มีคนพูดประเด็นไม่มีลูกใครจะดูแลตอนแก่กันเยอะจริงอ่านบทความของหมอ วีรศักดิ์ ทำให้คิดว่าสมัยนี้ลูกไม่ได้อยากดูแลเราเสมอไป

เห็นประเด็นนี้คนพูดกันเหลือเกิน เคยได้อ่านบทความนี้
เลยคิดอีกแบบว่า จริงเหรอที่ลูกทุกคนจะพร้อม เสียสละดูแลเราตอนแก่ตอนป่วยได้จนตาย

อ่านบทความนี้ แล้วสลดใจ ไม่รู้จะออกความ เห็นยังไง สังคมไทยมาถึง ยุคที่ลูกเครียดจนต้อง ฆ่าพ่อแท้ๆที่ป่วยติดเตียงมานาน เพราะเหนื่อยจนดูแลไม่ไหวแล้ว

อยู่ใจนึงก็สงสาร ลูก ถ้า เราป◌่วยติดเตียงมานาน จนลูกต้องลาออก จากงานมาดูแลเรา โอกาสหาเงินทำงานแทบไม่มี แถมทั้งชีวิตยังต้อง​ดูแลเรา24ชั่วโมง เวลานอนแทบไม่มี ไม่มีงานไม่มีเงิน แบบในบทความเราอาจจะไม่แค้นลูกที่อยากฆ่าเรา

ในไทยฆ่าคนตายติดคุกไม่กี่ปียังมีวันออกเป็นอิสระ แต่ดูแลเราที่ป่วยติดเตียงไม่รู้จะต้องดูแล อีกกี่ปี
สมมุติดูแลอีก10ปีกว่า จะตาย ถึงตอนนั้น เราไปสบาย
แต่ลูกต้องอยู่อย่างเงินเก็บไม่มีเพราะต้องดูแลเรา

โอกาสหางานก็ลำบาก เราป่วยมีลูกดูแล แล้วตอนลูกแก่
ถ้าออกจากงานมานาน ไม่มีเงินเก็บ เพราะเอาเงินเอาเวลามาดูแลเรา ตอนแก่ใครจะดูแล

แต่อีกใจนึงตามค่านิยมไทยจะว่าเขาเลวเนรคุณก็ได้


เราตัดสินไม่ลงจริงเรืองนี้ แต่ได้คิดว่าสมัยนี้ถ้าจะมีลูกต้องวางแผนสำรองไว้ว่า ถ้าลูกไม่เลี้ยงเราตอนแก่จะใีแผนสำรองยังไงต่อไปค่ะ


นี่บทความค่ะ

ความเหนื่อยล้า ฆ่าได้โดยไม่ต้องโกรธ

---

“ผมไม่ได้ตั้งใจฆ่า ผมแค่…อยากให้มันจบสักที”

คำสารภาพนี้ ไม่ได้ออกมาจากฆาตกรมืออาชีพ ไม่ได้ออกมาจากคนโหดเหี้ยม แต่มาจาก **ลูกชายคนหนึ่ง** ที่ดูแลพ่อป่วยติดเตียงมา 7 ปี

---

ผู้ตาย: ชายอายุ 79 ปี — พ่อที่ไม่รู้ตัวว่าลูกกำลังหมดแรง

ผู้ตายเป็นผู้ป่วยติดเตียงจากโรคหลอดเลือดสมอง พูดไม่ได้ กลืนลำบาก ต้องดูดเสมหะวันละหลายครั้ง

ภรรยาเสียชีวิตไปก่อนหลายปี ลูกชายคนเดียวลาออกจากงาน กลับมาดูแลเต็มเวลา

ไม่มีพี่เลี้ยง ไม่มีเงินจ้าง ไม่มีวันหยุด

ชีวิตของลูกชาย หยุดอยู่ข้างเตียงพ่อ

---

คืนก่อนตาย — ไม่มีเสียงทะเลาะ ไม่มีการทำร้าย

เพื่อนบ้านให้ข้อมูลตรงกัน

* ไม่มีเสียงทะเลาะ
* ไม่มีเสียงร้อง
* บ้านเงียบเหมือนทุกคืน

ลูกชายแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า “พ่อหลับไปเฉย ๆ ครับ เหมือนทุกคืนที่ผ่านมา”

