กระทู้นี้อยากชวนคนที่เกษียณแล้ว หรือมีแผนจะเกษียณมาแชร์วิธีการรักษา เงินเกษียณยังไง ให้มีใช้ไปจนตาย
คนที่เกษียณแล้ว เคยคิดเคยกังวลไหมคะ ว่าถ้าเงินเกษียณ ใช้หมดลงก่อนตาย จะใช้ชีวิต จะมีชีวิตต่อไปยังไง ยิ่งถ้าตอนนั้นอายุ 70 กว่า 80 กว่าหรือ 90 กว่าแล้วคงไม่มีเรี่ยวแรง มี
พลัง มีไฟ ออกไปทำงานหาเงินแน่ๆ
จขกท.เกษียณจากงานประจำ มาได้ใกล้ๆ จะ 3 ปี ก่อนนี้เราก็มีความคิดแบบนี้ แว๊บๆเข้ามาในหัวบ่อยๆเหมือนกัน ว่าถ้าเงินเกษียณใช้หมด ก่อนตายจะทำยังไง ยิ่งเราเกษียณตั้งแต่อายุ 30 + แน่นอนว่า ชีวิตหลังเกษียณ ย่อมต้องใช้เงินมากกว่าคนที่เกษียณ ตอนอายุ 60 มากกว่าหลายเท่าตัว แถมมีเวลาหาเงินสะสมเงินไว้สำหรับเกษียณน้อยกว่า คนที่เกษียณตอนอายุ 60 อีก
แต่หลังจากที่เกษียณมา 2 ปีกว่า ค้นพบว่า ความกังวลนี้มันก็มีทางออกของมัน ความรู้ประสบการณ์ชีวิต การวางแผนทางการเงิน มันจะบอกทางรอดให้เราเอง วันนี้เมื่อตรวจสอบทรัพย์สินที่มีแล้ว หลังจากที่เกษียณมา 2 ปีกว่า ไม่ได้ไม่ได้มีรายได้จากงานประจำเข้ามา พบว่า ทรัพย์สินที่มี เพิ่มขึ้น มากกว่า ตอนก่อนเกษียณอีก
* ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากเรา เป็นคนที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย เป็นคนที่มีความสุขง่ายๆ ความสุขของเราราคาถูก แค่การได้ออกไปเดินสวน ออกกำลังกาย ที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน ได้ทำอาหาร ทำขนม นั่งพูดคุยกับพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนๆ แค่นี้ก็รู้สึกว่าความสุขได้ถูกเติมเต็มแล้ว โดยที่ไม่ต้องออกไปเที่ยว หรือไปใช้ชีวิตหรูหราข้างนอก ซึ่งนี่คือวิถีชีวิต ที่เราชอบมาตลอด เราไม่ได้ลดคุณภาพชีวิตลง หรือจำกัดการใช้ชีวิตของตัวเองลง เพราะกลัวเงินเกษียณไม่พอ ซึ่งถือเป็นความโชคดีของเรา ที่ความสุขของเรามันราคาถูก ไม่ต้องจ่ายแพง
* โชคดีที่ตัวเองมีความรู้ด้านการเงิน การลงทุน และสนใจสิ่งนี้มาตลอด สามารถต่อยอด เงินทองให้งอกเงยได้ กลายเป็นว่า สามารถทำผลตอบแทน ได้ดีมากๆ หลังเกษียณมายังไม่ได้แตะเงินต้นเลย ทั้งๆที่ตอนแรกในแพลนเกษียณ คือ คำนวณเงินที่จะใช้ไปจนตายแค่จากเงินก้อนที่มีแค่นั้น คิดแบบเซฟสุดๆ ก่อนเกษียณ คือเอาเงินที่มีหารจำนวนปีที่คิดว่าจะมีอายุอยู่ถึง ซึ่งตอนนั้นคำนวณแล้วว่าพอก็รู้สึกสบายใจแล้ว ทั้งๆที่ของจริง มันมีปันผล ดอกเบี้ย...อื่นๆ) แต่กลายเป็นว่าผลตอบแทนดีมาก จนสามารถเหลือใช้ แล้วฝากกลับเข้าไปในพอร์ต ให้เติบโตขึ้นได้เรื่อยๆ อันนี้เลยกลายเป็นว่าปลดล็อคความกังวล เรื่องเงินที่จะหมดก่อนตายออกไป
