เรียนฟรี 15 ปี

กระทู้สนทนา
การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ประสบความสำเร็จในการสร้างฉันทามติและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง

ทั้งเงินบริจาคจำนวน 119,131,250 บาท
วัสดุอุปกรณ์การศึกษามูลค่า 70,853,094 บาท
และแรงงานอาสาจำนวน 695,079 คน
คิดเป็นมูลค่า 165,505,488 บาท
รวมมูลค่าความร่วมมือจากประชาชนทั้งสิ้น 355,489,832 บาท

ผลสำเร็จเป็นรูปธรรมทั่วประเทศเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 คือ
การปรับปรุงโรงเรียนจำนวน 29,845 โรงเรียน
การปรับปรุงอาคารเรียน 38,112 หลัง
การปรับปรุงอาคารอเนกประสงค์ 12,227 แห่ง
 การปรับปรุงห้องน้ำ 11,257 โรงเรียน

ด้านคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2540 รัฐบาลได้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานทางการเรียนรู้ โดยในปี พ.ศ. 2539 โรงเรียนจำนวน 3,700 แห่งได้รับห้องปฏิบัติการภาษาและห้องทดลองวิทยาศาสตร์ และอีก 5,000 แห่งได้รับห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 โรงเรียนจำนวน 17,000 แห่งได้รับห้องปฏิบัติการภาษาและห้องทดลองวิทยาศาสตร์ และ 7,000 แห่งได้รับห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ เพื่อเตรียมเยาวชนไทยสำหรับโลกแห่งเทคโนโลยีและเศรษฐกิจฐานความรู้

รัฐบาล พ.ศ. 2540 ยังได้เพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง จากกว่า 100,000 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2538 เป็น 133,000 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2539 และ 163,000 ล้านบาทในปี 2540 และ คาดว่าในปี 2541 จะเพิ่มเป็น 200,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการลงทุนด้านคุณภาพ การพัฒนาโรงเรียนชนบท และการช่วยเหลือเด็กยากจนให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างแท้จริง

ความสำเร็จของการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 คือการทำให้คนไทยอายุระหว่าง 3-17 ปี ทุกคนได้รับการศึกษาอย่างไม่เหลื่อมล้ำ ในสถานศึกษาใกล้บ้าน และมีคุณภาพ โดยกำหนดเป้าหมายให้ทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี พร้อมการศึกษาก่อนวัยเรียนอีก 3 ปี 

ผลคือ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 สามารถให้บริการทางการศึกษา 15 ปี มีคุณภาพ ใกล้บ้าน เด็กและเยาวชนอายุ 3-17 ปีในระบบการศึกษาเพิ่มจาก 12.33 ล้านคน เป็น 16.68 ล้านคน

คนไทยจากครอบครัวยากจน 4.35 ล้านคน อายุระหว่าง 3-17 ปี ได้รับโอกาสและ บริการทางการศึกษา อย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์การจัดบริการการศึกษาของประเทศไทย

พร้อมอาหาร 1 มื้อ รถรับ-ส่งหรือค่ารถ อยู่ประจำได้อาหาร 3 มื้อ ทุกคนได้ เครื่องแบบครบชุดทุกชุด ( ชุดนักเรียน, ชุดพละ, ชุดลูกเสือและเนตรนารี หรือยุวกาชาด) อุปกรณ์การเรียนครบครัน เพื่อป้องกันเด็กจากครอบครัว ยากจนหลุดจากระบบการศึกษาของประเทศไทย อย่างในปัจจุบัน 2569

วันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 นับเป็นหมุดหมายครั้งแรกในประวัติศาสตร์จัดบริการการศึกษาไทยซึ่งเด็กจากครอบครัวยากจนได้รับโอกาสและบริการทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม 15 ปี ในระดับชาติ (ในปัจจุบันถูกลดเหลือสิทธิการศึกษาพื้นฐานเพียง 12 ปี ด้วย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542)

อีกทั้ง รัฐบาลยังได้ดำเนินนโยบายกระจายอำนาจทางการศึกษา โดยจัดตั้ง “สภาโรงเรียน” ประมาณ 40,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ปกครอง ครู ผู้นำชุมชน และประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารโรงเรียน การกำหนดหลักสูตร และการตัดสินใจด้านการศึกษา อันเป็นรากฐานสำคัญของประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม

ประสบการณ์จากการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ได้พิสูจน์อย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยสามารถสร้าง “ฉันทามติแห่งชาติ” ได้ หากประชาชนได้รับโอกาสในการมีส่วนร่วม และหากรัฐดำเนินนโยบายที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่