และถ้าไม่ตรวจละเอียด นี่จะเป็นอีกหนึ่ง **“ตายตามโรคประจำตัว”**

---

ตรวจสถานที่เกิดเหตุ — ความเงียบที่ผิดปกติ

สิ่งที่ทีมพบคือ

* เตียงสะอาด
* เครื่องดูดเสมหะถูกล้าง
* ไม่มีสายให้อาหารต่ออยู่
* หมอนถูกเปลี่ยนใหม่
* ยานอนหลับของลูกชาย วางอยู่ข้างเตียงพ่อ

คำถามสำคัญคือ **ทำไมอุปกรณ์ช่วยชีวิตหายไปพร้อมกัน?**

---

ตรวจศพภายนอก — ศพที่เหมือนหลับ แต่ไม่ใช่

ลักษณะศพ

* ใบหน้าเรียบ
* ปากปิดแน่น
* ใต้จมูกไม่มีคราบเสมหะ
* ใต้เปลือกตาพบจุดเลือดออกเล็ก ๆ
* ไม่มีบาดแผลต่อสู้

ศพสงบ แต่สงบเกินไป สำหรับผู้ป่วยที่ควรมีภาวะหายใจลำบากก่อนตาย

---

ผลผ่าชันสูตร — ความเหนื่อยที่ฆ่าคน

ผลตรวจพบว่า

* ปอดมีลักษณะขาดอากาศหายใจเฉียบพลัน
* กล้ามเนื้อคอมีรอยช้ำภายใน
* ไม่พบภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
* ไม่พบเสมหะอุดกั้นตามกลไกโรคเดิม

สรุปทางนิติเวช: **เสียชีวิตจากการขาดอากาศ ไม่สอดคล้องกับโรคประจำตัว**

---

ความจริงที่ค่อย ๆ โผล่

เมื่อสอบสวนเชิงลึก

* ลูกชายไม่ได้หลับเกิน 3 ชั่วโมงต่อคืนมานานหลายปี
* ไม่มีรายได้
* มีหนี้
* มีอาการซึมเศร้า
* เคยพูดกับเพื่อนว่า “ผมไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร”

คืนเกิดเหตุ ลูกชายให้ยานอนหลับกับตัวเอง นั่งข้างเตียง กดหมอนลงบนหน้าพ่อ เพียงไม่กี่นาที

ไม่มีความโกรธ ไม่มีการทะเลาะ มีแค่ **ความเหนื่อยล้าสะสม**

---

สิ่งที่ศพคดีนี้สอนเรา

* ความรัก ไม่ได้ชนะความล้าเสมอไป
* ผู้ดูแลต้องได้รับการดูแล
* ถ้าครอบครัวไม่ขอความช่วยเหลือ โศกนาฏกรรมจะขอเข้ามาแทน
* ศพที่เงียบ บางครั้งคือเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ดังที่สุด

---

#หมอหมูพูดจริง “บางคดี ศพไม่ได้ฟ้องคนร้าย แต่ฟ้องสังคม ที่ปล่อยให้คนหนึ่ง แบกชีวิตอีกคน จนไม่มีแรงหายใจต่อ”
.
ปล. ทั้งหมดที่ผมเขียนเป็นเรื่องเล่าที่อ้างอิงข้อมูลจริงและแต่งเติมบางส่วน นะครับ
.
#หมอหมูวีระศักดิ์ #หมอหมูพูดจริง #ตีแผ่ทุกความจริงด้วยวิทยาศาสตร์ #บทเรียนจากชีวิตจริง

นี่เฟสหมอเขามีเรื่องเล่าสนุกๆเยอะมากค่ะ


https://www.facebook.com/share/17Ksxrhxoz/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่