* โชคดีที่มีแบ็คหลัง ที่รักและพร้อมสนับสนุน ในทุกความฝัน ในทุกการใช้ชีวิต ตั้งแต่เกษียณจากงานประจำ เวลาจะให้เงินพ่อแม่ ท่านก็ปฏิเสธที่จะรับ กลัวแต่ลูกจะไม่มีกิน หน่ำซ้ำยังโอนมาให้หลายรอบ โอนคืนกลับไปกลับมาไม่มีใครยอมใคร จนกลัวธนาคารเขาคิดว่าเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติ เพราะเล่นโอนไป โอนมาบ่อยมาก โอนมาให้เรื่อยๆ พอไม่รับปฏิเสธยังไง ก็จะให้ก็จนต้องเก็บมาไว้ ค่อยคิดหาทางส่งคืนทีหลัง
น้องชายเวลาเงินเดือนออก ทุกเดือนก็โอนมาให้ ไว้ใช้จ่าย ในชีวิตประจำวันพอปฏิเสธบอกว่า ไม่เอามีอยู่ๆ ให้น้องเก็บไว้ น้องก็บอกว่าน้องมีเหมือนกัน น้องอยากให้เอาไปเถอะ เอาไปซื้อขนมหรืออะไรก็ได้
ส่วนพี่สาวก็เช่นกัน เงินเดือน เงินพิเศษออก พาไปเที่ยว ไปกินข้าว ไปอะไร คือไม่ให้ควักเลย แม้แต่บาทเดียว แย่งจ่าย ก็เอาคืนมาให้อยู่ดี ด้วยความที่เขาคิดว่าเราไม่ได้ทำงานแล้ว แม้แต่เพื่อน เวลานัดกินข้าวกันไปเที่ยวกัน เพื่อนก็จะแย่งจ่าย ไม่ยอมให้จ่าย ไม่ยอมให้หารเลย เพราะเขาจะชอบพูดแต่ว่า เขายังทำงานอยู่ เขาอยากเลี้ยง พ่อแม่เขาก็ไม่ยอมรับเงินเขา ให้เขาเลี้ยงเหอะ เขาจะได้มีแพชชั่นทำงานบ้าง
ทุกคนน่ารักมากๆ บางทีทุกคนก็กลัวเราจะเหงา ด้วยความที่เกษียณไวจะชอบบอกว่า จะจองตั๋วให้ไปเที่ยวต่างประเทศนั้นประเทศนี้ ตัวเขางานยุ่งไปเที่ยวแทนให้หน่อย ไปถ่ายรูปมาให้ดู หรือกลับมาเล่าอะไรให้ฟังหน่อยได้ไหม แต่กลายเป็นว่า ตัวเองปฏิเสธไม่ไป เพราะว่าไม่ชอบการนั่งเครื่องนานๆ แล้วก็ไม่ชอบการไปเที่ยวมากๆ สิ่งที่ได้มากกว่าเงินทอง ข้าวของ น้ำใจ คือความรู้สึกถึงความอุ่นใจ ความรู้สึกปลอดภัย การที่ทุกคนรัก และsupport ทำให้เรารู้สึกมั่นใจว่า อนาคตเรา ไม่ว่าจะยังไง ก็น่าจะมีคนคอยช่วยเหลือแน่นอน
เราเองก็เป็นแบ็คหลังที่ดี ให้พวกเขาเช่นกัน เตรียมแผนทุกอย่างรองรับ เผื่อพวกเขา มีทุกคนอยู่ในแพลนของเราเสมอ
* สุขภาพโดยรวมดีขึ้น กว่าตอนที่ยังทำงานประจำมากๆ จากการที่ได้นอนเร็วขึ้น ทำอาหารกินเอง ได้กินอาหารที่ประโยชน์ สะอาดถูกหลักอนามัย สารอาหารครบถ้วน มีเวลาออกกำลังกาย และก็ความเครียดจากงานเป็นศูนย์ ส่งผลให้สุขภาพ หรือค่าต่างๆเวลาตรวจสุขภาพออกมาดีหมด
ซึ่งคิดว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป น่าจะช่วยลดโอกาสในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลหรือการใช้เงินก้อนใหญ่ๆ เกี่ยวกับการรักษาอาการเจ็บป่วย หรืออะไรในอนาคตได้ เพราะหลายๆคน เพิ่งเกษียณเงินหมดก่อนตาย ก็เพราะว่าเจ็บป่วย ต้องเอาเงินก้อนมารักษาตัวเอง
เราอาจจะโชคดี ตรงที่ไม่ต้องทำงาน หรือหาอาชีพเสริมอะไรหลังเกษียณ ยังสามารถประคองตัว และใช้ชีวิตได้ปกติ เชื่อว่าคนที่เกษียณแล้ว หรือกำลังจะเกษียณที่กังวลว่าเงินจะหมดก่อนตาย คุณเองก็น่าจะมีความรู้ มีประสบการณ์ ที่สั่งสมมา ที่น่าจะมีทางรอดให้กับคุณเช่นกัน ลองฟังเสียง กระซิบจากมันดูค่ะ ว่าจะต่อยอดหรือรักษาเงินเกษียณ ของคุณไว้ยังไง ให้พอใช้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต
คนที่เกษียณแล้วหลังเกษียณใช้เงินยังไงไม่ให้เงินลดเงินหมดก่อนตาย
คนที่เกษียณแล้ว เคยคิดเคยกังวลไหมคะ ว่าถ้าเงินเกษียณ ใช้หมดลงก่อนตาย จะใช้ชีวิต จะมีชีวิตต่อไปยังไง ยิ่งถ้าตอนนั้นอายุ 70 กว่า 80 กว่าหรือ 90 กว่าแล้วคงไม่มีเรี่ยวแรง มี
พลัง มีไฟ ออกไปทำงานหาเงินแน่ๆ
จขกท.เกษียณจากงานประจำ มาได้ใกล้ๆ จะ 3 ปี ก่อนนี้เราก็มีความคิดแบบนี้ แว๊บๆเข้ามาในหัวบ่อยๆเหมือนกัน ว่าถ้าเงินเกษียณใช้หมด ก่อนตายจะทำยังไง ยิ่งเราเกษียณตั้งแต่อายุ 30 + แน่นอนว่า ชีวิตหลังเกษียณ ย่อมต้องใช้เงินมากกว่าคนที่เกษียณ ตอนอายุ 60 มากกว่าหลายเท่าตัว แถมมีเวลาหาเงินสะสมเงินไว้สำหรับเกษียณน้อยกว่า คนที่เกษียณตอนอายุ 60 อีก
แต่หลังจากที่เกษียณมา 2 ปีกว่า ค้นพบว่า ความกังวลนี้มันก็มีทางออกของมัน ความรู้ประสบการณ์ชีวิต การวางแผนทางการเงิน มันจะบอกทางรอดให้เราเอง วันนี้เมื่อตรวจสอบทรัพย์สินที่มีแล้ว หลังจากที่เกษียณมา 2 ปีกว่า ไม่ได้ไม่ได้มีรายได้จากงานประจำเข้ามา พบว่า ทรัพย์สินที่มี เพิ่มขึ้น มากกว่า ตอนก่อนเกษียณอีก
* ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากเรา เป็นคนที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย เป็นคนที่มีความสุขง่ายๆ ความสุขของเราราคาถูก แค่การได้ออกไปเดินสวน ออกกำลังกาย ที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน ได้ทำอาหาร ทำขนม นั่งพูดคุยกับพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนๆ แค่นี้ก็รู้สึกว่าความสุขได้ถูกเติมเต็มแล้ว โดยที่ไม่ต้องออกไปเที่ยว หรือไปใช้ชีวิตหรูหราข้างนอก ซึ่งนี่คือวิถีชีวิต ที่เราชอบมาตลอด เราไม่ได้ลดคุณภาพชีวิตลง หรือจำกัดการใช้ชีวิตของตัวเองลง เพราะกลัวเงินเกษียณไม่พอ ซึ่งถือเป็นความโชคดีของเรา ที่ความสุขของเรามันราคาถูก ไม่ต้องจ่ายแพง
* โชคดีที่ตัวเองมีความรู้ด้านการเงิน การลงทุน และสนใจสิ่งนี้มาตลอด สามารถต่อยอด เงินทองให้งอกเงยได้ กลายเป็นว่า สามารถทำผลตอบแทน ได้ดีมากๆ หลังเกษียณมายังไม่ได้แตะเงินต้นเลย ทั้งๆที่ตอนแรกในแพลนเกษียณ คือ คำนวณเงินที่จะใช้ไปจนตายแค่จากเงินก้อนที่มีแค่นั้น คิดแบบเซฟสุดๆ ก่อนเกษียณ คือเอาเงินที่มีหารจำนวนปีที่คิดว่าจะมีอายุอยู่ถึง ซึ่งตอนนั้นคำนวณแล้วว่าพอก็รู้สึกสบายใจแล้ว ทั้งๆที่ของจริง มันมีปันผล ดอกเบี้ย...อื่นๆ) แต่กลายเป็นว่าผลตอบแทนดีมาก จนสามารถเหลือใช้ แล้วฝากกลับเข้าไปในพอร์ต ให้เติบโตขึ้นได้เรื่อยๆ อันนี้เลยกลายเป็นว่าปลดล็อคความกังวล เรื่องเงินที่จะหมดก่อนตายออกไป
