รีวิวอพาร์ทเม้นท์รามอินทราข้างๆซอยนิคมบางชัน

สวัสดีครับพี่ๆ ผมขอใช้พื้นที่สาธารณะตรงนี้ รีวิวสิ่งที่ให้ร่มไม้และพักผ่อนแกเรา
การบอกเล่าครั้งนี้ไม่ได้ใส่ร้ายหรือพูดให้ในทางที่ไม่ดี เป็นประสบการณ์ที่มาบอกต่อเพื่อให้พี่ๆที่คิดจะเช่าอพาร์ทเม้นท์หรือหอพักอ่านและทำความเข้าใจ
แจ้งเบื้องต้น ค่าไฟหน่วยละ9บาทนะครับ
จุดเริ่มต้น
1.ด้วยความที่ต้องทำงานในซอยอุตสาหกรรมเลยจำเป็นต้องหาห้องพักที่ใกล้ที่ทำงานจึงตัดสินใจมาพัก ณ ที่กำลังจะเล่า
-วันแรกที่เข้าอยู่มีผู้ใหญ่มาด้วยเพราะเราไม่สามารถขนของด้วยตนเองได้จึงขอความช่วยเหลือจากญาติๆ ก็ไม่ได้มีอะไรมากพูดคุยเรื่องของการทำสัญญาและค่าใช้จ่ายตามปกติ
-จนกระทั่งเข้าอยู่ อุปกรณ์บางชิ้นเสียหายเราจึงแจ้งให้นำช่างมาซ่อมและอุปกรณ์ที่ช่างเอามาคือถอดมาจากห้องอื่น สภาพก็กึ่งพังกึ่งใช้งานได้
-สภาพห้องโดยรวมโอเค ปลอดภัยแต่เสียงลอดเข้ามาหรือออกไปแบบเหมือนไม่มีกำแพงกั้น
-ช่วงแรกๆที่พักก็ไม่ได้อะไร การใช้งานก็จะเน้นไปทางพัดลมเพดานและพัดลมตั้งโต๊ะปกติ แอร์พึ่งจะเริ่มมาเปิดตอนช่วงใกล้สิ้นเดือน
-ค่าไฟเดือนแรก36xx.- ซึ่งเราตกใจมากเพราะไม่คิดว่าเราใช้ไฟเยอะ เพราะในห้องอุปกรณ์ไฟฟ้าหลักๆจะมีพัดลม ที่ชาร์จโทรศัพท์และตู้เย็นของเขา ตู้เย็นก็จะเสียค่าเช่าเดือนละ500.-ต่อเดือน พอเข้าช่วงเดือนที่สองจึงตัดสินใจแจ้งอพาร์ทเม้นต์ว่า ไฟมันเยอะไป เพราะเราแทบไม่ได้ใช้อะไรเลย เช้า-เย็นทำงาน ตกเย็น-ดึก ก็ซื้อข้าวจากข้างนอก และตั้งแต่21:30-07:00น. เปิดแอร์ เราจะกำหนดว่าปรับ25องศาและตั้งเวลาปิด 9.5 ก็คือ 9ชั่วโมงครึ่ง
-ค่าไฟเดือนที่สองและสามสี่ห้าจนถึงเดือนที่หก ค่าไฟก็ยังวนอยู่36xx-37xx.- เราก็พยามคุยกับเจ้าของและผู้ดูแลทุกครั้งต่อค่าห้องออกว่า ทำไมค่าไฟถึงมากขนาดนี้ ทางผู้ดูแลก็แจ้งว่าปกตินะ ตลอดที่ไปแจ้ง
จุดเปลี่ยนคือตอนเดือนที่3 เราตัดสินใจคืนตู้เย็นห้องพักและซื้อใหม่เป็น5ดาวประหยัดไฟ เราตัดสินใจว่าจะลองดูว่าค่าไฟจะมีการปรับเปลี่ยนมั้ย สรุปก็คือไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเลย อันนี้คือส่วนของเรื่องค่าไฟและการใช้ไฟ
