.
บริษัทญี่ปุ่นในไทย คาดสภาพธุรกิจและเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ปรับตัวแย่ลง หนุนออกมาตรการกระตุ้นบริโภค-ลดหนี้ครัวเรือน
.
วันที่ 1 กรกฎาคม นายอาเบะ อิจิโระ ประธานเจโทร กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า จากการสำรวจสภาพธุรกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย จาก 504 ราย ระหว่างวันที่ 12 พฤษภาคมถึง 5 มิถุนายน 2569 พบว่า จากค่าดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจ(DI)อยู่ที่ 0 มาปรับลดลงลบอยู่ที่ 6 ในครึ่งปีแรก 2569 และคาดการณ์ลดลงอยู่ที่ลบ 7 ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ปัจจัยจากผลกระทบ ราคาวัตถุดิบและต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงการส่งออกที่ชะลอตัวลง แม้อุปสงค์ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการลงทุนด้านโรงงานและเครื่องจักรยังคงแข็งแกร่งก็ตาม
.
โดยบริษัทญี่ปุ่นในไทยยังมองว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและต้นทุนที่สูงขึ้นจากผลกระทบในสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้ว่าจะคำสั่งซื้อเกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้น ทั้งนี้จำแนกเป็นประเภท พบว่าอุตสาหกรรมส่วนใหญ่คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจยังลบ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ และ ค้าปลีก ค่าดัชนีติดลบสูง โดยผลสำรวจสะท้อนว่าธุรกิจมองว่าสภาพธุรกิจปรับตัวแย่งลง
.
ดังนั้น บริษัทส่วนใหญ่ 48% ยังคงลงทุนคงที่ในด้านโรงงานและเครื่องจักร อีก 16% คาดจะลงทุนลดลง และมองว่าแนวโน้มการส่งออกครึ่งหลังปีนี้ 42% คาดส่งออกคงที่ อีก 37% มองว่าเพิ่มขึ้น และ 21% มองว่าลดลง และคาดว่าค่าเงินบาทเฉลี่ย 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ เงินเยนอยู่ที่ 4 เยนต่อบาท
.
สำหรับข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย คือ ขอให้มีการออกมาตรการรับมือสถานการณ์ในอิหร่าน อาทิ ปรับกระบวนการขอคืนภาษี รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการกระตุ้นการบริโภค ด้านสินค้าคงทน แก้ไขเกี่ยวกับการออกใบอนุญาติทำงานและวีซ่า
.
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯเห็นว่าที่ผ่านมาไทยมีการพัฒนาปรับปรุงที่ดีขึ้น ในด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาครัฐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง และรักษาเสถียรภาพของนโยบายการเงิน โดย 32% เห็นความจำเป็นและกำลังดำเนินการนำเอไอมาใช้งานในองค์กร และ 24 % ระบุว่าใช้เอไอและเห็นผลลัพธ์แล้ว เป้าหมายแรกคือเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำเอกสารและประมวลข้อมูล ซึ่งประเด็นปัญหาคือยังขาดแคลนบุคลากรและทักษะเอไอ
.
เมื่อถามถึงผลกระทบจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ บริษัทญี่ปุ่น 42% ระบุแทบไม่มีผลกระทบ ส่วน 39% ระบุมีผลกระทบบ้าง ขณะที่ 8% ระบุมีผลกระทบอย่างมาก โดย 37% มองว่าไม่เห็นว่ามีความจำเป็นที่บริษัทต้องเตรียมมาตรการรับมือ อย่างไรก็ตาม บริษัทญี่ปุ่นยังคาดหวังรัฐบาลไทยเตรียมรับมือความไม่แน่นอนด้านภาษีสหรัฐฯ ทั้งมาตรการด้านภาษี การเงิน เงินอุดหนุน การขยายตลาดภายในประเทศ และขยายไปประเทศที่สามผ่านเอฟทีเอ
.
ขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านจนกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ ต้นทุนโลจิสติกส์หรือหยุดชะงัก นั้น 42% ระบุว่ามีผลกระทบอย่างมาก จึงอยากให้ไทยดูแลเรื่องกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบและพลังงาน นอกจากนี้ บริษัทญี่ปุ่นในไทยมีการติดตามนโยบายรัฐบาลไทยต่อโครงการอีอีซี โครงการแลนด์บริดจ์ และ โครงการไทยแลนด์ฟาสต์พาร์ต ซึ่งแต่ละโครงการยังมองว่าเป็นประโยชน์ต่อภาคลงทุนของไทย
.
.
พนิดา ชำแหละงบ 3 องค์กรอิสระ แฉ ป.ป.ช.สร้างสปอร์ตคอมเพล็กซ์ยังไม่เสร็จแต่มาขอเงินปรับปรุง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5786703
.
พนิดา ชำแหละงบ 3 องค์กรอิสระ แฉ ป.ป.ช. สร้างสปอร์ตคอมเพล็กซ์ มียิม-สระนํ้า มาตรฐานโอลิมปิก ยังไม่เสร็จแต่มาของบปรับปรุง ซัด งบบุคลากรสูง แต่ไร้ความโปร่งใส ยกเคส “ศักดิ์สยาม-ฮั้ว สว.” ก่อนเจอ สส.ภูมิใจไทย ประท้วงเบรก จี้หยุดพาดพิงบุคคลนอก.
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นาย
เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวันที่ 3
.
โดย น.ส
.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน อภิปรายถึงงบประมาณขององค์กรอิสระ ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยระบุว่า งบประมาณขององค์กรอิสระ 3 หน่วยงานนี้ มีรวมกันกว่า 10,195 ล้านบาท เพื่อรักษาความสุจริตของระบบการเมือง แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา งบประมาณเหล่านี้ไม่ได้ถูกใช้อย่างคุ้มค่าเพื่อภารกิจหลัก และหน่วยงานยังถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ ดัชนีความเชื่อมั่นตกต่ำ แต่ไม่มีใครตรวจสอบถ่วงดุลได้
.
ระหว่างการอภิปราย น.ส.
พนิดา ได้โชว์ภาพกระดาษโพยฮั้วการเลือกตั้ง ส.ว.พร้อมชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติว่า กระดาษโพยดังกล่าวไม่ใช่กระดาษจดบันทึกทั่วไป แต่เป็นโพยจัดตั้งที่ตีตารางเขียนหมายเลขไว้ชัดเจน และผลลงคะแนนที่ออกมาก็ตรงเป๊ะ ซึ่งโอกาสที่จะเกิดแบบนี้ได้ คือถูกหวยรางวัลที่ 1 ติดต่อกัน 70 งวด ดังนั้น ประชาชนไม่เชื่อว่า กกต.จัดการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส และรู้เห็นความผิดปกติในการเลือกตั้ง สว. ด้วยการเดินเก็บโพยที่เป็นหลักฐานสำคัญ
.
น.ส.
พนิดา กล่าวว่า เมื่อการได้มาซึ่ง ส.ว.ชุดปัจจุบัน มีข้อคอรหามากมาย และต้องทำหน้าที่เป็นผู้ให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระแล้วเราจะเชื่อมั่นในความเป็นกลางและความอิสระได้อย่างไร
.
ทำให้นาย
สนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า อภิปรายไม่อยู่ในประเด็นของญัตตินี้ เพราะเป็นการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี ควรจะพูดว่างบประมาณเอาไปทำอะไรบ้าง ส่วนเรื่องการฮั้ว ส.ว. กระบวนการตามกฎหมายก็ดำเนินการอยู่ จึงขอให้ผู้อภิปรายอยู่ในประเด็น ก่อนที่นายเลิศศักดิ์ จะให้ น.ส.
พนิดา ได้อภิปรายต่อ
.
จากนั้น น.ส.
พนิดา อภิปรายถึงงบประมาณของ ป.ป.ช. โดยกล่าวว่า ป.ป.ช.ถูกครหาว่าปกป้องการทุจริต จากกรณีการไม่ชี้แจงทรัพย์สินของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งจากคดีซุกหุ้น
.
