หยุดให้เครื่องประดับหมอง! เผยสุดยอดเทคนิคเก็บของรักให้ปิ๊งเหมือนใหม่ด้วยกล่องกำมะหยี่กันหมอง!

สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวพันทิปทุกคน!

เคยเป็นกันไหมครับ? ซื้อเครื่องประดับมาใหม่ๆ ใส่ไปได้ไม่กี่ครั้ง หรือบางทีเก็บไว้เฉยๆ ก็เริ่มหมองคล้ำ ไม่วิบวับเหมือนตอนแรกที่ได้มาดูแล้วก็ปวดใจสุดๆ เหมือนเห็นของรักของเราโดนทำร้ายยังไงยังงั้นแหละครับ ผมเข้าใจดีเลย



จะบอกว่าเรื่องเครื่องประดับหมองเนี่ย ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ เพราะปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ของสวยๆ งามๆ ของเราหมดความแวววาวไปก็คือ

1.  อากาศและความชื้น ตัวร้ายอันดับหนึ่งเลยครับ เพราะในอากาศมีกำมะถัน รวมถึงความชื้นรอบตัวเรานี่แหละ ที่เป็นตัวการทำให้โลหะทำปฏิกิริยาเกิดเป็นคราบดำๆ หรือที่เรียกว่า 'หมอง' นั่นเองครับ
2.  สารเคมี น้ำหอม โลชั่น สเปรย์ฉีดผม หรือแม้แต่น้ำยาทำความสะอาดที่เราใช้ในชีวิตประจำวันเนี่ย ก็เป็นศัตรูตัวฉกาจของเครื่องประดับเลยครับ ยิ่งถ้าใส่แล้วไปฉีดพ่นโดนตรงๆ นะ บอกเลยว่าไปเร็วแน่นอน
3.  เหงื่อของเราเอง เชื่อไหมครับว่าเหงื่อของเราก็มีส่วนผสมที่ทำให้เครื่องประดับหมองได้เหมือนกัน ยิ่งใครเหงื่อออกง่าย หรือเป็นคนเหงื่อเค็ม ยิ่งต้องระวังเลยครับ

สมัยก่อนผมเองก็เคยเป็นครับ ซื้อสร้อยทองมาเส้นนึง ใส่แค่แป๊บเดียว ดำปี๋เลยครับ ตกใจแทบแย่ คิดว่าโดนหลอกเอาทองปลอมมาให้รึเปล่า สุดท้ายมารู้ว่าคือการทำปฏิกิริยาของทองกับเหงื่อผมเองนี่แหละครับ ฮ่าๆๆ สรุปคือผิดที่ตัวผมเองนี่นา!



แล้วหลายคนก็คงเก็บเครื่องประดับแบบรวมๆ กันไว้ในลิ้นชักบ้าง ใส่ถุงพลาสติกเล็กๆ บ้าง หรือวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งแบบเปิดโล่งบ้างใช่ไหมครับ? ซึ่งวิธีเหล่านี้มันก็สะดวกดีแหละครับ แต่บอกเลยว่ามันเปิดช่องให้ความชื้นและอากาศเข้ามาทำปฏิกิริยา แถมยังทำให้เครื่องประดับเป็นรอยขีดข่วนกันเองได้ง่ายมากๆ เลยครับ

วันนี้ผมเลยอยากจะมาบอกเล่าถึงเทคนิคที่ผมลองใช้แล้วมันเวิร์กมากๆ ในการรักษาเครื่องประดับสุดรักให้แวววาวเหมือนใหม่ นั่นก็คือ "การใช้กล่องกำมะหยี่กันหมอง" นั่นเองครับ!

เจ้ากล่องกำมะหยี่กันหมองนี่มันดียังไง?