2.เรื่องอำนวยความสะดวก ที่จอดรถ จะมีช่วงที่เราทำโอทีคือลากยันตีสองถึงตีสามกลับมาไม่มีที่จอดเราจึงจอดใกล้ๆทางเข้าหอและช่วง08:00น.ก็ออกมาข้างนอกต่อเพราะต้องมาส่งแฟนทำงานด้วย ครั้งแรกมีการตักเตือนว่าห้ามจอด ครั้งที่สองสามสี่ก็เริ่มมีค่าปรับ จนเรากลับมาทำงานเลิกเย็นปกติก็จะมีที่จอดให้เพราะรถน้อย หลังจากเหตุการณ์นี่ก็ปกติแต่ที่ไม่ปกติคือ ทุกครั้งที่มีรถจอดขวางทางเราไม่เคยเห็นว่าผู้ดูแลหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอพาร์ทเม้นท์ดำเนินการอะไรเลย แต่กับเรามาเคาะประตูบ้าง โทรเข้ามาบ้าง จนเราคิดว่าทำไมเขาเห็นว่าเราเป็นเด็กหรอหรืออะไร ด้วยความคิดจึงไปคุยต่อหน้าประมาณว่ารบกวนพี่ตรวจสอบรถให้บ้างว่ารถที่มาจอดอ่ะคือผู้เช้าใช่มั้ยเพราะรถมันไม่คุ้นตาเลยสักวัน ผู้ดูแลก็คะๆๆเดี่ยวพี่ดูให้ วันถัดไปก็มีกระดาษแปะหน้าตึกพร้อมเลขทะเบียนที่คนเช่าแจ้งกับอพาร์ทเม้นท์ไว้ว่านี่คือรถของผู้เช่า และถ้ามีผู้อื่นมาจอดนอกจากใบประกาศปรับ500 หลังจากนั้นหนึ่งวันรถหายไปเยอะมีที่จอดให้ตลอด ผ่านมาได้สามวัน ป้ายประกาศหาย ที่จอดรถแน่นเหมือนเดิม หนักกว่านั้นคือคนที่มาจอดมาขยับรถเราบ้างหรือชนบ้าง กรอบบังท่อแตก ป้ายทะเบียนงอและตัวเก็บใบภาษีแตก เราแจ้งผู้ดูแลไปก็ไม่มีอะไรแก้ไข และอพาร์ทเม้นต์เปิดห้องรายวันชั้นล่างบางครั้งก็มีผู้เช่าชั่วคราวที่มีรถแต่งท่อดังมาอาศัยและก็มีผู้เช่าประจำที่มีรถท่อดัง ช่วงตีสอง-ตีสี่ จะได้ยินเสียงรถทุกครั้งเพราะเขาเหมือนวอมรถเสียงคือสนั่นมากเพราะอย่างที่แจ้งไว้ว่าห้องไม่ได้เก็บเสียงและไม่ได้กันเสียง เป็นแบบนี้ทุกคืนๆจนเราไม่ไหว เรากับแฟนจึงตัดสินใจว่าจะย้ายออกโดยยอมผิดสัญญาเพราะถ้าเจอแบบนี้ทุกวันคือไม่ไหวอย่างมาก และด้วยความโชคร้ายที่ยังมีความโชคดีคือเราต้องย้ายที่ทำงานไปใกล้ๆในเมืองโซนดินแดง จึงคุยกับผู้ดูแลและผู้จัดการ ทางผู้จัดการก็แจงเรื่องของการทำผิดสัญญาว่าเราจะไม่ได้อะไรคืนเลยเราก็เข้าใจนะจึงไม่เรียกร้องอะไร แต่แจ้งเขาเพิ่มว่าเราจำเป็นต้องย้ายที่พักด้วยเพราะที่ทำงานมันไกลกว่าที่เก่า ทางผู้จัดการจึงบอกว่าทางเขาจะหักจาก100%ของเงินประกันครึ่งนึงและจะคืนให้ ซึ่งเราก็โอเคเพราะเขายังเห็นใจเราบ้าง แต่หลังจากคุยครั้งที่หนึ่งไป ก็มีครั้งที่สองเพราะเราอ่ะฟังที่ผู้จัดการอธิบายว่า
1.ถ้าจะออกต้องแจ้งล่วงหน้า1เดือน และเดือนถัดไปไม่ต้องจ่ายค่าห้องแค่จ่ายน้ำไฟ
2.เงินประกันจะคืนให้50%ของเงินประกัน100%
3.ต้องชำระบิลปัจจุบันก็คือเดือนมิ.ย ให้ครบก่อน
อันนี้คือปกติใช่มั้ย
แต่การคุยครั้งที่สองบอกผู้จัดการบอกว่าเราต้องจ่ายให้เขา3500และหลังจากเขาตรวจห้อง5-7วันจะทำการคืนเงินให้ เราก็เลยงงว่าทำไมต้องจ่ายในเมื่อเดือนมิ.ยเราก็จ่ายค่าห้องปกติและเดือนก.คก็จ่ายแค่ค่าน้ำไฟ คุยกันไม่เข้าใจเราจึงคุยกับเจ้าของแทน โชคดีที่เรามีแชทตั้งแต่คุยครั้งแรก เจ้าของจึงทำตามเงื่อนไขแรกเพราะทางอพาร์ทเม้นท์เป็นคนรับปากเอง
เราเลยตัดสินใจว่าจะขนของไปที่บ้านญาติก่อนเราจะเอาแค่เสื้อผ้าและของที่ต้องใช้ในการทำงานไป ซึ่งวันขนออกก็คือวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราก็ขนออกมาปกติแต่ยังมีของเหลืออยู่บางส่วนเพราะว่าเรายังอยู่ถึงก.ค แต่จู่ๆระหว่างที่ขนของที่ไม่ได้จำเป็น ทางผู้ดูแลก็โทรมาแจ้งว่าให้เราจ่ายค่าห้องก่อนจะย้ายออก เราก็เลยบอกว่าเงินเข้าวันที่30จะจ่ายตามปกติ เพราะยังอยู่ถึงก.ค แต่ทางผู้ดูแลก็โทรตามหลายครั้งจนเราบอกว่า เราจะหนีไปไหนเราแค่เอาของที่ขนยากๆและไม่จำเป็นไปฝากกับญาติส่วนตัวกับของใช้บางส่วนยังอยู่ในห้อง ก็ยังมีการโทรมาซ้ำๆในช่วงเวลาเราทำงาน จนเราก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะกลัวอะไรเงินประกันเขาก็ได้เต็มๆ แถมห้องเราทำความสะอาดให้เรียบร้อย ทั้งขัดทั้งถู
ณ ตอนนี้เราคิดแค่ว่าจะออกมาอยู่ข้างนอกชั่วคราวก่อนได้ที่พักใหม่เพราะเราไม่อยากเสียค่าน้ำไฟเพิ่ม ถึงแม้เราจะต้องอยู่ถึงก.ค แต่เราก็ไม่ได้ผิดเพราะเราสามารถเลือกได้ เราก็ทำตามเงื่อนไขเขาทุกอย่าง
จริงๆไม่อยากเล่าให้ยาวมากแต่อยากให้คนที่กำลังตัดสินใจไปอยู่ห้องเช่าหรืออะไรก็ตาม ระมัดระวังและตรวจสอบดีๆ เพราะบางครั้งช่วงแรกดีช่วงหลังอาจจะแย่เหมือนเหตุการณ์เราก็ได้
สรุปปัญหาเลย
1.ผู้ดูแลหอเหมือนจะลำเอียงไม่ค่อยสนใจผู้เช่า
2.การจัดการแย่ไม่รัดกุมไม่ปกป้องสิทธิ์ของผู้เช่าของตนเองเลย
3.มีคนทะเลาะกันในห้องปาจานปาของ ไม่มีใครสนใจนอกจาผู้เช่ากันเอง
4.การพิจารณาของทางอพาร์ทเม้นท์แย่ไม่ได้มีความปลอดภัยต่อผู้เช่าก่อนหน้านั้นเลย
5.ยังมีเรื่องของการเก็บเงินเพิ่มนอกเหนือจากกฎในสัญญา เป็นกฎที่คิดวันนั้นและทำวันนั้นเลย และที่แย่สุดคือทำแค่ต้นๆ ช่วงกลางถึงปลายปล่อยปะละเลย เหมือนเดิม
และที่เสียความรู้สึกสุดคือตอนเรากำลังขนของ เดินมาไล่ที่จอดเรา เพียงเพราะมีคนกำลังจะย้ายมาอยู่ใหม่ ทั้งๆที่เราก็จอดเอาของขึ้นและก็ไป ไม่ได้จอดทิ้งมีคนเฝ้ารถตลอดอันนี้คือแย่มาก
ขอบคุณพี่ๆที่เข้ามาอ่าน อาจจะอ่านไม่ครบแต่ก็ขอขอบคุณพี่ๆทุกคนครับ พูดคุยกันได้นะครับ เราก็คิดว่าเราไม่ได้ถูกเสมอไป แต่เราก็ไม่ได้โทษทางอพาร์ทเม้นท์ทั้งหมด ขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่