ประท้วงวุ่น! "เสรีพิศุทธ์" ซัดนายกฯ ไม่แจงงบด้วยตัวเอง ก่อนเจอ "ศุภชัย" เบรก ขออภิปรายอย่างมีสติ หลังพาดพิง "อนุทิน" คดีฮั้ว สว.-สั่งล็อกเลือกตั้งสีน้ำเงิน พร้อมท้าประธานสภาฯ สาบาน เป็นกลาง-ไม่อยู่ฝ่ายรัฐบาล ก่อนประกาศยุติอภิปราย
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย กล่าวอภิปรายว่า ตนสังเกตดูตั้งแต่เป็นสภาผู้แทนราษฎร ทุกรัฐบาล นายกรัฐมนตรีต้องมาเป็นผู้นำในการแถลงงบประมาณ วันนี้ท่านไม่มา แต่มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาแทน ตนไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด หรือเพราะตอนนี้รัฐบาลยุ่งเหลือเกิน ทั้งข่าวการทุจริตการสอบท้องถิ่นต่างๆ หรือแม้กระทั่งอุโมงค์ทางภาคเหนือถล่ม ทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตาย แต่เชื่อว่าประธานในที่ประชุมสามารถคุมเกมการแถลงงบประมาณได้ ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 23 มีวัตถุประสงค์อยู่ 7 ประการ แต่ในการปฏิบัติจริงมีเพียง 2 มาตรการที่รัฐบาลนำมาปฏิบัติ ของรัฐบาลมีแต่เรื่องนโยบายของรัฐบาล และภารกิจของหน่วยรับงบประมาณ ไม่ได้เน้นเรื่องความเป็นธรรม จึงเป็นร่างที่ไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้องตามวิธีการงบประมาณ
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า คิดว่าแต่ละพรรคจะเน้นไปที่เรื่องของกระทรวงทบวงกรม แล้วตนจะดูจากพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และดูพฤติกรรมในอดีตเพื่อประกอบการทำงบประมาณในปีนี้ ซึ่งจะเป็นการชี้เจตนาให้ประธาน สมาชิก และคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณางบนี้ต่อไป ในการจัดทำงบประมาณให้ถูกต้องเหมาะสม
จากนั้น พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ได้ยกตัวอย่าง "อนุทิน ลำดับที่ 187 เปิด 229 ชื่อ กกต. แจ้งรับทราบข้อกล่าวหาในลำดับที่ 228" (นายกฯ ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการฮั้ว สว.)
ก่อนที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย จะลุกขึ้นประท้วงว่าเรื่องดังกล่าวไม่อยู่ในประเด็น โดยประธานในที่ประชุมได้ระบุว่าคลิปที่จะนำมาประกอบการอภิปราย มีการพาดพิงถึงบุคคลอื่นที่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ตนจึงไม่อนุญาตให้ใช้ ขอให้พูดแต่ประเด็นที่จะพูด พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ จึงได้อภิปรายต่อ การอภิปรายงบประมาณของตนในวันนี้ เป็นเรื่องในอดีตที่จะชี้เจตนาในการบริหารประเทศได้เป็นอย่างดี ถ้าคนเราบริสุทธิ์ซื่อตรงสุจริต ก็บริหารประเทศชาติสุจริต แต่ถ้าเราทุจริตคดโกงจะบริหารประเทศชาติได้อย่างไร ทำให้นายศุภชัยลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง พร้อมย้ำว่าสิ่งที่พูดไม่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายงบประมาณ ตนพยายามฟังซึ่งมีการระบุว่า "นายกรัฐมนตรีมีประวัติไม่ดีในอดีต" ตามที่ท่านคิด และคิดว่าไม่สามารถบริหารงบประมาณนี้ได้ ซึ่งตนมองว่าผิดข้อบังคับที่ 69 ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นและมีการใส่ร้ายนายกรัฐมนตรี พร้อมขอประธานควบคุมการประชุม
ด้านพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดอย่างที่นายศุภชัยพูด แต่เป็นเรื่องจริงที่ปรากฏ จากนั้นประธานในที่ประชุมได้วินิจฉัยว่า ตนอนุญาตให้พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ อภิปรายเฉพาะประเด็นนายกฯ ไม่สุจริตในอดีต แต่ท่านก็มีช่องทางอื่นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมองว่านายกรัฐมนตรีไม่สุจริต รวมถึงการร้องจริยธรรม
