เรื่องเล่าจากเงามืด : ซ่อน

กระทู้สนทนา
            ซ่อน
 
            อย่างที่คนวัยทำงานแทบทุกคนหรือแม้กระทั่งคนทั่วไปส่วนใหญ่ทราบและรับรู้กันดีอยู่แล้ว ว่าวันที่หนึ่งพฤษภาคมของทุกปีคือวันแรงงานแห่งชาติ เป็นวันสำคัญที่ถูกจัดให้เป็นวันหยุด เพื่อให้เหล่าบรรดาผู้ใช้แรงงานได้มีเวลาพักผ่อนสบายกายสบายใจกันหนึ่งวันเต็ม ๆ

            เพื่อเป็นการตอบแทนความมุ่งมั่นทุ่มเทและมานะบากบั่นที่มีให้แก่บริษัทด้วยดีมาตลอดระยะเวลาหนึ่งปี บริษัทหรือสถานประกอบการหลายแห่งก็จึงมักอาศัยช่วงเวลาของวันแรงงานแห่งชาติวันนี้ ในการจัดกิจกรรมเพื่อพาพนักงานไปท่องเที่ยวและนอนค้างคืนนอกสถานที่เป็นระยะเวลาสั้น ๆ

            ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้ร่างกายจิตใจได้กลับมาสดชื่นสดใส รวมถึงให้ผู้ร่วมงานได้ใช้ได้มีเวลาอยู่ร่วมกันเพื่อสร้างความสนิทสนมแน่นแฟ้น ซึ่งก็ถือเป็นประโยชน์ทางอ้อมที่ได้รับอีกทางหนึ่ง

            ในการประชุมเพื่อจัดกิจกรรมดังกล่าวของบริษัทแห่งหนึ่ง หลังจากผู้ที่ได้รับมอบหมายอันประกอบด้วยตัวแทนจากหลากฝ่ายหลายสังกัด ใช้เวลาเพื่อคัดเลือก ปรึกษาหารือ และลงมติกันอยู่ครู่ใหญ่ จึงได้ข้อสรุปว่าปีนี้พวกเขาจะพาพนักงานทุกคนไปเที่ยวทะเลใกล้ ๆ เป็นระยะเวลาสองวันกับอีกหนึ่งคืน

            และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวแปลกประหลาดอันแสนพิศวงและชวนขนหัวลุกเรื่องนี้

            เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งถึงวันออกเดินทาง ท้องฟ้าสว่างจัดจ้าและอากาศร้อนระอุจนไม่อยากจะเชื่อว่าขณะนี้เพิ่งจะเจ็ดโมงเช้าเท่านั้น เมื่อเหล่าผู้ร่วมออกทริปท่องเที่ยวทะเลในครั้งนี้ซึ่งมีมากถึงประมาณสามร้อยคนมาพร้อมเพรียงกันยังจุดนัดพบแล้ว ขบวนรถจึงเริ่มออกเดินทางไปสู่จุดหมายซึ่งก็มีจุดให้แวะจอดเพื่อกินเที่ยวไปตลอดทั้งเส้นทางชนิดที่แทบไม่มีเวลาให้เบื่อ

            เวลาสี่โมงเย็นที่เริ่มแดดร่มลมตก สภาพอากาศกำลังสบายผ่อนคลายขึ้น คณะทัวร์ก็เดินทางมาจนถึงรีสอร์ตที่หมายในที่สุด

            หลังจากรับกุญแจและกระเป๋าสัมภาระของตนเองแล้ว ต่างจนจึงต่างแยกย้ายกันไปเพื่อเก็บข้าวของในห้องพัก ก่อนที่หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อเล่นเกมทำกิจกรรมด้วยกันที่ตรงบริเวณชายหาด

            ระหว่างที่หลายคนกำลังเดินไปทำกิจกรรมชายหาดตามที่นัดไว้ ก็พบว่ายังมีอีกหลายคนจากหลายห้องที่ยืนรออยู่หน้าห้องด้วยความหัวเสีย เพราะไม่สามารถเข้าไปเก็บช้าวของในห้องได้นานเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว ซึ่งต่างคนต่างก็พูดบ่นด่าด้วยประโยคในทำนองเดียวกัน

            “ห้องมันยังไม่ได้ทำความสะอาดเลย สกปรกมาก เขายังไม่ให้เข้า ต้องรอให้แม่บ้านของรีสอร์ตทำความสะอาดให้เสร็จก่อน”

            ปกติแล้วห้องพักตามโรงแรม รีสอร์ต หรือสถานที่ต่าง ๆ จะมีกฎระเบียบที่คล้ายหรือเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือผู้ที่เข้ามาพักจะต้องทำการเช็กเอาต์ก่อนเวลาเที่ยงของวันที่จะออกจากห้องพัก ซึ่งก็อาจจะมีช้าหรือเร็วกว่านี้บ้างตามกฎเกณฑ์ของแต่ละสถานที่หรือแต่ละเงื่อนไขพิเศษ

            ด้วยหนึ่งเหตุผลหลักคือ ทางที่พักจะได้มีเวลาเพียงพอที่จะเข้าไปทำความสะอาดและตรวจสอบความเรียบร้อยของห้อง เพื่อรอรับแขกชุดต่อไปได้อย่างครบครันสมบูรณ์ที่สุด

            คิดแล้วก็ทั้งน่าแปลกและไม่น่าแปลกใจ...

