โดนธนาคารขายหนึ้ให้ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท บสส. เอาเปรียบลูกหนึ้

เนื่องจากเป็นหนี้ธนาคาร ตกงานช่วงโควิด ไม่สามารถผ่อนชำระตามยอดได้ ธนาคารได้ขายหนึ้ให้ บสส. ทางเราลูกหนี้ได้ขอผ่อนชำระ แต่ บสส. ก็ให้ระยะเวลาน้อยมาก และยอดผ่อนชำระต่อเดือนสูงกว่าที่ธนาคารเดิมเป็นเท่าตัว เราจึงเสนอขอปิดจบยอดหนึ้ ซึ่งเป็นยอดหนี้รวมดอกเบี้ยทั้งหมด 3 ล้านบาท ไม่มีการลดยอดใดใด โดยขอระยะเวลา 6 เดือน ในการรวบรวมเงินจากญาติ ๆ วางมัดจำโดยซื้อตั๋วแลกเงินสั่งจ่าย บสส. ซึ่งผู้จัดการ บสส. ได้ปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าแหล่งที่มาของเงินไม่ขัดเจน ไม่เสนอคณะกรรมการอะไรทั้งนั้น คืนตั๋วแลกเงิน และให้เราหาแนวทางใหม่ (ซึ่งก่อนที่จะไปยื่นตั๋วแลกเงินได้สอบถามเบื้องต้นแล้ว  จึงเดินทางไป ซื้อตั๋วแลกเงืน แล้วต้องไปทำคืนธนาคารอีก ซึ่งเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง) หลังจากนั้นเราพยายามสอบถาม ขอลดยอดผ่อนได้ไหม ขอระยะเวลาเพิ่มในการผ่อนก็ไม่ได้ ซึ่งยอดก็สูง  หรือถามยอดปิดจบ บสส.ก็ไม่แจ้งยอด มีแต่บอกให้หาญาติ หาคนมาซื้อบ้าน ๆๆๆ  ไม่มีการช่วยเหลือใดใด มีหนังสือเชิญเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ปรับหนี้มีสุข ผ่อนดีมีลด แต่ทางเราสอบถามบอกว่าไม่เข้าเกณฑ์ มีมหกรรมไกล่เกลี่ยบังคับคดี แต่หนังสือเชิญร่วมไกล่เกลี่ยจาก บสส. กลับส่งมาช้ามากกกก จนเลยวันที่จะร่วมงานไกล่เกลี่ยแล้ว เราจึงไปที่กองทุนฟื้นฟูเพื่อการเกษตร เจ้าหน้าที่กองทุนฟื้นฟู ฯ แจ้งว่าเข้าเกณฑ์ ให้เราติดต่อทางโทรศัพท์ไปหาเจ้าหน้าที่ บสส ทางกองทุนคุยว่าลูกหนี้เข้าเกณฑ์ สามารถกู้ปิดยอดได้ ให้ระงับการขายทอดตลาด บสส.ตอบมาว่า จะซื้อไว้เอง แล้ว บสส.ก็รีบประมูลซื้อไว้เอง ในราคาต่ำกว่ายอดหนี้มากก  แล้วแจ้งเราถ้าอยากได้ให้ไปประมูลแข่งซื้อทรัพย์มือ 2 บสส.เอา หลัง บสส.ซื้อบ้าน ยังมีหนังสือแจ้งเราว่าให้ติดต่อปรับโครงสร่างหนี้ แต่พอติดต่อไปกลับบอกว่าไม่มี ทั้ง ๆ ที่หนังสือที่ส่งมาให้หาแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ กลับให้เรา รอซื้อทรัพย์มือ 2 อย่างเดียว ในราคาสูง
บสส.ช่วยเหลืออะไร รอเวลาให้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ๆ เรื่อย ๆ ทั้งที่เราพยายามหาหนทางเจรจาตลอดมา
ฝากไว้เป็นเคสตัวอย่างที่เจอความไม่เป็นธรรม​แบบนี้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่