เกริ่นก่อนว่า งานที่ทำเป็นงานฟรีแลนซ์นะครับ งานถ่าย motorsport ที่บางแสน ตัวงาน 5 วัน เดินทางไป/กลับ 2 วัน รวมเป็น 7 วัน
ตัวผมเอง เป็นช่างภาพถ่ายรถอยู่แล้ว ซึ่งก็มีประสบการณ์มานาน ชั่วโมงบินก็ไม่ได้ต่ำๆ
เพื่อนอีกสองคน ผมขอแทนชื่อด้วยว่า A,B เพื่อน A เป็นคนที่รับงานจากรุ่นพี่มาอีกที ซึ่งคนนี้ก็เป็นช่างภาพสายเดียวกับผม ส่วน B ก็เป็นช่างภาพทั่วไป มีประสบการณ์ถ่ายรถมาบ้าง ซึ่งคนนี้เป็นคนอาสาขับรถไปเอง(เชียงใหม่-บางแสน)
ซึ่งค่าใช้จ่าย ที่เป็นค่าใช้จ่ายรวม ค่าที่พัก ค่าน้ำมันรถ ต้องออกเองกันไปก่อน แต่พอจบงานจะได้เงินค่าจ้างทันที
ซึ่งเพื่อนสองคนนี้ อยากให้ผมไปด้วย ซึ่งผมก็ไม่ติดใจอะไร เพราะคิดว่าบัตเจ็ตคงหารสามคน
แต่พอได้มาคุยจริงๆ
เพื่อน A เปรยคำพูดออกมาว่า “ถ้าหารค่าจ้างสามคนน่ะ มันจะอยู่กินลำบาก บัตเจ็ตแต่ละคน มันก็จะไม่ได้สมเหตุสมผล” แล้วก็ถามเราว่าจะเอายังไงโอเคไหม พวกเขาไม่ซีเรียสเรื่องบัตรเจ็ด
เหมือนประมาณว่าโยนมาให้ผมตัดสินใจเอง
ซึ่งผมก็ไม่ตอบทันที
เพื่อน A ก็พูดต่อ มาว่า ”ตอนนั้นที่เค้าไปบางแสนกับรุ่นพี่เขา เขาก็ไม่ได้เงินเลยสักบาท เค้าไปฟรีๆทำงานเอาสนุก”
ผมก็ยังไม่ตอบไป แต่ในใจลึกลึกรู้สึกว่า ทำไมมันเหมือนการกดดัน ว่าอยากให้เราไปฟรี และตัวผมเองก็ไม่รู้จริงๆว่าค่าจ้างทั้งหมดได้มาเท่าไหร่ แต่รู้ว่าค่าจ้าง มันมาสำหรับสองคนแรกอยู่แล้วไม่ได้เผื่อตัวผมเอง แต่เคยได้ยินมาแว่วๆว่า ถ้าหักลบค่าใช้จ่ายอะไรหมดแล้ว คร่าวๆ เพื่อนผมได้คนละ 10,000 บาท
ผมยังไม่ทันตอบเพื่อน A ก็มาบอกว่า ตอนนี้รุ่นพี่ หาลูกค้าเพิ่มมาอีก 1 เจ้า ซึ่งก็ได้เพิ่มมาแค่ 3,000 บาท ถ่ายแค่ 1-2 วัน
ผมเลยถามไปว่า แล้วถ้าผมไปทำ 3,000 บาทนี้ต้องหารกับเพื่อนๆด้วยไหม เพื่อน B ก็บอกว่า 3,000 บาทนี้ผมเอาไปเต็มเลย ผมแค่รับผิดชอบเจ้านี้ เพื่อนก็มาช่วยนิดหน่อย ส่วนงานหลักเพื่อนเพื่อนที่ทำเต็มกัน 5 วัน ผมก็มีแค่หน้าที่ไปช่วย (ในบริบทนี้มันไม่สามารถช่วยกันได้อยู่แล้วแต่ละคนต้องถ่ายรูปเท่ากันทำงานเท่ากัน)
ค่าน้ำมันค่าเดินทาง เพื่อนจะออกให้แต่ค่ากินผมออกเองซึ่งผมลองคิดเล่นเล่นดูแล้วใช้ชีวิตในชลบุรีห้าวันกับเงิน 3,000 บาทที่อาจจะได้หลังจบงานนู่นด้วย สุดท้ายผมอาจจะไม่เหลือเงินเลยสักบาท
ซึ่งหน้าที่ที่ผมรับผิดชอบ ก็รับผิดชอบเท่าเขา ใช้อุปกรณ์ส่วนตัว ทำงานเท่ากันหมดทุกอย่าง แต่กลับงานหลักผมไม่ได้ส่วนแบ่งงานหลักด้วย ซึ่งผมก็ไม่โอเค เหมือนเค้าประเมินผมต่ำไปและก็เอาเปรียบผม ทั้งทั้งที่ทั้งสามคนนี้ก็ทำงานกันหมดแล้วเคยถ่ายรูปกันมาหมดแล้วประสบการณ์เท่ากันพอๆกันเผลอๆผมเยอะกว่าสองคนนี้อีก
ซึ่ง ผมคิดว่าการรองานฟรีๆหรือการทำงานไปเอาประสบการณ์โดยที่ไม่รับเงินนั้น มันหมดยุคที่จะต้องมาเข้าเนื้อตัวเอง เพื่อที่จะแลกประสบการณ์แล้ว ผมก็เคยทำกับรุ่นพี่ของผมในงานแรกๆที่ผมเอาประสบการณ์ ผมก็ไม่ได้เงิน แต่ผมก็ไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเองอะไรเลยแม้แต่บาทเดียว
ถ้าถามผมว่า แค่ไปเอาประสบการณ์น่ะ คุ้มไหมผมตอบได้เลยว่าคุ้ม เพราะว่างานนี้มีปีละครั้ง ส่วนตัวผมก็ไม่เคยไป แต่งานนี้มันเข้าเนื้อผมมากๆและไปโดยที่ก็ต้องทำงานกับเพื่อนๆไม่ต่างกับคนที่ถูกจ้างไปจริงๆ แต่กลับไม่ได้เงินเท่ากัน ผมรู้สึกว่าผมไม่โอเคตรงนี้มากกว่า
ถ้าเพื่อนไม่ซีเรียสเรื่องเงินจริงๆ เพื่อนก็ต้องยอมหาร 3 ทั้งหมดตั้งแต่แรก แล้วถ้าเป็นพี่พี่ที่อ่านกันอยู่จะไปหรือเปล่า
แล้วควรพูดความรู้สึกไปไหม หรือไม่พูดไม่สอนจะดีกว่า
เพื่อนอยากให้เราไปทำงานด้วย แต่ไม่อยากหารค่าแรงกับเรา จะไปด้วยไหม?
ตัวผมเอง เป็นช่างภาพถ่ายรถอยู่แล้ว ซึ่งก็มีประสบการณ์มานาน ชั่วโมงบินก็ไม่ได้ต่ำๆ
เพื่อนอีกสองคน ผมขอแทนชื่อด้วยว่า A,B เพื่อน A เป็นคนที่รับงานจากรุ่นพี่มาอีกที ซึ่งคนนี้ก็เป็นช่างภาพสายเดียวกับผม ส่วน B ก็เป็นช่างภาพทั่วไป มีประสบการณ์ถ่ายรถมาบ้าง ซึ่งคนนี้เป็นคนอาสาขับรถไปเอง(เชียงใหม่-บางแสน)
ซึ่งค่าใช้จ่าย ที่เป็นค่าใช้จ่ายรวม ค่าที่พัก ค่าน้ำมันรถ ต้องออกเองกันไปก่อน แต่พอจบงานจะได้เงินค่าจ้างทันที
ซึ่งเพื่อนสองคนนี้ อยากให้ผมไปด้วย ซึ่งผมก็ไม่ติดใจอะไร เพราะคิดว่าบัตเจ็ตคงหารสามคน
แต่พอได้มาคุยจริงๆ
เพื่อน A เปรยคำพูดออกมาว่า “ถ้าหารค่าจ้างสามคนน่ะ มันจะอยู่กินลำบาก บัตเจ็ตแต่ละคน มันก็จะไม่ได้สมเหตุสมผล” แล้วก็ถามเราว่าจะเอายังไงโอเคไหม พวกเขาไม่ซีเรียสเรื่องบัตรเจ็ด
เหมือนประมาณว่าโยนมาให้ผมตัดสินใจเอง
ซึ่งผมก็ไม่ตอบทันที
เพื่อน A ก็พูดต่อ มาว่า ”ตอนนั้นที่เค้าไปบางแสนกับรุ่นพี่เขา เขาก็ไม่ได้เงินเลยสักบาท เค้าไปฟรีๆทำงานเอาสนุก”
ผมก็ยังไม่ตอบไป แต่ในใจลึกลึกรู้สึกว่า ทำไมมันเหมือนการกดดัน ว่าอยากให้เราไปฟรี และตัวผมเองก็ไม่รู้จริงๆว่าค่าจ้างทั้งหมดได้มาเท่าไหร่ แต่รู้ว่าค่าจ้าง มันมาสำหรับสองคนแรกอยู่แล้วไม่ได้เผื่อตัวผมเอง แต่เคยได้ยินมาแว่วๆว่า ถ้าหักลบค่าใช้จ่ายอะไรหมดแล้ว คร่าวๆ เพื่อนผมได้คนละ 10,000 บาท
ผมยังไม่ทันตอบเพื่อน A ก็มาบอกว่า ตอนนี้รุ่นพี่ หาลูกค้าเพิ่มมาอีก 1 เจ้า ซึ่งก็ได้เพิ่มมาแค่ 3,000 บาท ถ่ายแค่ 1-2 วัน
ผมเลยถามไปว่า แล้วถ้าผมไปทำ 3,000 บาทนี้ต้องหารกับเพื่อนๆด้วยไหม เพื่อน B ก็บอกว่า 3,000 บาทนี้ผมเอาไปเต็มเลย ผมแค่รับผิดชอบเจ้านี้ เพื่อนก็มาช่วยนิดหน่อย ส่วนงานหลักเพื่อนเพื่อนที่ทำเต็มกัน 5 วัน ผมก็มีแค่หน้าที่ไปช่วย (ในบริบทนี้มันไม่สามารถช่วยกันได้อยู่แล้วแต่ละคนต้องถ่ายรูปเท่ากันทำงานเท่ากัน)
ค่าน้ำมันค่าเดินทาง เพื่อนจะออกให้แต่ค่ากินผมออกเองซึ่งผมลองคิดเล่นเล่นดูแล้วใช้ชีวิตในชลบุรีห้าวันกับเงิน 3,000 บาทที่อาจจะได้หลังจบงานนู่นด้วย สุดท้ายผมอาจจะไม่เหลือเงินเลยสักบาท
ซึ่งหน้าที่ที่ผมรับผิดชอบ ก็รับผิดชอบเท่าเขา ใช้อุปกรณ์ส่วนตัว ทำงานเท่ากันหมดทุกอย่าง แต่กลับงานหลักผมไม่ได้ส่วนแบ่งงานหลักด้วย ซึ่งผมก็ไม่โอเค เหมือนเค้าประเมินผมต่ำไปและก็เอาเปรียบผม ทั้งทั้งที่ทั้งสามคนนี้ก็ทำงานกันหมดแล้วเคยถ่ายรูปกันมาหมดแล้วประสบการณ์เท่ากันพอๆกันเผลอๆผมเยอะกว่าสองคนนี้อีก
ซึ่ง ผมคิดว่าการรองานฟรีๆหรือการทำงานไปเอาประสบการณ์โดยที่ไม่รับเงินนั้น มันหมดยุคที่จะต้องมาเข้าเนื้อตัวเอง เพื่อที่จะแลกประสบการณ์แล้ว ผมก็เคยทำกับรุ่นพี่ของผมในงานแรกๆที่ผมเอาประสบการณ์ ผมก็ไม่ได้เงิน แต่ผมก็ไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเองอะไรเลยแม้แต่บาทเดียว
ถ้าถามผมว่า แค่ไปเอาประสบการณ์น่ะ คุ้มไหมผมตอบได้เลยว่าคุ้ม เพราะว่างานนี้มีปีละครั้ง ส่วนตัวผมก็ไม่เคยไป แต่งานนี้มันเข้าเนื้อผมมากๆและไปโดยที่ก็ต้องทำงานกับเพื่อนๆไม่ต่างกับคนที่ถูกจ้างไปจริงๆ แต่กลับไม่ได้เงินเท่ากัน ผมรู้สึกว่าผมไม่โอเคตรงนี้มากกว่า
ถ้าเพื่อนไม่ซีเรียสเรื่องเงินจริงๆ เพื่อนก็ต้องยอมหาร 3 ทั้งหมดตั้งแต่แรก แล้วถ้าเป็นพี่พี่ที่อ่านกันอยู่จะไปหรือเปล่า
แล้วควรพูดความรู้สึกไปไหม หรือไม่พูดไม่สอนจะดีกว่า