ทำให้นาย
สนอง ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง ว่าอภิปรายนอกประเด็น และมีการเอ่ยชื่อของบุคคลภายนอกชัดเจน จึงขอให้ผู้อภิปรายระมัดระวังและอยู่ในญัตติ นายเลิศศักดิ์ จึงได้ตักเตือนถึงการพาดพิงบุคคลภายนอก และให้ น.ส.พนิดา อภิปรายเข้าสู่ประเด็น
.
น.ส.
พนิดา อภิปรายต่อว่า โดยปกติ ป.ป.ช. จะต้องมีการตรวจสอบเชิงลึก แต่ในกรณีของนาย ศ. กลับไม่มีการตรวจสอบเบื้องต้น หรือไต่สวนผู้เกี่ยวข้อง ทั้งที่ประชาชนจับตาอยู่ พร้อมเปิดภาพนาย ศ. ที่ถูกเบลอหน้า
.
ก่อนที่นาย
สนอง จะลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า ในสไลด์นำเสนอ ยังมีภาพบุคคลภายนอก ขอให้เอาออก นายเลิศศักดิ์จึงวินิจฉัยว่า ไม่อนุญาตให้นำรูปบุคคลภายนอกมาแสดงในที่ประชุม ทำให้ นายเอกราช อุดมอำนวย ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วงนายเลิศศักดิ์ ว่าวินิจฉัยไม่เป็นกลาง ทั้งทั้งที่ภาพมีการเบลอแล้ว ตนดูก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร และผู้ประท้วงก็ไม่ได้ใช้สิทธิ์พาดพิงเสียหาย ขอให้ประธานและผู้ประท้วงอดทนฟัง
.
นาย
เลิศศักดิ์ ชี้แจงว่า หากเป็นภาพบุคคลภายนอกโดยหลักแล้วไม่อนุญาต แต่หากเบลอจนไม่ทราบว่าเป็นใคร ก็อนุญาต แต่หากเลี่ยงได้ก็ขอให้มีความระมัดระวัง ก่อนจะให้ น.ส.พนิดา อภิปรายต่อ
.
น.ส.
พนิดา อภิปรายต่อว่า ป.ป.ช.ยังมีอีกหลายข้อครหา ทั้งเรื่องแหวนแม่นาฬิกายืมเพื่อน หรือเรื่องสินบนทองคำ นี่มันตลาดซื้อขายคดีชัดๆ แล้วประชาชนจะเชื่อมั่นใน ป.ป.ช.ได้อย่างไร
.
จากนั้น น.ส.
พนิดา อธิบายถึงงบประมาณของ สตง.ว่า หลังจากที่ตึกสำนักงานถล่มจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้ สตง.ต้องเจอวิกฤตศรัทธา ทั้งที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส ในการคัดเลือกผู้รับเหมา และการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์หรูหรา แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือมิวสิควิดีโอ 1 เพลง และหนังสือเวียนที่ออกมาปลอบใจกันเองในหน่วยงาน
.
น.ส.
พนิดา กล่าวว่า จากที่กล่าวมาทั้งหมด ต้องการจะแสดงให้เห็นว่า งบบุคลากรของทั้ง 3 หน่วยงาน ซึ่งมีทั้งหมด 7,352 ล้านบาท คุ้มค่าหรือไม่ หาก กกต.สามารถทำให้ผลเลือกตั้งสะท้อนความต้องการของประชาชน ปปช.ไม่มีการละเว้นผู้มีอำนาจคนไหน และ สตง.สามารถทำให้ภาษีทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้อย่างคุ้มค่า ประชาชนยินดีจ่ายค่าบุคลากร แต่ปัญหาคือ มีการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้คนบางกลุ่ม และไม่มีทางที่จะหลุดพ้นจากการเป็นจำเลยสังคมได้เลย
.
จากนั้น น.ส.