            ที่น่าแปลกคือ รีสอร์ตย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าเวลานี้ของวันนี้จะมีแขกเข้ามาเพื่อใช้บริการ ทว่าเหตุใดพวกเขาจึงจัดการเรื่องความสะอาดซึ่งถือเป็นหน้าตาที่สำคัญที่สุดไม่ได้ จนถึงขนาดปล่อยให้ลูกค้าต้องมายืนรออยู่หน้าห้องอย่างนี้

            แต่พอคิดอีกที อาจเพราะแขกชุดที่มาพักก่อนหน้านี้ก็เป็นแขกชุดใหญ่ซึ่งมีจำนวนมากเหมือนกัน จึงทำให้ทางรีสอร์ตไม่สามารถทำความสะอาดห้องทั้งหมดได้ทันแขกชุดใหม่ก็เป็นได้ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยสักนิด

            ขณะที่กำลังเดินลงไปยังชายหาด ก็เป็นครั้งแรกที่หลายคนได้มีโอกาสสังเกตชื่นชมบริเวณโดยรอบของรีสอร์ตอย่างชัด ๆ เป็นครั้งแรก

            อาณาบริเวณของรีสอร์ตแห่งนี้ค่อนข้างกว้างใหญ่มาก พื้นที่เกือบทั้งหมดภายในเขตรั้วเป็นสนามหญ้าที่แซมไปด้วยไม้น้อยใหญ่จำนวนหนึ่ง ซึ่งให้ความเขียวขจีและสร้างความร่มรื่นได้มากพอควรในช่วงเช้า ทว่าในยามเมื่อดวงตะวันลาลับขอบฟ้าและแสงหมดไปแล้ว มันกลับให้ความรู้สึกที่อึมครึมรกครึ้มและสร้างความหวั่นวิตกในใจได้มากพอควรเลยทีเดียว

            ในส่วนห้องพักของที่นี่ก็จะมีหลากรูปแบบหลายทรง ทั้งบ้านเดี่ยวชั้นเดียว บ้านเดี่ยวสองชั้น ตลอดไปจนถึงอาคารห้องพักในแบบของโรงแรม โดยทั้งหมดนั้นจะปลูกกระจายอยู่จนทั่วบริเวณ ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง

            ดูจากสภาพของอาคารและสถานที่แล้วก็เดาว่าที่ผ่านมาแขกคงมีไม่มากเท่าใดนัก หลาย ๆ ห้องที่เดินผ่านมาไม่เว้นแม้แต่ห้องที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ในเวลานี้ มีสภาพที่ทั้งเก่าและสกปรกอีกทั้งยังมีกลิ่นเหม็นอับชื้นรุนแรง คล้ายกับพวกมันไม่ได้ถูกเปิดใช้และไม่ได้มีแขกเข้าพักมานานแล้ว

            บ้านหลายหลังที่ไม่ต้องสังเกตอะไรเลย เพียงแค่มองผ่านก็รู้แล้วว่าพวกมันขาดการทำนุบำรุงรักษามานาน บางหลังก็หลังคาผุกร่อน สีผนังของบ้านหลายหลังหลุดร่อนอย่างน่าเกลียด น่าเกลียดจนถึงขนาดที่คิดว่าหากมีใครเลือกที่จะพักในบ้านเหล่านี้ก็คงแปลกเต็มที

            เสร็จสิ้นจากกิจกรรมชายหาดในช่วงเย็น มีเวลาเหลือว่างประมาณหนึ่งชั่วโมงให้ได้เตรียมตัว ก่อนงานเลี้ยงในช่วงกลางคืนจะเริ่มต้นขึ้นพร้อมด้วยลมกระโชก และสายฝนที่สาดซัดลงมาอย่างรุนแรงหนักหน่วงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

            ด้วยตัวอาคารโปร่งโล่งที่มีเพียงเสาหลายต้นและหลังคาคลุมกันแดดกันฝน ซึ่งถูกปลูกไว้อยู่ใกล้ชิดกับริมชายหาด เมื่อประกอบเข้ากับแสงสีเสียงจากบนเวทีและสายลมสายฝนจากธรรมชาติ แม้จะต้องเปียกปอนและขลุกขลักจากการต้องยกโต๊ะยกของหนีหลบฝนกันอยู่บ้าง แต่งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ก็มีบรรยากาศน่ารื่นรมย์และเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

            ยิ่งดึกดื่นแสงสีก็ยิ่งถูกหรี่ให้บรรยากาศมืดสลัวลง ยิ่งแอลกอฮอล์ออกฤทธิ์รอยยิ้มก็ยิ่งกว้าง และเสียงหัวเราะก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ เป็นลำดับ จากคนที่ไม่เคยหันหน้ามาสบตากันก็หันมาส่งยิ้มให้กัน จากคนที่ไม่ได้คุยกันก็กอดคอเต้นโยกพลิ้วไปด้วยกันอย่างหน้าชื่นตาบาน เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีใครสนใจเรื่องอื่นใดอีกแล้วนอกจากความสนุกรื่นเริงตรงหน้าในขณะนี้ที่กำลังลิ้มรสดื่มด่ำกันอยู่

            จนกระทั่งเวลาอันสมควรเดินทางมาถึง เมื่อบทเพลงสุดท้ายถูกบรรเลงผ่านพ้นไป ก็ถึงเวลาที่งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้จะต้องถูกปิดม่านลง แสงสว่างจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ติดสว่างแทนที่แสงสีบนเวที ต่างคนต่างเริ่มทยอยออกจากงาน คนที่ง่วงก็กลับห้องไปนอน คนที่ยังไม่อยากนอนก็จับกลุ่มทำกิจกรรมอย่างอื่นต่อ ส่วนบางคนที่ยังไม่อิ่มท้องก็อยู่กินข้าวต้มรอบดึกก่อนกลับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่