยบายการเงินของสหรัฐฯ ก็อาจจะหันมาสนับสนุนโลกดิจิทัลนี้มากขึ้นตามไปด้วยครับ