🌱 ส่วนที่ใช้ประโยชน์
ฝักวานิลลา: เมื่อฝักสุกและผ่านกระบวนการบ่ม จะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
เมล็ดวานิลลา: เมล็ดเล็ก ๆ สีดำที่อยู่ในฝัก สามารถใช้แต่งกลิ่นและรสในอาหาร เช่น ไอศกรีม คัสตาร์ด และเบเกอรี่
สารสกัดวานิลลา: ได้จากการแช่ฝักในแอลกอฮอล์ ใช้แต่งกลิ่นอาหารและเครื่องดื่ม
🍨 การใช้ในอาหาร
แต่งกลิ่น: นิยมใช้ในเบเกอรี่ ไอศกรีม และขนมหวาน
ใช้เมล็ดจริง: ขูดเมล็ดออกจากฝักใส่ในครีม ซอส หรือขนม เพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมเข้มข้น
ฝักทั้งชิ้น: บางสูตรใช้ฝักทั้งชิ้นต้มในนม หรือครีม แล้วนำออก
🌱 กระบวนการ
ฝักวานิลลาที่เก็บเกี่ยวสดจะยังไม่มีกลิ่นหอม ต้องผ่านกระบวนการบ่ม (Curing) จนแห้งสนิทและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งขั้นตอนนี้เองที่ทำให้เกิดกลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ที่เราคุ้นเคยครับ
📌 สรุป
วานิลลาไม่ได้กิน “ไม้” แต่กิน ฝักและเมล็ด ที่อยู่ข้างใน ซึ่งให้ทั้งกลิ่นและรสชาติธรรมชาติ ไม่ใช่แค่แต่งกลิ่นอย่างเดียว แต่สามารถใช้เป็นส่วนผสมจริงในอาหารได้ด้วย
วานิลลา ไม่ได้มี “เนื้อไม้” ให้กิน แต่สิ่งที่เรานำมาใช้คือ ฝักวานิลลา
ฝักวานิลลา: เมื่อฝักสุกและผ่านกระบวนการบ่ม จะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
เมล็ดวานิลลา: เมล็ดเล็ก ๆ สีดำที่อยู่ในฝัก สามารถใช้แต่งกลิ่นและรสในอาหาร เช่น ไอศกรีม คัสตาร์ด และเบเกอรี่
สารสกัดวานิลลา: ได้จากการแช่ฝักในแอลกอฮอล์ ใช้แต่งกลิ่นอาหารและเครื่องดื่ม
🍨 การใช้ในอาหาร
แต่งกลิ่น: นิยมใช้ในเบเกอรี่ ไอศกรีม และขนมหวาน
ใช้เมล็ดจริง: ขูดเมล็ดออกจากฝักใส่ในครีม ซอส หรือขนม เพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอมเข้มข้น
ฝักทั้งชิ้น: บางสูตรใช้ฝักทั้งชิ้นต้มในนม หรือครีม แล้วนำออก
🌱 กระบวนการ
ฝักวานิลลาที่เก็บเกี่ยวสดจะยังไม่มีกลิ่นหอม ต้องผ่านกระบวนการบ่ม (Curing) จนแห้งสนิทและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งขั้นตอนนี้เองที่ทำให้เกิดกลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ที่เราคุ้นเคยครับ
📌 สรุป
วานิลลาไม่ได้กิน “ไม้” แต่กิน ฝักและเมล็ด ที่อยู่ข้างใน ซึ่งให้ทั้งกลิ่นและรสชาติธรรมชาติ ไม่ใช่แค่แต่งกลิ่นอย่างเดียว แต่สามารถใช้เป็นส่วนผสมจริงในอาหารได้ด้วย