หนี้มีเวลามากขึ้น...แต่ไม่ได้แปลว่าหนี้น้อยลง จริงไหม?

ช่วงนี้หลายคนคงเห็นข่าวเรื่องมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ทั้งการขยายเวลาผ่อน ปรับโครงสร้างหนี้ หรือการลดค่างวดรายเดือน
ฟังเผินๆ เหมือนจะโล่งใจ เพราะจ่ายต่อเดือนน้อยลง มีเวลาหายใจมากขึ้นเพี้ยนยิ้ม

แต่พอลองคิดอีกมุม ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า...
"หนี้ที่มีเวลาผ่อนนานขึ้น เท่ากับเราจ่ายน้อยลงจริงหรือ?"

จากที่ลองหาข้อมูลดู คำตอบคือ "ไม่เสมอไป"
การยืดระยะเวลาผ่อนช่วยให้ค่างวดต่อเดือนลดลงก็จริง แต่ถ้าดอกเบี้ยยังเดินต่อ ยอดที่ต้องจ่ายรวมตลอดสัญญาอาจสูงกว่าเดิมด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม มาตรการแบบนี้ก็มีประโยชน์มากสำหรับคนที่กำลังเจอปัญหาสภาพคล่อง เพราะช่วยให้ไม่ผิดนัดชำระ มีเวลาตั้งหลัก และค่อยๆ ฟื้นตัวทางการเงิน
สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ เราจะใช้ "เวลาที่เพิ่มขึ้น" อย่างไร

ใช้เพื่อสร้างเงินสำรองฉุกเฉิน
ใช้เพื่อปิดหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน
ใช้เพื่อปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย
หรือสุดท้าย...ใช้เพื่อก่อหนี้ใหม่อีก

อันนี้น่าจะเป็นตัวตัดสินมากกว่า

ช่วงหลังเห็นหลายสถาบันการเงิน รวมถึงเคทีซี ก็ออกมาให้ความรู้เรื่องการบริหารหนี้มากขึ้น ไม่ได้พูดแค่เรื่องการใช้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อ แต่เน้นการวางแผนการเงิน การรักษาวินัย และการใช้มาตรการช่วยเหลือให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะต่อให้มีมาตรการดีแค่ไหน ถ้าพฤติกรรมการเงินไม่เปลี่ยน ปัญหาก็อาจกลับมาอีก
สุดท้ายเลยอยากชวนคุยครับ
ถ้าคุณเลือกได้ ระหว่างผ่อนน้อยลงแต่ผ่อนนานขึ้น หรือผ่อนหนักกว่าเดิมแต่ปิดหนี้ได้เร็ว

คุณจะเลือกแบบไหน? และเพราะอะไร?
อยากฟังประสบการณ์ของแต่ละคน เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังตัดสินใจอยู่เหมือนกันครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่