1.  กำแพงป้องกันชั้นยอด กล่องพวกนี้ไม่ได้แค่สวยงามนะครับ แต่ด้านในมักจะบุด้วยผ้ากำมะหยี่ หรือวัสดุพิเศษที่มีคุณสมบัติในการ "ดูดซับสารกำมะถัน" หรือ "ป้องกันการเกิดออกซิเดชัน" ครับ ทำให้เครื่องประดับของเราสัมผัสกับอากาศและสารที่ทำให้หมองได้น้อยลงมากๆ เหมือนมีเกราะป้องกันส่วนตัวเลยครับ
2.  นุ่มนวลต่อเครื่องประดับ วัสดุกำมะหยี่ที่บุอยู่ภายในนี่แหละครับ ที่ช่วยปกป้องเครื่องประดับของเราไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนจากการเสียดสีกันเอง หรือจากการกระแทกเล็กๆ น้อยๆ ครับ จะวางแหวน สร้อยข้อมือ หรือต่างหู ก็ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะบุบหรือเป็นรอย
3.  จัดระเบียบง่ายสุดๆ กล่องพวกนี้มักจะออกแบบมาให้มีช่องแบ่งเป็นสัดส่วนครับ ทั้งช่องสำหรับแหวน, ช่องสำหรับต่างหู, ช่องสำหรับสร้อยคอ ทำให้เราหาง่าย หยิบง่าย แล้วก็จัดเก็บได้เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงามน่ามองครับ ไม่ต้องมานั่งแกะสร้อยที่พันกันเป็นปมให้หงุดหงิดเลย
4.  เพิ่มมูลค่าให้ของรัก พอจัดเก็บดีๆ เครื่องประดับของเราก็จะดูน่าใช้ น่ามองอยู่ตลอดเวลาครับ ยิ่งดูแลดีเท่าไหร่ ก็เหมือนยิ่งเพิ่มมูลค่าทางใจให้ของรักของเรามากขึ้นเท่านั้นครับ



เคล็ดลับเลือกกล่องกำมะหยี่กันหมองให้ปัง!

   วัสดุต้องดี เลือกกล่องที่บุด้วยกำมะหยี่เนื้อดีครับ สัมผัสแล้วนุ่ม ไม่ใช่แบบสากๆ เพราะนั่นอาจจะหมายถึงคุณภาพของวัสดุที่อาจจะไม่ได้ช่วยกันหมองได้จริงจังครับ
   ขนาดและช่องแบ่งที่เหมาะสม ลองสำรวจเครื่องประดับที่เรามีครับว่ามีแหวนเยอะ สร้อยเยอะ หรือต่างหูเยอะ เพื่อเลือกกล่องที่มีช่องแบ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราที่สุดครับ
   ฝาปิดแน่นหนา อันนี้สำคัญมากครับ เพราะฝาที่ปิดได้แน่นหนาจะช่วยป้องกันอากาศและความชื้นไม่ให้เข้าไปในกล่องได้ง่ายๆ ครับ

วิธีใช้กล่องกำมะหยี่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

1.  ทำความสะอาดก่อนเก็บ ก่อนจะเก็บเครื่องประดับลงกล่องทุกครั้ง ควรเช็ดทำความสะอาดคราบเหงื่อไคล คราบเครื่องสำอาง หรือโลชั่นออกให้หมดจดก่อนครับ เพื่อไม่ให้คราบสกปรกเหล่านี้เป็นตัวเร่งให้เกิดการหมองคล้ำได้ง่ายขึ้น
2.  แยกประเภทเครื่องประดับ พยายามแยกเครื่องประดับต่างชนิดกันครับ เช่น เงิน ทอง หรือเพชรพลอยต่างๆ เพราะโลหะบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากันเองได้
3.  ใส่ซองกันชื้น (ถ้าจำเป็น) สำหรับใครที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงมากๆ อาจจะลองใส่ซองกันชื้น (Silica Gel) ขนาดเล็กๆ ลงไปในกล่องด้วยก็ได้ครับ จะช่วยดูดซับความชื้นได้ดียิ่งขึ้นไปอีก
4.  วางในที่แห้งและเย็น ถึงแม้กล่องจะช่วยกันหมองได้แล้ว แต่การวางกล่องไว้ในที่ที่แห้ง ไม่มีแดดส่องถึงโดยตรง และมีอุณหภูมิห้องปกติ ก็จะช่วยยืดอายุความแวววาวของเครื่องประดับไปได้อีกนานเลยครับ

บอกเลยว่าตั้งแต่ผมเริ่มใช้กล่องกำมะหยี่กันหมองนี่แหละครับ ชีวิตผมก็ง่ายขึ้นเยอะ เครื่องประดับชิ้นโปรดก็ยังคงความวิบวับเหมือนเพิ่งซื้อใหม่ตลอดเวลา ไม่ต้องมานั่งขัด นั่งทำความสะอาดบ่อยๆ ให้เสียเวลาและเสี่ยงต่อการเสียหายเลยครับ

ลองหาซื้อมาใช้กันดูนะครับ แล้วจะรู้ว่ามันคุ้มค่ากับการลงทุนเล็กๆ น้อยๆ นี้จริงๆ ครับ ผมรับรองเลยว่าเพื่อนๆ จะหลงรักวิธีนี้แน่นอน!

หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะครับ ไว้มีเรื่องราวดีๆ อะไรอีก ผมจะมาเล่าให้ฟังใหม่แน่นอนครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่