"ท่านครับ ท่านตีเจตนาผมผิดไปแล้ว ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวหานายกรัฐมนตรีไม่สุจริตในเรื่องนี้เลย เพียงแต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นซึ่ง กกต. ยังไม่ได้วินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีผิดตามนี้" พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าว
ขณะที่ประธานในที่ประชุมกล่าวเพิ่มเติมว่า ท่านพูดสวนกับข้อเท็จจริง เพราะท่านก็พูดเองว่า กกต. ยังไม่ได้วินิจฉัย แต่มีการหยิบยกประเด็นที่นายกรัฐมนตรีไม่สุจริต ฉะนั้นคำว่าไม่สุจริตเป็นการสันนิษฐานของท่าน ซึ่งไม่มีองค์กรใดที่ตัดสินว่านายกรัฐมนตรีสุจริตหรือไม่สุจริต จากนั้นได้เปิดโอกาสให้พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ อภิปรายต่อ และเน้นย้ำว่าขอให้พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีแต่ปัญหาทางการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด การโยกย้ายปลัดจังหวัด อธิบดีกรมการปกครอง การนำนายอำเภอมาเป็นคณะกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วย เพื่อให้มีการเลือกน้ำเงินทั้งหมด
โดยระหว่างนั้นนายศุภชัยได้ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง พร้อมระบุว่า ด้วยความเกรงใจตนไม่อยากลุกขึ้นประท้วงทุก 2 วินาที หากผู้อภิปรายจะอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ แต่ท่านผิดเวทีผิดวาระ ถ้าท่านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจตนจะไม่ลุกขึ้นเลย ขอให้ท่านผู้อาวุโสอภิปรายด้วยความมีสติ อย่าหลงประเด็นหรือผิดประเด็น
ด้านประธานในที่ประชุมกล่าวว่า เรียนสมาชิกที่ประท้วงและพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารที่จะต้องรับผิดชอบ แต่การใช้เงินภาษีหรือการใช้งบประมาณสามารถพูดถึงประเด็นทุจริตได้ แต่จะไปตัดสินว่าใครทุจริตหรือไม่ทุจริต ท่านใช้คำนี้ในสภาฯ ไม่ได้ เพราะเป็นความเห็นของท่าน จึงขอให้พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ อยู่ในกรอบอยู่ในประเด็น
จากนั้น นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยภักดี ได้ลุกขึ้นประท้วงประธานในที่ประชุมว่า คำวินิจฉัยของท่านประธานขัดแย้งกับข้อบังคับที่ว่าประธานต้องเป็นกลาง ซึ่งงบประมาณเชิงบูรณาการมีการพูดถึงงบประมาณการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ดังนั้นการที่พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ จะโยงไปถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งทุจริตหรือไม่ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ และผู้ที่เกี่ยวข้องก็สามารถชี้แจงได้ จึงอยากให้เปิดโอกาสให้พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ได้พูด
"นี่แหละคือหน้าที่ของประธาน ผมได้วินิจฉัยอีกฝ่ายหนึ่งก็ว่าผมไม่เป็นกลาง และอีกฝ่ายก็ว่าผมไม่เป็นกลาง ผมก็ใช้ข้อบังคับ ถ้าวิญญูชนที่นั่งอยู่ในสถานที่แห่งนี้ และคนที่ฟังอยู่ที่บ้านจะตัดสินว่าผมเป็นกลางหรือไม่ ฉะนั้นผมได้เรียนกับสมาชิกว่า ผมได้อนุญาตในสิ่งที่ไม่ผิดข้อบังคับ ถ้าเลยเถิดจากข้อบังคับผมก็ไม่อนุญาต ผมถึงได้อนุญาตให้ท่านพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ได้พูด เมื่อกี้ท่านก็พูดไม่ถูกต้อง ผมวินิจฉัยแบบนี้ว่าผมเป็นกลางผมไม่ได้ผิดข้อบังคับ" นายโสภณ กล่าว
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า คนประท้วงอยู่ฝั่งรัฐบาลก็ต้องประท้วงตนเช่นเดียวกับประธานที่อยู่ฝั่งเดียวกับรัฐบาลมาตลอด และตนเชื่อว่าการตัดสินของท่านไม่เป็นกลาง จากนั้นประธานในที่ประชุมได้ปิดไมค์ พร้อมกล่าวว่า "ผมยอมไม่ได้ ที่ท่านจะมากล่าวหาประธาน ไม่ว่าประธานสภาฯ ยุคไหน ก็มาจากพรรคการเมือง เมื่อมาทำหน้าที่ประธานก็มีข้อบังคับให้ปฏิบัติ ท่านจะมากล่าวหาผมลอยๆ ไม่ได้ หากคนที่ฟังที่บ้านแล้วไม่ได้จับใจความ ก็จะเข้าใจว่าประธานเป็นกลาง" จากนั้นได้ให้พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ถอนคำพูด แต่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์บอกว่า ไม่เป็นกลางท่านก็อยู่ริมๆ ก็แล้วกัน
จากนั้นประธานในที่ประชุมได้สั่งให้ถอนคำพูดว่าประธานเป็นฝ่ายรัฐบาล แต่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ถามกลับว่าท่านเป็นฝ่ายรัฐบาลจริงหรือไม่ ประธานจึงกล่าวว่า ตนไม่ได้เป็น แต่ตนเป็นประธานสภาฯ โดยพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ได้ท้าให้ประธานสาบาน ซึ่งประธานกล่าวว่า พูดแบบนี้เป็นการใช้คำพูดก้าวล่วงการทำหน้าที่ของประธาน ถ้าท่านยังใช้คำพูด กิริยาที่ไม่สุภาพ ซึ่งผิดข้อบังคับ และยังดำเนินการประชุมแบบนี้ ตนจะไม่อนุญาตให้อภิปรายต่อ และจะให้ยุติการอภิปราย ซึ่งพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ได้ตอบกลับว่า "ผมก็ไม่อภิปราย ขอจบ"
ทั้งนี้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ได้รับจัดสรรการอภิปรายงบประมาณ 70 เป็นเวลา 15 นาที โดยใช้เวลาไปเพียง 06.45 นาที ซึ่งเป็นการโต้ตอบและประท้วง ทั้งประธานและสมาชิกพรรครัฐบาล โดยยังไม่ได้มีการลงเนื้อหาในการอภิปรายแต่อย่างใด (เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569)
.
PPTV PHOTO #ทวีชัยจันทะวงค์
.
#PPTVPHOTO #PPTVHD36 #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #ประชุมสภา #งบประมาณปี70 #เสรีพิศุทธ์เตมียเวส
https://www.facebook.com/share/p/18LEk8ocSQ/
—————————————————
สนใจรับชมภาพเพิ่มเติม หรือสนใจสั่งซื้อภาพ และสอบถามข้อมูล
คลิก
https://www.facebook.com/36CreativeStock/posts
ประท้วงวุ่น! "เสรีพิศุทธ์" ซัดนายกฯ ไม่แจงงบด้วยตัวเอง ก่อนเจอ "ศุภชัย" เบรก ขออภิปรายอย่างมีสติ หลังพาดพิง "อนุทิน"
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย กล่าวอภิปรายว่า ตนสังเกตดูตั้งแต่เป็นสภาผู้แทนราษฎร ทุกรัฐบาล นายกรัฐมนตรีต้องมาเป็นผู้นำในการแถลงงบประมาณ วันนี้ท่านไม่มา แต่มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาแทน ตนไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด หรือเพราะตอนนี้รัฐบาลยุ่งเหลือเกิน ทั้งข่าวการทุจริตการสอบท้องถิ่นต่างๆ หรือแม้กระทั่งอุโมงค์ทางภาคเหนือถล่ม ทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตาย แต่เชื่อว่าประธานในที่ประชุมสามารถคุมเกมการแถลงงบประมาณได้ ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 23 มีวัตถุประสงค์อยู่ 7 ประการ แต่ในการปฏิบัติจริงมีเพียง 2 มาตรการที่รัฐบาลนำมาปฏิบัติ ของรัฐบาลมีแต่เรื่องนโยบายของรัฐบาล และภารกิจของหน่วยรับงบประมาณ ไม่ได้เน้นเรื่องความเป็นธรรม จึงเป็นร่างที่ไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้องตามวิธีการงบประมาณ
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า คิดว่าแต่ละพรรคจะเน้นไปที่เรื่องของกระทรวงทบวงกรม แล้วตนจะดูจากพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และดูพฤติกรรมในอดีตเพื่อประกอบการทำงบประมาณในปีนี้ ซึ่งจะเป็นการชี้เจตนาให้ประธาน สมาชิก และคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณางบนี้ต่อไป ในการจัดทำงบประมาณให้ถูกต้องเหมาะสม
จากนั้น พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ได้ยกตัวอย่าง "อนุทิน ลำดับที่ 187 เปิด 229 ชื่อ กกต. แจ้งรับทราบข้อกล่าวหาในลำดับที่ 228" (นายกฯ ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการฮั้ว สว.)
