การวิเคราะห์เปรียบเทียบระหว่างการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) ภายใต้ "ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์" ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล กับ "แนวคิดขีดความสามารถ" (Capability Approach) ของ อมาตยา เซน (Amartya Sen) นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบระหว่างการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) ภายใต้
ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ของ
ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล กับ
แนวคิดขีดความสามารถ (Capability Approach) ของ
Amartya Sen ผู้ได้รับ
Nobel Memorial Prize in Economic Sciences โดยมุ่งศึกษาความสอดคล้อง ความแตกต่าง และคุณูปการของทั้งสองแนวคิดต่อเศรษฐศาสตร์การพัฒนา การพัฒนามนุษย์ และการออกแบบนโยบายสาธารณะ
การวิจัยใช้วิธีวิเคราะห์เอกสารเชิงคุณภาพ (qualitative document analysis) โดยอาศัยหลักฐานปฐมภูมิ ได้แก่ แผนแม่บทการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 เอกสารนโยบายและปาฐกถาในช่วงปี พ.ศ. 2538–2540 ตลอดจนเอกสารของ
UNESCO เรื่อง
New Aspirations for Education in Thailand: Towards Educational Excellence by the Year 2007 รวมถึงวรรณกรรมต้นฉบับของ Capability Approach และงานวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนา
ผลการศึกษาพบว่า ทั้งสองแนวคิดมีจุดร่วมสำคัญในการให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพมนุษย์มากกว่าการวัดความสำเร็จทางเศรษฐกิจจากรายได้หรือการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม
ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ มีลักษณะเด่นในฐานะกรอบนโยบายเชิงปฏิบัติ (policy-oriented framework) ที่บูรณาการการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในหลายมิติ ได้แก่ โรงเรียน ครู หลักสูตร การบริหารจัดการ การกระจายอำนาจ และมาตรการลดอุปสรรคทางเศรษฐกิจต่อการเข้าถึงการศึกษา ในขณะที่ Capability Approach ทำหน้าที่เป็นกรอบแนวคิดเชิงบรรทัดฐาน (normative framework) สำหรับการประเมินการพัฒนามนุษย์ในระดับทฤษฎี
การวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นว่า การดำเนินนโยบายการอภิวัฒน์การศึกษาเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2538 และมีหลักฐานการดำเนินงานในช่วงปี พ.ศ. 2539–2540 ซึ่งอยู่ในระยะเดียวกับการพัฒนากรอบนโยบายภาครัฐ ก่อนที่
Amartya Sen จะได้รับรางวัลโนเบลในปี พ.ศ. 2541 อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้มิได้สรุปความสัมพันธ์เชิงอิทธิพลระหว่างสองแนวคิด หากแต่เสนอให้การอภิวัฒน์การศึกษาของประเทศไทยเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของนวัตกรรมเชิงนโยบายด้านการพัฒนามนุษย์ ซึ่งสมควรได้รับการศึกษาเชิงเปรียบเทียบในระดับนานาชาติต่อไป
ข้อค้นพบโดยรวมสะท้อนว่า การฟื้นฟูและสังเคราะห์องค์ความรู้จากประสบการณ์เชิงนโยบายของประเทศไทย อาจมีบทบาทในการขยายกรอบความคิดด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนา และส่งเสริมการยอมรับองค์ความรู้จากประเทศกำลังพัฒนาในเวทีวิชาการสากล
คำสำคัญ: ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์, การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538, Capability Approach, การพัฒนามนุษย์, เศรษฐศาสตร์การพัฒนา, นโยบายสาธารณะ
"ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์" ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล กับ "แนวคิดขีดความสามารถ" (Capability Approach) ของ อมาตยา เซน
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบระหว่างการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) ภายใต้ ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล กับ แนวคิดขีดความสามารถ (Capability Approach) ของ Amartya Sen ผู้ได้รับ Nobel Memorial Prize in Economic Sciences โดยมุ่งศึกษาความสอดคล้อง ความแตกต่าง และคุณูปการของทั้งสองแนวคิดต่อเศรษฐศาสตร์การพัฒนา การพัฒนามนุษย์ และการออกแบบนโยบายสาธารณะ
การวิจัยใช้วิธีวิเคราะห์เอกสารเชิงคุณภาพ (qualitative document analysis) โดยอาศัยหลักฐานปฐมภูมิ ได้แก่ แผนแม่บทการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 เอกสารนโยบายและปาฐกถาในช่วงปี พ.ศ. 2538–2540 ตลอดจนเอกสารของ UNESCO เรื่อง New Aspirations for Education in Thailand: Towards Educational Excellence by the Year 2007 รวมถึงวรรณกรรมต้นฉบับของ Capability Approach และงานวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนา
ผลการศึกษาพบว่า ทั้งสองแนวคิดมีจุดร่วมสำคัญในการให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพมนุษย์มากกว่าการวัดความสำเร็จทางเศรษฐกิจจากรายได้หรือการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ มีลักษณะเด่นในฐานะกรอบนโยบายเชิงปฏิบัติ (policy-oriented framework) ที่บูรณาการการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในหลายมิติ ได้แก่ โรงเรียน ครู หลักสูตร การบริหารจัดการ การกระจายอำนาจ และมาตรการลดอุปสรรคทางเศรษฐกิจต่อการเข้าถึงการศึกษา ในขณะที่ Capability Approach ทำหน้าที่เป็นกรอบแนวคิดเชิงบรรทัดฐาน (normative framework) สำหรับการประเมินการพัฒนามนุษย์ในระดับทฤษฎี
การวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นว่า การดำเนินนโยบายการอภิวัฒน์การศึกษาเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2538 และมีหลักฐานการดำเนินงานในช่วงปี พ.ศ. 2539–2540 ซึ่งอยู่ในระยะเดียวกับการพัฒนากรอบนโยบายภาครัฐ ก่อนที่ Amartya Sen จะได้รับรางวัลโนเบลในปี พ.ศ. 2541 อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้มิได้สรุปความสัมพันธ์เชิงอิทธิพลระหว่างสองแนวคิด หากแต่เสนอให้การอภิวัฒน์การศึกษาของประเทศไทยเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของนวัตกรรมเชิงนโยบายด้านการพัฒนามนุษย์ ซึ่งสมควรได้รับการศึกษาเชิงเปรียบเทียบในระดับนานาชาติต่อไป
ข้อค้นพบโดยรวมสะท้อนว่า การฟื้นฟูและสังเคราะห์องค์ความรู้จากประสบการณ์เชิงนโยบายของประเทศไทย อาจมีบทบาทในการขยายกรอบความคิดด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนา และส่งเสริมการยอมรับองค์ความรู้จากประเทศกำลังพัฒนาในเวทีวิชาการสากล
คำสำคัญ: ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์, การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538, Capability Approach, การพัฒนามนุษย์, เศรษฐศาสตร์การพัฒนา, นโยบายสาธารณะ