👮🧑‍⚕️​ เมื่อหมอต้องเป็นยาม โรงพยาบาลจีนสั่งหมอชาย "สอบใบ รปภ." ควบเวรเฝ้าแผนก — ภาพสะท้อนวิกฤตเงินในระบบสาธารณสุข

【เมื่อหมอต้องเป็นยาม】โรงพยาบาลจีนสั่งหมอชาย "สอบใบ รปภ." ควบเวรเฝ้าแผนก — ภาพสะท้อนวิกฤตเงินในระบบสาธารณสุข

​

เอกสารภายในโรงพยาบาลฉบับหนึ่งที่ "สั่งให้แพทย์ควบตำแหน่งเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย" กำลังถูกส่งต่อและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในแวดวงบุคลากรการแพทย์จีน หลายคนมองว่าเป็นภาพสะท้อนของระบบโรงพยาบาลที่กำลังถังแตกจนต้องรีดต้นทุนด้วยวิธีที่ชวนตั้งคำถาม

​

🔻 คำสั่งในกระดาษแผ่นเดียว

ตามเอกสารที่เผยแพร่ ระบุว่าเพื่อให้สอดคล้องกับการสร้าง "โรงพยาบาลผิงอัน" (โรงพยาบาลปลอดภัย) และเกณฑ์การประเมินโรงพยาบาลระดับ "ซานเจี่ย" (ระดับ 3 เกรด A) โรงพยาบาลแห่งนี้ควรมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างน้อย 125 คน แต่ปัจจุบันมีเพียง 52 คน ถือว่าขาดแคลนอย่างหนัก และคณะตรวจลับระดับชาติได้ชี้ว่าเป็นปัญหาร้ายแรง จึงต้องเร่งแก้ไขทันที

​

ทางออกที่เอกสารกำหนดคือ บนหลักการ "ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ" เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ให้แต่ละแผนกการแพทย์ส่งแพทย์ชายอายุไม่เกิน 40 ปี จำนวน 1 คน มาทำหน้าที่เป็น รปภ. ควบของแผนกนั้น พร้อมเข้ารับการอบรมและสอบใบรับรองพนักงานรักษาความปลอดภัย โดยโรงพยาบาลจะออกค่าสอบให้

​

🔻 เสียงชาวเน็ต: ขำปนขม

แนวคิดนี้ถูกตั้งคำถามทั้งเรื่องความเหมาะสมและความชอบด้วยกฎหมาย ชาวเน็ตจำนวนมากเสียดสีว่า "คนไข้เพิ่งตรวจเสร็จ หันไปอีกที เห็นหมอคนเดิมไปยืนเป็น รปภ. แบบนี้จะเชื่อผลตรวจได้หรือไม่" บางรายประชดว่า สู้ไปสอบใบ รปภ. แล้วลาออกมาเฝ้าประตูเดือนละ 5,000–6,000 หยวนยังดีกว่า เพราะไม่น้อยกว่าเงินเดือนพื้นฐานในโรงพยาบาล แถมไม่ต้องอยู่เวร 24 ชั่วโมง

​

ที่ฮือฮาเป็นพิเศษคือมีผู้นำ "ภาพล้อ" มาแชร์ เป็นปกหนังสือชื่อ "ตำราการต่อสู้สำหรับแพทย์" (Combat Skills of Doctors) ที่ทำเลียนแบบปกตำราแพทย์ของทางการ พร้อมล้อเลียนว่าต่อไปหมอไม่เพียงต้องรักษาคนได้ แต่ต้องต่อยมวยเป็นด้วย

​

🔻 เบื้องหลัง: ทำไมหมอถึงต้องมาเฝ้าประตู

ความต้องการเพิ่มกำลัง รปภ. ในโรงพยาบาลจีนนั้นมีที่มาจริง เพราะเหตุทำร้ายบุคลากรการแพทย์เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทางการจึงผลักดันมาตรฐานความปลอดภัย เช่น ที่กรุงปักกิ่งกำหนดให้มี รปภ. อย่างน้อย 1 คนต่อเตียงผู้ป่วย 20 เตียง (มีผลตั้งแต่ปลายปี 2023) ประกอบกับโครงการ "โรงพยาบาลผิงอัน" และการประเมินระดับซานเจี่ยที่ผูกกับอัตรากำลังด้านความปลอดภัย

​

แต่ปัญหาคือโรงพยาบาลจำนวนมากกำลังเผชิญภาวะการเงินตึงตัว เมื่อถูกบีบให้เพิ่มกำลัง รปภ. โดยไม่อยากจ้างคนเพิ่ม ทางออกแบบ "ลดต้นทุน" จึงกลายเป็นการดึงแพทย์ที่มีอยู่มาควบหน้าที่ ซึ่งหลายคนชี้ว่าเป็นอาการของปัญหาที่ลึกกว่านั้น ทั้งงบประมาณโรงพยาบาลที่ฝืดเคืองและค่าตอบแทนบุคลากรที่ถูกกดต่ำ

​

🔻 คำถามที่ค้างคา

นอกจากประเด็นกฎหมายและความเหมาะสมแล้ว ยังมีคำถามว่าการให้แพทย์ที่ขาดแคลนอยู่แล้วมาทำหน้าที่ รปภ. คือการสิ้นเปลืองทรัพยากรการแพทย์หรือไม่ และระหว่างที่แพทย์เข้าเวรยามนั้น ความปลอดภัยและคุณภาพการดูแลผู้ป่วยจะเป็นอย่างไร — คำถามเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบ ขณะที่ต้นตอของปัญหาอย่างฐานะการเงินของโรงพยาบาลและเงินเดือนบุคลากรยังคงค้างอยู่

---

แหล่งที่มา / เครดิต

- ภาพเอกสารแจ้งภายในและคอมเมนต์ชาวเน็ต: เผยแพร่และส่งต่อบนโซเชียลมีเดียจีน (สกรีนช็อตจากผู้ใช้)
- ข้อมูลพื้นหลังมาตรฐานความปลอดภัยโรงพยาบาล: รายงานของสื่อจีน เช่น สำนักข่าวเผิงไพ่ (澎湃新闻) และพีเพิลส์เดลีเฮลท์ เรื่องเกณฑ์ รปภ. 1 คนต่อ 20 เตียงของปักกิ่ง

https://www.facebook.com/share/1H9tALMch1/


แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ทรัพยากรบุคคล ปัญหาสังคม
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่