ก่อนที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย จะลุกขึ้นประท้วงว่าเรื่องดังกล่าวไม่อยู่ในประเด็น โดยประธานในที่ประชุมได้ระบุว่าคลิปที่จะนำมาประกอบการอภิปราย มีการพาดพิงถึงบุคคลอื่นที่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ตนจึงไม่อนุญาตให้ใช้ ขอให้พูดแต่ประเด็นที่จะพูด พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ จึงได้อภิปรายต่อ การอภิปรายงบประมาณของตนในวันนี้ เป็นเรื่องในอดีตที่จะชี้เจตนาในการบริหารประเทศได้เป็นอย่างดี ถ้าคนเราบริสุทธิ์ซื่อตรงสุจริต ก็บริหารประเทศชาติสุจริต แต่ถ้าเราทุจริตคดโกงจะบริหารประเทศชาติได้อย่างไร ทำให้นายศุภชัยลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง พร้อมย้ำว่าสิ่งที่พูดไม่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายงบประมาณ ตนพยายามฟังซึ่งมีการระบุว่า "นายกรัฐมนตรีมีประวัติไม่ดีในอดีต" ตามที่ท่านคิด และคิดว่าไม่สามารถบริหารงบประมาณนี้ได้ ซึ่งตนมองว่าผิดข้อบังคับที่ 69 ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นและมีการใส่ร้ายนายกรัฐมนตรี พร้อมขอประธานควบคุมการประชุม
ด้านพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดอย่างที่นายศุภชัยพูด แต่เป็นเรื่องจริงที่ปรากฏ จากนั้นประธานในที่ประชุมได้วินิจฉัยว่า ตนอนุญาตให้พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ อภิปรายเฉพาะประเด็นนายกฯ ไม่สุจริตในอดีต แต่ท่านก็มีช่องทางอื่นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมองว่านายกรัฐมนตรีไม่สุจริต รวมถึงการร้องจริยธรรม
"ท่านครับ ท่านตีเจตนาผมผิดไปแล้ว ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวหานายกรัฐมนตรีไม่สุจริตในเรื่องนี้เลย เพียงแต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นซึ่ง กกต. ยังไม่ได้วินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีผิดตามนี้" พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าว
ขณะที่ประธานในที่ประชุมกล่าวเพิ่มเติมว่า ท่านพูดสวนกับข้อเท็จจริง เพราะท่านก็พูดเองว่า กกต. ยังไม่ได้วินิจฉัย แต่มีการหยิบยกประเด็นที่นายกรัฐมนตรีไม่สุจริต ฉะนั้นคำว่าไม่สุจริตเป็นการสันนิษฐานของท่าน ซึ่งไม่มีองค์กรใดที่ตัดสินว่านายกรัฐมนตรีสุจริตหรือไม่สุจริต จากนั้นได้เปิดโอกาสให้พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ อภิปรายต่อ และเน้นย้ำว่าขอให้พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีแต่ปัญหาทางการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด การโยกย้ายปลัดจังหวัด อธิบดีกรมการปกครอง การนำนายอำเภอมาเป็นคณะกรรมการเลือกตั้งประจำหน่วย เพื่อให้มีการเลือกน้ำเงินทั้งหมด
โดยระหว่างนั้นนายศุภชัยได้ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง พร้อมระบุว่า ด้วยความเกรงใจตนไม่อยากลุกขึ้นประท้วงทุก 2 วินาที หากผู้อภิปรายจะอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ แต่ท่านผิดเวทีผิดวาระ ถ้าท่านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจตนจะไม่ลุกขึ้นเลย ขอให้ท่านผู้อาวุโสอภิปรายด้วยความมีสติ อย่าหลงประเด็นหรือผิดประเด็น
ด้านประธานในที่ประชุมกล่าวว่า เรียนสมาชิกที่ประท้วงและพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารที่จะต้องรับผิดชอบ แต่การใช้เงินภาษีหรือการใช้งบประมาณสามารถพูดถึงประเด็นทุจริตได้ แต่จะไปตัดสินว่าใครทุจริตหรือไม่ทุจริต ท่านใช้คำนี้ในสภาฯ ไม่ได้ เพราะเป็นความเห็นของท่าน จึงขอให้พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ อยู่ในกรอบอยู่ในประเด็น