พนิดา อภิปรายถึงงบก่อสร้าง ของทั้ง 3 หน่วยงาน ที่แสดงออกชัดมากว่าอยากมีอาคารของตัวเองในทุกจังหวัด แม้ปีนี้โดนหั่นเหลือ 672 ล้านบาท แต่ตั้งงบผูกพันไปบวมปีหน้า โดยยกตัวอย่างกรณีที่ กกต. ของบประมาณ 193 ล้านบาท เพื่อใช้สร้างตึก 16 อาคาร แต่โดนสำนักงบประมาณตัดเหลือ 35 ล้านบาท เพราะเคยได้งบไปหลายปี แต่ยังหาผู้รับเหมาไม่ได้ หรืออย่างโครงการด่อสร้างที่ จ.พัทลุง ยังไม่ได้เบิกจ่ายสักบาท ปีนี้จะของบประมาณ 12 ล้านบาท ไปสร้างต่อที่ จ.ปทุมธานี
.
ส่วน ป.ป.ช. มีงบผูกพันเดิมที่ยังทำไม่เสร็จ 19 ตึก ปีนี้ตั้งงบผูกพันมาสร้างใหม่อีก 5 ตึก ปีก่อนขอสร้างตึกอบรมบุคลากรใหม่ 12 ชั้น เรียกได้ว่าเป็น Sport complex เพราะมีสระว่ายน้ำมาตรฐาน olympic มีห้องฟิตเนส มียิม มูลค่า 777 ล้านบาท ตอนนี้ยังสร้างไม่เสร็จ แต่ปีนี้ตั้งของบใหม่ไปปรับปรุงอาคารเดิมในบริเวณเดียวกันเพิ่มอีก 162 ล้านบาท เรียกได้ว่ารีโนเวทเซ็ทใหญ่
.
ส่วน สตง.ขอมา 252 ล้านบาท เพื่อนำไปสร้าง 16 ตึก ทั้งที่บางโครงการสร้างเสร็จไปแล้วก็ทิ้งร้าง จนเขาเอาไปถ่ายคอนเท้นกันเป็นไวรัลที่ อ.สัตหีบ ซึ่งอาคารดังกล่าวมีมูลค่า 135 ล้านบาท ร้างมา 15 ปี วันนี้ก็ยังไม่ได้ใช้งาน แต่ก้อนที่เจ็บปวดใจที่สุด คือปัจจุบันเรายังต้องจ่ายค่าเช่าที่ดินการรถไฟในเขตจตุจักร จุดที่ตึก สตง.ถล่ม ไปอีก 6 ปี มูลค่ารวมทั้งหมด 764 ล้านบาท โดยที่ประชาชน ไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้เลย ดังนั้น รัฐบาลต้องเอาคนผิดตัวจริงมารับผิดชอบ เรียกคืนความเสียหายทั้งหมดในส่วนนี้ เพราะนี่คือเงินภาษีของประชาชน
.
จากนั้น น.ส.
พนิดา อภิปรายถึงงบดำเนินงาน ถือเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร และควรได้รับจัดสรรอย่างเต็มที่ แต่ส่วนใหญ่เอาใช้ไปกับโครงการที่ไม่ใช่ภารกิจหลัก ตัวชี้วัดเน้นจำนวนการจัดกิจกรรม เน้นจำนวนผู้เข้าร่วม ไม่เน้นผลลัพธ์การอบรม พร้อมยกตัวอย่างกรณีของ กกต. แทนที่จะจัดการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่ได้คือลูกเสืออาสา กกต. อบรมพลเมืองประชาธิปไตย ที่วัดผลลัพธ์เชิงคุณภาพไม่ได้ หรือศูนย์ศึกษาประชาธิปไตย มูลค่า 100 ล้านบาท ที่ไม่มีใครรู้จัก รวมถึงศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบลอีก 7,000 ศูนย์ทั่วประเทศ แต่มีเพียงภารกิจเดินขบวนรณรงค์เลือกตั้ง หรือแอพตาสัปปะรดที่ ไม่ใช้แจ้งร้องเรียนการเลือกตั้งที่ไม่มีคนใช้
JJNY : คาดศก.ครึ่งปีหลัง ปรับตัวแย่ลง│พนิดา ชำแหละงบ 3 องค์กรอิสระ│ฝนหนักถล่มภูเก็9│ราคาน้ำมันรัสเซียทะลุ 40 บาทต่อลิตร
https://www.matichon.co.th/economy/news_5786507
.
