Volkswagen จ่อปลด 1 แสนตำแหน่ง ปิด 4 โรงงานในเยอรมนี ดิ้นสู้รถ EV จีนที่รุกหนักทั้งในจีนและยุโรป
โดย THE STANDARD WEALTH
28.06.2026

รถยนต์ Volkswagen ID.7 สีขาว จอดอยู่ด้านหน้าอาคาร
Volkswagen ค่ายรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของยุโรป เตรียมปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ด้วยการ
ปลดพนักงานมากถึง 100,000 ตำแหน่ง หรือราว 15% ของพนักงานทั่วโลก พร้อมยุติการผลิต
ใน 4 โรงงานที่เยอรมนี เพื่อรับมือการรุกคืบอย่างรวดเร็วของคู่แข่งรถยนต์จากจีน
หากดำเนินการสำเร็จ จะถือเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 89 ปีของบริษัท
และเป็นหนึ่งในโครงการปลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการ
ตามรายงานของ Manager Magazin สื่อธุรกิจของเยอรมนีที่เปิดเผยแผนนี้เป็นรายแรก
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากแผนเดิมที่ Volkswagen
เคยตกลงกับสหภาพแรงงานไว้ว่าจะลดพนักงานในเยอรมนีราว 50,000 ตำแหน่งภายในปี 2030
นอกจากการปลดพนักงานแล้ว แผนใหม่ยังครอบคลุมการยุติการผลิตใน 4 โรงงาน ได้แก่
โรงงานของ Volkswagen ที่เมืองฮันโนเวอร์, ซวิคเคา และเอมเดน รวมถึงโรงงานของ Audi
ที่เมืองเน็คคาร์ซุล์ม พร้อมลดงบลงทุนในช่วง 5 ปีข้างหน้าลงราว 15% เหลือเพียงกว่า
130,000 ล้านยูโร (ประมาณ 4.95 ล้านล้านบาท)

ภาพจาก
https://www.sanook.com/auto/99911/
แผนปรับโครงสร้างครั้งประวัติศาสตร์
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ในเชิงตัวเลขแล้ว การปลดพนักงาน 100,000 ตำแหน่งและปิดโรงงานประกอบรถยนต์ 4 แห่ง
ถือเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์
โดยจะแซงหน้าการปลดพนักงาน 74,000 ตำแหน่งของ General Motors ในช่วงทศวรรษ 1990
และ 60,000 ตำแหน่งของ IBM ในปี 1993
นอกจากนี้ Manager Magazin ยังระบุว่า โอลิเวอร์ บลูเม ซีอีโอของ Volkswagen และ
อาร์โน อันท์ลิทซ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน มีเป้าหมายปรับโครงสร้างบริษัทอายุ 89 ปี
แห่งนี้ในทุกด้าน ซึ่งรวมถึงการแยกแบรนด์ Volkswagen และธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์ออกมาเป็นบริษัทอิสระด้วย
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้บลูเมได้เริ่มต้นการปรับโครงสร้างธุรกิจหลักมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2024
และหลังการเจรจาอันยืดเยื้อกับสหภาพ ก็ได้ข้อสรุปเป็นการปลดพนักงานโดยสมัครใจ
ราว 35,000 ตำแหน่งภายในปี 2030 โดยไม่ปิดโรงงาน ก่อนที่ตัวเลขรวมจะขยับขึ้น
เป็นราว 50,000 ตำแหน่งเมื่อรวมการเจรจาที่ Audi และ Porsche
เซ่นศึกรถจีนที่รุกหนักทั้งสองสมรภูมิ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้แรงกดดันที่ทำให้ Volkswagen ต้องเร่งปรับตัวมาจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากค่ายรถจีน
ทั้งภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น และความต้องการในตลาดยุโรปที่ซบเซา
ซึ่งบริษัทยอมรับว่าทำให้โมเดลธุรกิจแบบเดิมที่ผลิตรถในยุโรปแล้วส่งออกไปขายทั่วโลกนั้นไปต่อไม่ได้อีกแล้ว
สถานการณ์ในจีนซึ่งเคยเป็นตลาดทำกำไรหลักของ Volkswagen สะท้อนภาพชัดเจน
โดยข้อมูลจาก AlixPartners ระบุว่าส่วนแบ่งตลาดของค่ายรถที่ไม่ใช่สัญชาติจีน
ลดลงเหลือ 32% ในปี 2025 จากที่เคยสูงถึง 57% ในปี 2020
ทำให้ Volkswagen ที่เคยครองแชมป์ค่ายรถอันดับหนึ่งในจีน ถูก BYD แซง
ขึ้นเป็นที่หนึ่งตั้งแต่ปี 2024 และร่วงลงมาอยู่อันดับ 3 ในปี 2025
ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ค่ายรถจีนกำลังรุกคืบเข้ามาในยุโรปซึ่งเป็นบ้านเกิดของ
Volkswagen โดยข้อมูลจาก ACEA องค์กรอุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรป
พบว่ารถจีนมีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 10 ของรถยนต์ใหม่ที่ขายในภูมิภาคนี้ในช่วง 5 เดือนแรกของปี
ขณะที่แบรนด์จีนอย่าง BYD, Chery, SAIC และ Leapmotor มีส่วนแบ่งตลาดในยุโรป
รวมกันเพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน และยังมีค่ายรถจีนอีกหลายสิบรายที่เพิ่งเปิดตัว
หรือเตรียมเข้าสู่ตลาดยุโรปในเร็วๆ นี้
แรงต้านจากสหภาพและการดิ้นหาเงินสด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้อย่างไรก็ตาม แผนนี้มีแนวโน้มจะเผชิญแรงต้านอย่างหนักจากสหภาพแรงงาน
โดยคณะกรรมการลูกจ้างของ Volkswagen และสหภาพ IG Metall ที่ทรงอิทธิพลของเยอรมนี
ออกแถลงการณ์ร่วมว่าจะคัดค้านแผนดังกล่าวอย่างสุดกำลังหากมีการผลักดันจริง
ขณะที่รัฐโลว์เออร์แซกโซนี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 ก็ระบุว่าจะไม่เห็นด้วยกับแผนนี้
แรงต้านดังกล่าวสะท้อนโครงสร้างการกำกับดูแลที่เป็นเอกลักษณ์ของ Volkswagen
ที่ให้อำนาจอย่างมากแก่ตัวแทนแรงงานและรัฐโลว์เออร์แซกโซนี ซึ่งในการพยายาม
ปิดโรงงานครั้งก่อนเมื่อปี 2024 บลูเมก็เคยเผชิญการต่อต้านอย่างรุนแรงจนต้องยอมถอย
ขณะที่ความเคลื่อนไหวเพื่อระดมเงินสด บลูเมได้เร่งขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไป
โดยล่าสุดบริษัทบรรลุข้อตกลงขายธุรกิจเครื่องยนต์ขนาดใหญ่อย่าง Everllence ให้กับ
Bain Capital บริษัทไพรเวทอิควิตี้ของสหรัฐฯ ซึ่งจะสร้างเงินสดเข้าบริษัท
ราว 7,400 ล้านยูโร (ประมาณ 2.81 แสนล้านบาท)
ความท้าทายทั้งหมดนี้สะท้อนผ่านราคาหุ้น Volkswagen ที่ร่วงลงแตะระดับต่ำสุด
ในรอบ 16 ปี และปรับตัวลดลงแล้วกว่า 25% นับตั้งแต่ต้นปี โดยบริษัทตั้งเป้าประหยัดต้นทุน
ให้ได้ราว 6,000 ล้านยูโรต่อปี (ประมาณ 2.28 แสนล้านบาท) ภายในปี 2030
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนยังตั้งคำถามต่อแนวทางนี้ โดย อิงโก ชไปช์
จาก Deka หนึ่งในผู้ถือหุ้นของ Volkswagen ให้ความเห็นกับ Reuters ว่า
ต้นทุนที่สูงเป็นเพียงอาการ ไม่ใช่ต้นเหตุที่แท้จริงซึ่งคือยอดขายที่อ่อนแอ
พร้อมชี้ว่าบริษัทจำเป็นต้องนำผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจและเป็นที่ต้องการออกสู่ตลาด
จึงจะยุติข้อถกเถียงเรื่องต้นทุนได้
ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารมีกำหนดเสนอรายละเอียดแผนต่อคณะกรรมการกำกับดูแลในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.30 บาท และ 1 ยูโร เท่ากับ 38.04 บาท ณ วันที่ 27 มิถุนายน 2569
ข่าวร้าย คือ ไทยเป็นผู้ส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ให้โฟล์ค รายใหญ่ด้วยซิ