จากนั้น นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยภักดี ได้ลุกขึ้นประท้วงประธานในที่ประชุมว่า คำวินิจฉัยของท่านประธานขัดแย้งกับข้อบังคับที่ว่าประธานต้องเป็นกลาง ซึ่งงบประมาณเชิงบูรณาการมีการพูดถึงงบประมาณการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ดังนั้นการที่พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ จะโยงไปถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งทุจริตหรือไม่ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ และผู้ที่เกี่ยวข้องก็สามารถชี้แจงได้ จึงอยากให้เปิดโอกาสให้พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ได้พูด
"นี่แหละคือหน้าที่ของประธาน ผมได้วินิจฉัยอีกฝ่ายหนึ่งก็ว่าผมไม่เป็นกลาง และอีกฝ่ายก็ว่าผมไม่เป็นกลาง ผมก็ใช้ข้อบังคับ ถ้าวิญญูชนที่นั่งอยู่ในสถานที่แห่งนี้ และคนที่ฟังอยู่ที่บ้านจะตัดสินว่าผมเป็นกลางหรือไม่ ฉะนั้นผมได้เรียนกับสมาชิกว่า ผมได้อนุญาตในสิ่งที่ไม่ผิดข้อบังคับ ถ้าเลยเถิดจากข้อบังคับผมก็ไม่อนุญาต ผมถึงได้อนุญาตให้ท่านพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ได้พูด เมื่อกี้ท่านก็พูดไม่ถูกต้อง ผมวินิจฉัยแบบนี้ว่าผมเป็นกลางผมไม่ได้ผิดข้อบังคับ" นายโสภณ กล่าว
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า คนประท้วงอยู่ฝั่งรัฐบาลก็ต้องประท้วงตนเช่นเดียวกับประธานที่อยู่ฝั่งเดียวกับรัฐบาลมาตลอด และตนเชื่อว่าการตัดสินของท่านไม่เป็นกลาง จากนั้นประธานในที่ประชุมได้ปิดไมค์ พร้อมกล่าวว่า "ผมยอมไม่ได้ ที่ท่านจะมากล่าวหาประธาน ไม่ว่าประธานสภาฯ ยุคไหน ก็มาจากพรรคการเมือง เมื่อมาทำหน้าที่ประธานก็มีข้อบังคับให้ปฏิบัติ ท่านจะมากล่าวหาผมลอยๆ ไม่ได้ หากคนที่ฟังที่บ้านแล้วไม่ได้จับใจความ ก็จะเข้าใจว่าประธานเป็นกลาง" จากนั้นได้ให้พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ ถอนคำพูด แต่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์บอกว่า ไม่เป็นกลางท่านก็อยู่ริมๆ ก็แล้วกัน
จากนั้นประธานในที่ประชุมได้สั่งให้ถอนคำพูดว่าประธานเป็นฝ่ายรัฐบาล แต่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ถามกลับว่าท่านเป็นฝ่ายรัฐบาลจริงหรือไม่ ประธานจึงกล่าวว่า ตนไม่ได้เป็น แต่ตนเป็นประธานสภาฯ โดยพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ได้ท้าให้ประธานสาบาน ซึ่งประธานกล่าวว่า พูดแบบนี้เป็นการใช้คำพูดก้าวล่วงการทำหน้าที่ของประธาน ถ้าท่านยังใช้คำพูด กิริยาที่ไม่สุภาพ ซึ่งผิดข้อบังคับ และยังดำเนินการประชุมแบบนี้ ตนจะไม่อนุญาตให้อภิปรายต่อ และจะให้ยุติการอภิปราย ซึ่งพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ได้ตอบกลับว่า "ผมก็ไม่อภิปราย ขอจบ"
ทั้งนี้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ได้รับจัดสรรการอภิปรายงบประมาณ 70 เป็นเวลา 15 นาที โดยใช้เวลาไปเพียง 06.45 นาที ซึ่งเป็นการโต้ตอบและประท้วง ทั้งประธานและสมาชิกพรรครัฐบาล โดยยังไม่ได้มีการลงเนื้อหาในการอภิปรายแต่อย่างใด (เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569)
.
PPTV PHOTO #ทวีชัยจันทะวงค์
.
#PPTVPHOTO #PPTVHD36 #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #ประชุมสภา #งบประมาณปี70 #เสรีพิศุทธ์เตมียเวส
https://www.facebook.com/share/p/18LEk8ocSQ/
—————————————————
สนใจรับชมภาพเพิ่มเติม หรือสนใจสั่งซื้อภาพ และสอบถามข้อมูล
คลิก https://www.facebook.com/36CreativeStock/posts