บริษัทญี่ปุ่นในไทย คาดสภาพธุรกิจและเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ปรับตัวแย่ลง หนุนออกมาตรการกระตุ้นบริโภค-ลดหนี้ครัวเรือน
.
วันที่ 1 กรกฎาคม นายอาเบะ อิจิโระ ประธานเจโทร กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า จากการสำรวจสภาพธุรกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย จาก 504 ราย ระหว่างวันที่ 12 พฤษภาคมถึง 5 มิถุนายน 2569 พบว่า จากค่าดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจ(DI)อยู่ที่ 0 มาปรับลดลงลบอยู่ที่ 6 ในครึ่งปีแรก 2569 และคาดการณ์ลดลงอยู่ที่ลบ 7 ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ปัจจัยจากผลกระทบ ราคาวัตถุดิบและต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงการส่งออกที่ชะลอตัวลง แม้อุปสงค์ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และการลงทุนด้านโรงงานและเครื่องจักรยังคงแข็งแกร่งก็ตาม
.
โดยบริษัทญี่ปุ่นในไทยยังมองว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศและต้นทุนที่สูงขึ้นจากผลกระทบในสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้ว่าจะคำสั่งซื้อเกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้น ทั้งนี้จำแนกเป็นประเภท พบว่าอุตสาหกรรมส่วนใหญ่คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจยังลบ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ และ ค้าปลีก ค่าดัชนีติดลบสูง โดยผลสำรวจสะท้อนว่าธุรกิจมองว่าสภาพธุรกิจปรับตัวแย่งลง
.
ดังนั้น บริษัทส่วนใหญ่ 48% ยังคงลงทุนคงที่ในด้านโรงงานและเครื่องจักร อีก 16% คาดจะลงทุนลดลง และมองว่าแนวโน้มการส่งออกครึ่งหลังปีนี้ 42% คาดส่งออกคงที่ อีก 37% มองว่าเพิ่มขึ้น และ 21% มองว่าลดลง และคาดว่าค่าเงินบาทเฉลี่ย 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ เงินเยนอยู่ที่ 4 เยนต่อบาท
.
สำหรับข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย คือ ขอให้มีการออกมาตรการรับมือสถานการณ์ในอิหร่าน อาทิ ปรับกระบวนการขอคืนภาษี รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการกระตุ้นการบริโภค ด้านสินค้าคงทน แก้ไขเกี่ยวกับการออกใบอนุญาติทำงานและวีซ่า
.
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯเห็นว่าที่ผ่านมาไทยมีการพัฒนาปรับปรุงที่ดีขึ้น ในด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาครัฐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง และรักษาเสถียรภาพของนโยบายการเงิน โดย 32% เห็นความจำเป็นและกำลังดำเนินการนำเอไอมาใช้งานในองค์กร และ 24 % ระบุว่าใช้เอไอและเห็นผลลัพธ์แล้ว เป้าหมายแรกคือเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำเอกสารและประมวลข้อมูล ซึ่งประเด็นปัญหาคือยังขาดแคลนบุคลากรและทักษะเอไอ
.
เมื่อถามถึงผลกระทบจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ บริษัทญี่ปุ่น 42% ระบุแทบไม่มีผลกระทบ ส่วน 39% ระบุมีผลกระทบบ้าง ขณะที่ 8% ระบุมีผลกระทบอย่างมาก โดย 37% มองว่าไม่เห็นว่ามีความจำเป็นที่บริษัทต้องเตรียมมาตรการรับมือ อย่างไรก็ตาม บริษัทญี่ปุ่นยังคาดหวังรัฐบาลไทยเตรียมรับมือความไม่แน่นอนด้านภาษีสหรัฐฯ ทั้งมาตรการด้านภาษี การเงิน เงินอุดหนุน การขยายตลาดภายในประเทศ และขยายไปประเทศที่สามผ่านเอฟทีเอ
.
ขณะที่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านจนกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ ต้นทุนโลจิสติกส์หรือหยุดชะงัก นั้น 42% ระบุว่ามีผลกระทบอย่างมาก จึงอยากให้ไทยดูแลเรื่องกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบและพลังงาน นอกจากนี้ บริษัทญี่ปุ่นในไทยมีการติดตามนโยบายรัฐบาลไทยต่อโครงการอีอีซี โครงการแลนด์บริดจ์ และ โครงการไทยแลนด์ฟาสต์พาร์ต ซึ่งแต่ละโครงการยังมองว่าเป็นประโยชน์ต่อภาคลงทุนของไทย
.
.
พนิดา ชำแหละงบ 3 องค์กรอิสระ แฉ ป.ป.ช.สร้างสปอร์ตคอมเพล็กซ์ยังไม่เสร็จแต่มาขอเงินปรับปรุง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5786703
.
พนิดา ชำแหละงบ 3 องค์กรอิสระ แฉ ป.ป.ช. สร้างสปอร์ตคอมเพล็กซ์ มียิม-สระนํ้า มาตรฐานโอลิมปิก ยังไม่เสร็จแต่มาของบปรับปรุง ซัด งบบุคลากรสูง แต่ไร้ความโปร่งใส ยกเคส “ศักดิ์สยาม-ฮั้ว สว.” ก่อนเจอ สส.ภูมิใจไทย ประท้วงเบรก จี้หยุดพาดพิงบุคคลนอก.
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวันที่ 3
.
โดย น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน อภิปรายถึงงบประมาณขององค์กรอิสระ ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยระบุว่า งบประมาณขององค์กรอิสระ 3 หน่วยงานนี้ มีรวมกันกว่า 10,195 ล้านบาท เพื่อรักษาความสุจริตของระบบการเมือง แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา งบประมาณเหล่านี้ไม่ได้ถูกใช้อย่างคุ้มค่าเพื่อภารกิจหลัก และหน่วยงานยังถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ ดัชนีความเชื่อมั่นตกต่ำ แต่ไม่มีใครตรวจสอบถ่วงดุลได้
.
ระหว่างการอภิปราย น.ส.พนิดา ได้โชว์ภาพกระดาษโพยฮั้วการเลือกตั้ง ส.ว.พร้อมชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติว่า กระดาษโพยดังกล่าวไม่ใช่กระดาษจดบันทึกทั่วไป แต่เป็นโพยจัดตั้งที่ตีตารางเขียนหมายเลขไว้ชัดเจน และผลลงคะแนนที่ออกมาก็ตรงเป๊ะ ซึ่งโอกาสที่จะเกิดแบบนี้ได้ คือถูกหวยรางวัลที่ 1 ติดต่อกัน 70 งวด ดังนั้น ประชาชนไม่เชื่อว่า กกต.จัดการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส และรู้เห็นความผิดปกติในการเลือกตั้ง สว. ด้วยการเดินเก็บโพยที่เป็นหลักฐานสำคัญ
.
น.ส.พนิดา กล่าวว่า เมื่อการได้มาซึ่ง ส.ว.ชุดปัจจุบัน มีข้อคอรหามากมาย และต้องทำหน้าที่เป็นผู้ให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระแล้วเราจะเชื่อมั่นในความเป็นกลางและความอิสระได้อย่างไร
.
ทำให้นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า อภิปรายไม่อยู่ในประเด็นของญัตตินี้ เพราะเป็นการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี ควรจะพูดว่างบประมาณเอาไปทำอะไรบ้าง ส่วนเรื่องการฮั้ว ส.ว. กระบวนการตามกฎหมายก็ดำเนินการอยู่ จึงขอให้ผู้อภิปรายอยู่ในประเด็น ก่อนที่นายเลิศศักดิ์ จะให้ น.ส.พนิดา ได้อภิปรายต่อ
.