* โชคดีที่มีแบ็คหลัง ที่รักและพร้อมสนับสนุน ในทุกความฝัน ในทุกการใช้ชีวิต ตั้งแต่เกษียณจากงานประจำ เวลาจะให้เงินพ่อแม่ ท่านก็ปฏิเสธที่จะรับ กลัวแต่ลูกจะไม่มีกิน หน่ำซ้ำยังโอนมาให้หลายรอบ โอนคืนกลับไปกลับมาไม่มีใครยอมใคร จนกลัวธนาคารเขาคิดว่าเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติ เพราะเล่นโอนไป โอนมาบ่อยมาก โอนมาให้เรื่อยๆ พอไม่รับปฏิเสธยังไง ก็จะให้ก็จนต้องเก็บมาไว้ ค่อยคิดหาทางส่งคืนทีหลัง
น้องชายเวลาเงินเดือนออก ทุกเดือนก็โอนมาให้ ไว้ใช้จ่าย ในชีวิตประจำวันพอปฏิเสธบอกว่า ไม่เอามีอยู่ๆ ให้น้องเก็บไว้ น้องก็บอกว่าน้องมีเหมือนกัน น้องอยากให้เอาไปเถอะ เอาไปซื้อขนมหรืออะไรก็ได้
ส่วนพี่สาวก็เช่นกัน เงินเดือน เงินพิเศษออก พาไปเที่ยว ไปกินข้าว ไปอะไร คือไม่ให้ควักเลย แม้แต่บาทเดียว แย่งจ่าย ก็เอาคืนมาให้อยู่ดี ด้วยความที่เขาคิดว่าเราไม่ได้ทำงานแล้ว แม้แต่เพื่อน เวลานัดกินข้าวกันไปเที่ยวกัน เพื่อนก็จะแย่งจ่าย ไม่ยอมให้จ่าย ไม่ยอมให้หารเลย เพราะเขาจะชอบพูดแต่ว่า เขายังทำงานอยู่ เขาอยากเลี้ยง พ่อแม่เขาก็ไม่ยอมรับเงินเขา ให้เขาเลี้ยงเหอะ เขาจะได้มีแพชชั่นทำงานบ้าง
ทุกคนน่ารักมากๆ บางทีทุกคนก็กลัวเราจะเหงา ด้วยความที่เกษียณไวจะชอบบอกว่า จะจองตั๋วให้ไปเที่ยวต่างประเทศนั้นประเทศนี้ ตัวเขางานยุ่งไปเที่ยวแทนให้หน่อย ไปถ่ายรูปมาให้ดู หรือกลับมาเล่าอะไรให้ฟังหน่อยได้ไหม แต่กลายเป็นว่า ตัวเองปฏิเสธไม่ไป เพราะว่าไม่ชอบการนั่งเครื่องนานๆ แล้วก็ไม่ชอบการไปเที่ยวมากๆ สิ่งที่ได้มากกว่าเงินทอง ข้าวของ น้ำใจ คือความรู้สึกถึงความอุ่นใจ ความรู้สึกปลอดภัย การที่ทุกคนรัก และsupport ทำให้เรารู้สึกมั่นใจว่า อนาคตเรา ไม่ว่าจะยังไง ก็น่าจะมีคนคอยช่วยเหลือแน่นอน
เราเองก็เป็นแบ็คหลังที่ดี ให้พวกเขาเช่นกัน เตรียมแผนทุกอย่างรองรับ เผื่อพวกเขา มีทุกคนอยู่ในแพลนของเราเสมอ
* สุขภาพโดยรวมดีขึ้น กว่าตอนที่ยังทำงานประจำมากๆ จากการที่ได้นอนเร็วขึ้น ทำอาหารกินเอง ได้กินอาหารที่ประโยชน์ สะอาดถูกหลักอนามัย สารอาหารครบถ้วน มีเวลาออกกำลังกาย และก็ความเครียดจากงานเป็นศูนย์ ส่งผลให้สุขภาพ หรือค่าต่างๆเวลาตรวจสุขภาพออกมาดีหมด
ซึ่งคิดว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป น่าจะช่วยลดโอกาสในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลหรือการใช้เงินก้อนใหญ่ๆ เกี่ยวกับการรักษาอาการเจ็บป่วย หรืออะไรในอนาคตได้ เพราะหลายๆคน เพิ่งเกษียณเงินหมดก่อนตาย ก็เพราะว่าเจ็บป่วย ต้องเอาเงินก้อนมารักษาตัวเอง
เราอาจจะโชคดี ตรงที่ไม่ต้องทำงาน หรือหาอาชีพเสริมอะไรหลังเกษียณ ยังสามารถประคองตัว และใช้ชีวิตได้ปกติ เชื่อว่าคนที่เกษียณแล้ว หรือกำลังจะเกษียณที่กังวลว่าเงินจะหมดก่อนตาย คุณเองก็น่าจะมีความรู้ มีประสบการณ์ ที่สั่งสมมา ที่น่าจะมีทางรอดให้กับคุณเช่นกัน ลองฟังเสียง กระซิบจากมันดูค่ะ ว่าจะต่อยอดหรือรักษาเงินเกษียณ ของคุณไว้ยังไง ให้พอใช้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต