สอดคล้องกับประเด็นที่เป็นข่าวดัง ที่จะกล่าวถึงบริบทความเน่าหนอน

กระทู้สนทนา
แน่นอนว่าในรอบเกือบสัปดาห์นี้ ข่าวสารที่เราได้ยิน ได้ฟังคงหนีไม่พ้นเรื่องการทุจริตของในวงการหนึ่งระดับประเทศ และเมื่อเชื่อมโยงต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำก็ดันมีส่วนงานต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวของไม่เว้นแม้แต่วงการศึกษา (เน้นย้ำว่าผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากยังไม่มีข้อสรุปของฝ่ายตรวจสอบ)

แน่นอนว่าสังคมไทยไม่อาจหลีกเลี่ยสิ่งที่เรียกว่า “คอรัปชั่น” ที่มีความหมายเดียวกันแต่โบราณกาลคือ ”ฉ้อราษฎร์บังหลวง“ อีกทั้งระบบเส้นสาย ลูกท่านหลานเธอ นี่จึงสะท้อนภาพว่าสิ่งกัดกร่อน เกาะกิน และบ่อนทำลายชาติมีมาแต่ชาติปางก่อนของเราท่านหลาย ๆ คนก็เป็นได้ และปัจจุบันก็ขยายตัวไปทุกภาคส่วนทุกอนูของสังคมไทย รัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน หรือแม้แต่ในกลุ่มคนรอบข้าง

สิ่งที่ขออนุญาตชวนท่านขบคิดในที่นี้คือ “หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะทำสิ่งใดร่วมกันได้” เพื่อตัดตอนวงจรอุบาทก์เหล่านี้

ในมุมมองและประสบการณ์ที่เคยพบผ่านมาในแวดวงต่าง ๆ ที่เคยสังกัดร่วม จะพบเห็นจุดดำเล็กบ้างใหญ่บ้าง เพื่อเป็นกรณีศึกษา ดังนี้
1. พนักงานรายวันของหน่วยงานรัฐ : หยิบฉวยเอาของหลวงไปใช้ส่วนตัวทั้งที่ทำงานและบ้าน
2. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย : รับสินบนล็อกที่จอดรถให้คนพร้อมจ่าย
3. บุคลากร ทั้งรัฐและเอกชน : เขียนบิล ใบเสร็จ เคลียร์งบโครงการ ยักยอกส่วนต่าง
4. ครูบาอาจารย์ระดับอุดมศึกษา : จัดซื้อจัดจ้าง ได้ส่วนต่าง เพื่อเซ็นผ่านตรวจรับ
5. ผู้บังคับบัญชาสูงสุดในสำนักงานของกรมหนึ่ง : จัดสอบพนักงานและผลออกมาเป็น … (กรณีเหมือนข่าวดัง)
6. พนักงานสถาบันการเงิน : ร่วมทุจริตปรับยอดเงินบัญชีมรดกให้เหลือยอดน้อยลง เพื่อการหารในแต่ละผู้รับตามสัดส่วนในพินัแต่ละคนละคนได้น้อยลง แล้วไปปิดท้ายด้วยการรับส่วนแบ่งจากผู้จ้างวาน

นี่คือสิ่งที่ประสบมากับตัวเท่านั้น

สิ่งที่ผู้เขียนทำได้ในขณะที่อยู่ในส่วนงานนั้น ๆ ทำได้แค่ถอยห่าง และเมื่อพร้อม จึงแยกทางกัน

นอกเหนือจากที่ผู้เขียนประสบมาคร่าว ๆ 6 ประการ ท่านทั้งหลายได้พบเจอสิ่งใดกันมาบ้าง อยากขอรับฟัง และหวังว่ากระทู้นี้ อาจเป็นส่วนหนึ่งเล็ก ๆ เพื่อสะท้อนปัจจุบันในสังคมไทย ที่อาจมีวันเปลี่ยนผ่านไปในทิศทางที่ดีได้ หรืออาจไม่มีวันเกิดขึ้น ก็คงทำได้เพียงสะสมความเน่าเฟะนี้ เป็นของที่ 7 ไปจนถึงอินฟินิทตี้
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่