จากนั้น น.ส.พนิดา อภิปรายถึงงบประมาณของ ป.ป.ช. โดยกล่าวว่า ป.ป.ช.ถูกครหาว่าปกป้องการทุจริต จากกรณีการไม่ชี้แจงทรัพย์สินของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งจากคดีซุกหุ้น
.
ทำให้นายสนอง ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง ว่าอภิปรายนอกประเด็น และมีการเอ่ยชื่อของบุคคลภายนอกชัดเจน จึงขอให้ผู้อภิปรายระมัดระวังและอยู่ในญัตติ นายเลิศศักดิ์ จึงได้ตักเตือนถึงการพาดพิงบุคคลภายนอก และให้ น.ส.พนิดา อภิปรายเข้าสู่ประเด็น
.
น.ส.พนิดา อภิปรายต่อว่า โดยปกติ ป.ป.ช. จะต้องมีการตรวจสอบเชิงลึก แต่ในกรณีของนาย ศ. กลับไม่มีการตรวจสอบเบื้องต้น หรือไต่สวนผู้เกี่ยวข้อง ทั้งที่ประชาชนจับตาอยู่ พร้อมเปิดภาพนาย ศ. ที่ถูกเบลอหน้า
.
ก่อนที่นายสนอง จะลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า ในสไลด์นำเสนอ ยังมีภาพบุคคลภายนอก ขอให้เอาออก นายเลิศศักดิ์จึงวินิจฉัยว่า ไม่อนุญาตให้นำรูปบุคคลภายนอกมาแสดงในที่ประชุม ทำให้ นายเอกราช อุดมอำนวย ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วงนายเลิศศักดิ์ ว่าวินิจฉัยไม่เป็นกลาง ทั้งทั้งที่ภาพมีการเบลอแล้ว ตนดูก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร และผู้ประท้วงก็ไม่ได้ใช้สิทธิ์พาดพิงเสียหาย ขอให้ประธานและผู้ประท้วงอดทนฟัง
.
นายเลิศศักดิ์ ชี้แจงว่า หากเป็นภาพบุคคลภายนอกโดยหลักแล้วไม่อนุญาต แต่หากเบลอจนไม่ทราบว่าเป็นใคร ก็อนุญาต แต่หากเลี่ยงได้ก็ขอให้มีความระมัดระวัง ก่อนจะให้ น.ส.พนิดา อภิปรายต่อ
.
น.ส.พนิดา อภิปรายต่อว่า ป.ป.ช.ยังมีอีกหลายข้อครหา ทั้งเรื่องแหวนแม่นาฬิกายืมเพื่อน หรือเรื่องสินบนทองคำ นี่มันตลาดซื้อขายคดีชัดๆ แล้วประชาชนจะเชื่อมั่นใน ป.ป.ช.ได้อย่างไร
.
จากนั้น น.ส.พนิดา อธิบายถึงงบประมาณของ สตง.ว่า หลังจากที่ตึกสำนักงานถล่มจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้ สตง.ต้องเจอวิกฤตศรัทธา ทั้งที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส ในการคัดเลือกผู้รับเหมา และการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์หรูหรา แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือมิวสิควิดีโอ 1 เพลง และหนังสือเวียนที่ออกมาปลอบใจกันเองในหน่วยงาน
.
น.ส.พนิดา กล่าวว่า จากที่กล่าวมาทั้งหมด ต้องการจะแสดงให้เห็นว่า งบบุคลากรของทั้ง 3 หน่วยงาน ซึ่งมีทั้งหมด 7,352 ล้านบาท คุ้มค่าหรือไม่ หาก กกต.สามารถทำให้ผลเลือกตั้งสะท้อนความต้องการของประชาชน ปปช.ไม่มีการละเว้นผู้มีอำนาจคนไหน และ สตง.สามารถทำให้ภาษีทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้อย่างคุ้มค่า ประชาชนยินดีจ่ายค่าบุคลากร แต่ปัญหาคือ มีการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้คนบางกลุ่ม และไม่มีทางที่จะหลุดพ้นจากการเป็นจำเลยสังคมได้เลย
.
