ละครแนวตั้งก็มา! “สเวนเซ่นส์” ส่งละครผลไม้ AI “ศึกชิงใจพี่พร้าว”เปลี่ยนไอศกรีมเป็นซีรีส์รัก

ละครแนวตั้งก็มา! “สเวนเซ่นส์” ส่งละครผลไม้ AI “ศึกชิงใจพี่พร้าว”เปลี่ยนไอศกรีมเป็นซีรีส์รัก แจ้งเกิดเมนูใหม่

ช่วงนี้ใครไถฟีดแล้วไม่เคยเจอ “ละครผลไม้ AI” อาจเรียกได้ว่าหลุดจากจักรวาลโซเชียลไปแล้ว เพราะกระแสคอนเทนต์ AI ที่จับผัก ผลไม้ หรือวัตถุดิบต่างๆ มาสร้างเป็นละครรักสุดดราม่า ทั้งชิงรักหักสวาท คู่รักนอกใจ สาวน้อยแสนซื่อกับชายในฝัน ตลอดจนพล็อตนำ้เน่าต่างๆมากมาย กำลังกลายเป็น Pop Culture ชิ้นใหม่ของโลกออนไลน์พร้อมกวาดยอดวิวไปหลักล้าน
.
ล่าสุด “สเวนเซ่นส์” ก็ไม่ปล่อยให้ไวรัลผ่านไปเฉยๆ แต่หยิบอินไซต์นี้มาต่อยอดเป็นแคมเปญ “ศึกชิงใจพี่พร้าว” ละครสั้น AI ที่มีพระเอกนางเอกไม่ใช่คน แต่เป็น “ไอศกรีมกะทิมะพร้าวอ่อน” ที่ต้องเลือกระหว่าง “ข้าวเหนียวสันป่าตอง” และ “สังขยาใบเตย” แคมเปญล่าสุดที่ครีเอทขึ้นมาเพื่อแจ้งเกิด Seasonal Menu อย่าง ไอศกรีมกะทิมะพร้าวอ่อน, ข้าวเหนียวสันป่าตอง และสังขยาใบเตย ให้กลายเป็น Entertainment Content ที่ทำให้คนอยากรู้ตอนต่อไปมากกว่าจะรู้แค่โปรโมชั่น
.
คุณอนุพนธ์ นิธิยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดไอศกรีมเมืองไทย ที่ไม่ได้มีแค่ในเซกเมนต์เดียวกัน หากแต่ยังต้องแข่งกับตลาดของหวาน (Dessert Cafe), ชานมไข่มุก, และกระแสไอศกรีม Premium Gelato ที่กำลังมาแรง ทำให้การแข่งขันยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง "รสชาติอร่อย" แต่คือการแข่งกันสร้าง "ประสบการณ์" และ "คอนเทนต์" เพื่อดึงเม็ดเงินและเวลาของผู้บริโภค แบรนด์ที่จะอยู่รอดต้องทำตัวเป็น Culture Creator ที่สร้างบทสนทนาบนโลกออนไลน์ได้ ไม่ใช่แค่ขายสินค้าหรือโปรโมชันเท่านั้น
.
การหยิบยกเอาละคร AI กำลังเป็นไวรัล มาผูกกับวัตถุดิบของเมนูใหม่ ในชื่อ “ศึกชิงใจพี่พร้าว” จึงเป็นการทำให้คอนเทนต์ดูเป็นส่วนหนึ่งของฟีด มากกว่าจะเป็นโฆษณาที่คนรีบกดข้าม การสร้าง Character Marketing จากไอศกรีมกะทิมะพร้าวอ่อน ข้าวเหนียวสันป่าตอง และสังขยาใบเตย ที่เดิมเป็นเพียงส่วนประกอบของเมนู กลายเป็นตัวละครที่มีบุคลิก มีความรัก มีดราม่า และมีแฟนคลับ จึงเป็นสิ่งที่สร้างการจดจำได้ง่าย
.
เพราะเมื่อวัตถุดิบมี “คาแรกเตอร์” ผู้บริโภคจึงจดจำเมนูได้ง่ายกว่าการเห็นภาพสินค้าทั่วไป และยังช่วยเปลี่ยนภาพจำของแบรนด์จากไอศกรีมสำหรับครอบครัวแบบดั้งเดิม ให้กลายเป็นแบรนด์ที่ทันสมัย สนุกสนาน และก้าวทันเทคโนโลยี (Tech-savvy) ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่ค่อยเสพสื่อโฆษณาแบบเดิมๆ ให้หันมาสนใจแบรนด์มากขึ้น
.
ทั้งหมดคือการสร้าง Mental Availability หรือการทำให้เมนูใหม่เข้าไปอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภคผ่านเรื่องเล่า มากกว่าการท่องจำชื่อสินค้า เพราะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ไม่ได้เสพโฆษณาแบบเดิมอีกแล้ว แต่เสพคอนเทนต์ที่ “แปลก สนุก และพร้อมแชร์” งานภาพ AI ที่มีความกึ่งจริงกึ่งแฟนตาซี ผสมมุกตลกและความโอเวอร์แบบละครไทย จึงตอบโจทย์พฤติกรรมการแชร์ของคนรุ่นใหม่ได้ตรงจุด เปลี่ยนคอนเทนต์กลายเป็นมีม สร้างโอกาสที่แบรนด์จะได้ Earned Media ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
.
ความสร้างสรรค์อีกอย่างของแคมเปญ คือไม่ได้ให้คนดูเฉยๆ แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมเลือกทีม ไม่ว่าจะเป็น
.
#ทีมพี่พร้าว
#ทีมข้าวเหนียวสันป่าตอง
#ทีมสังขยาใบเตย
.
เมื่อเกิดการเชียร์ทีม แสดงความคิดเห็น หรือถกเถียงว่าใครเหมาะกับพี่พร้าวที่สุด ก็เท่ากับแบรนด์กำลังสร้าง User-Generated Content (UGC) ให้ผู้บริโภคช่วยผลิตคอนเทนต์แทน เรียกว่าเป็นการใช้ความสนุกบนออนไลน์ (ละคร AI) เป็นสะพานเชื่อมให้คนเกิดความอยากรู้อยากลอง จนต้องเดินเข้าไปสั่งเมนูจริงที่หน้าร้านสเวนเซ่นส์ทุกสาขา เรียกว่าเป็นการทำตลาดแบบ O2O (Online-to-Offline) ได้เป็นอย่างดี Drive Top-of-Mind Awareness หรือสร้างการรับรู้และจดจำเมนูใหม่ "ไอศกรีมกะทิมะพร้าวอ่อน ซอสสังขยาใบเตย" ได้ทันทีผ่านตัวละครที่โดดเด่น
.
“แม้สเวนเซ่นส์จะยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดร้านไอศกรีมนั่งรับประทานในร้านของไทย มีสาขากว่า 360 สาขาทั่วประเทศ แต่โจทย์ของแบรนด์ผู้นำไม่ใช่แค่รักษาฐานลูกค้าเดิม หากเป็นการทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่า “แบรนด์นี้ยังทันโลก” การใช้ AI, Humor และกระแสไวรัลมาผสมกับเมนูไทยๆ จึงเป็นการรีเฟรชภาพลักษณ์จากร้านไอศกรีมสำหรับครอบครัว ให้กลายเป็นแบรนด์ที่สนุก ทันเทคโนโลยี และพร้อมเล่นกับทุกกระแสบนโลกออนไลน์” คุณอนุพนธ์กล่าวทิ้งท้าย
.
ที่มา : Brand Buffet
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่