ที่มา
https://thestandard.co/volkswagen-cuts-jobs-germany-ev/
ช็อกโลก! โฟล์คสวาเกน .. เลิกจ้าง แสนคน ปิด 4 โรงงาน
Volkswagen จ่อปลด 1 แสนตำแหน่ง ปิด 4 โรงงานในเยอรมนี ดิ้นสู้รถ EV จีนที่รุกหนักทั้งในจีนและยุโรป
รถยนต์ Volkswagen ID.7 สีขาว จอดอยู่ด้านหน้าอาคาร
Volkswagen ค่ายรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของยุโรป เตรียมปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ด้วยการ
ปลดพนักงานมากถึง 100,000 ตำแหน่ง หรือราว 15% ของพนักงานทั่วโลก พร้อมยุติการผลิต
ใน 4 โรงงานที่เยอรมนี เพื่อรับมือการรุกคืบอย่างรวดเร็วของคู่แข่งรถยนต์จากจีน
หากดำเนินการสำเร็จ จะถือเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 89 ปีของบริษัท
และเป็นหนึ่งในโครงการปลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการ
ตามรายงานของ Manager Magazin สื่อธุรกิจของเยอรมนีที่เปิดเผยแผนนี้เป็นรายแรก
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากแผนเดิมที่ Volkswagen
เคยตกลงกับสหภาพแรงงานไว้ว่าจะลดพนักงานในเยอรมนีราว 50,000 ตำแหน่งภายในปี 2030
นอกจากการปลดพนักงานแล้ว แผนใหม่ยังครอบคลุมการยุติการผลิตใน 4 โรงงาน ได้แก่
โรงงานของ Volkswagen ที่เมืองฮันโนเวอร์, ซวิคเคา และเอมเดน รวมถึงโรงงานของ Audi
ที่เมืองเน็คคาร์ซุล์ม พร้อมลดงบลงทุนในช่วง 5 ปีข้างหน้าลงราว 15% เหลือเพียงกว่า
130,000 ล้านยูโร (ประมาณ 4.95 ล้านล้านบาท)
ภาพจาก https://www.sanook.com/auto/99911/
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ข่าวร้าย คือ ไทยเป็นผู้ส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ให้โฟล์ค รายใหญ่ด้วยซิ
ที่มา https://thestandard.co/volkswagen-cuts-jobs-germany-ev/