จากนั้น น.ส.พนิดา อภิปรายถึงงบก่อสร้าง ของทั้ง 3 หน่วยงาน ที่แสดงออกชัดมากว่าอยากมีอาคารของตัวเองในทุกจังหวัด แม้ปีนี้โดนหั่นเหลือ 672 ล้านบาท แต่ตั้งงบผูกพันไปบวมปีหน้า โดยยกตัวอย่างกรณีที่ กกต. ของบประมาณ 193 ล้านบาท เพื่อใช้สร้างตึก 16 อาคาร แต่โดนสำนักงบประมาณตัดเหลือ 35 ล้านบาท เพราะเคยได้งบไปหลายปี แต่ยังหาผู้รับเหมาไม่ได้ หรืออย่างโครงการด่อสร้างที่ จ.พัทลุง ยังไม่ได้เบิกจ่ายสักบาท ปีนี้จะของบประมาณ 12 ล้านบาท ไปสร้างต่อที่ จ.ปทุมธานี
.
ส่วน ป.ป.ช. มีงบผูกพันเดิมที่ยังทำไม่เสร็จ 19 ตึก ปีนี้ตั้งงบผูกพันมาสร้างใหม่อีก 5 ตึก ปีก่อนขอสร้างตึกอบรมบุคลากรใหม่ 12 ชั้น เรียกได้ว่าเป็น Sport complex เพราะมีสระว่ายน้ำมาตรฐาน olympic มีห้องฟิตเนส มียิม มูลค่า 777 ล้านบาท ตอนนี้ยังสร้างไม่เสร็จ แต่ปีนี้ตั้งของบใหม่ไปปรับปรุงอาคารเดิมในบริเวณเดียวกันเพิ่มอีก 162 ล้านบาท เรียกได้ว่ารีโนเวทเซ็ทใหญ่
.
ส่วน สตง.ขอมา 252 ล้านบาท เพื่อนำไปสร้าง 16 ตึก ทั้งที่บางโครงการสร้างเสร็จไปแล้วก็ทิ้งร้าง จนเขาเอาไปถ่ายคอนเท้นกันเป็นไวรัลที่ อ.สัตหีบ ซึ่งอาคารดังกล่าวมีมูลค่า 135 ล้านบาท ร้างมา 15 ปี วันนี้ก็ยังไม่ได้ใช้งาน แต่ก้อนที่เจ็บปวดใจที่สุด คือปัจจุบันเรายังต้องจ่ายค่าเช่าที่ดินการรถไฟในเขตจตุจักร จุดที่ตึก สตง.ถล่ม ไปอีก 6 ปี มูลค่ารวมทั้งหมด 764 ล้านบาท โดยที่ประชาชน ไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้เลย ดังนั้น รัฐบาลต้องเอาคนผิดตัวจริงมารับผิดชอบ เรียกคืนความเสียหายทั้งหมดในส่วนนี้ เพราะนี่คือเงินภาษีของประชาชน
.
จากนั้น น.ส.พนิดา อภิปรายถึงงบดำเนินงาน ถือเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร และควรได้รับจัดสรรอย่างเต็มที่ แต่ส่วนใหญ่เอาใช้ไปกับโครงการที่ไม่ใช่ภารกิจหลัก ตัวชี้วัดเน้นจำนวนการจัดกิจกรรม เน้นจำนวนผู้เข้าร่วม ไม่เน้นผลลัพธ์การอบรม พร้อมยกตัวอย่างกรณีของ กกต. แทนที่จะจัดการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่ได้คือลูกเสืออาสา กกต. อบรมพลเมืองประชาธิปไตย ที่วัดผลลัพธ์เชิงคุณภาพไม่ได้ หรือศูนย์ศึกษาประชาธิปไตย มูลค่า 100 ล้านบาท ที่ไม่มีใครรู้จัก รวมถึงศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบลอีก 7,000 ศูนย์ทั่วประเทศ แต่มีเพียงภารกิจเดินขบวนรณรงค์เลือกตั้ง หรือแอพตาสัปปะรดที่ ไม่ใช้แจ้งร้องเรียนการเลือกตั้งที่ไม่มีคนใช้