หลายคนมักเข้าใจว่า ความคงทนของบูชพัดลมขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์ทองแดงเป็นหลัก แต่ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมมองว่านั่นเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น และอาจไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดด้วยซ้ำ
สิ่งที่มีผลต่ออายุการใช้งานของบูชมาก คือ ปริมาณน้ำมันสำรองที่อยู่ในผ้าซับน้ำมันรอบตัวบูช เพราะไม่ว่าบูชจะผลิตจากวัสดุชนิดใด ก็ต้องอาศัยน้ำมันในการหล่อลื่นระหว่างแกนเพลากับบูชอยู่ตลอดเวลา
น้ำมันที่อยู่ในเนื้อบูชมีอยู่จำกัด จึงต้องอาศัยผ้าซับน้ำมันเป็นแหล่งสำรองคอยป้อนน้ำมันกลับเข้าสู่บูชเรื่อย ๆ หากผ้าซับน้ำมันมีขนาดเล็ก หรือมีปริมาณน้ำมันสะสมน้อย เมื่อน้ำมันหมด บูชก็จะเริ่มทำงานแบบขาดการหล่อลื่น เกิดการเสียดสี ความร้อนสูงขึ้น และสึกหรอเร็วกว่าปกติ
นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมในการใช้งานก็มีผลต่ออายุของบูชเช่นกัน
หากพัดลมทำงานในพื้นที่ที่มีฝุ่นมาก ฝุ่นจะสะสมภายในมอเตอร์ ทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดี มอเตอร์ร้อนกว่าปกติ ความร้อนที่สูงขึ้นจะเร่งให้น้ำมันระเหยหรือไหลออกจากบูชเร็วขึ้น
ในบางพื้นที่ที่มีฝุ่นละเอียดหรือฝุ่นที่มีอนุภาคแข็งปะปนเข้าไปอยู่ระหว่างแกนกับบูช ก็จะทำให้เกิดการเสียดสีมากขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นและน้ำมันหมดเร็วยิ่งกว่าเดิม
รวมถึงสภาพแวดล้อมอื่น ๆ เช่น พื้นที่ที่มีไอน้ำเค็ม ความชื้นสูง หรือสภาพการใช้งานที่หนัก ล้วนส่งผลต่ออายุการใช้งานของบูชทั้งสิ้น
ดังนั้น การจะบอกว่าบูชชนิดใดทนกว่ากัน ไม่ควรมองเฉพาะวัสดุหรือเปอร์เซ็นต์ทองแดงเพียงอย่างเดียว แต่ควรมองภาพรวมทั้งคุณภาพการผลิต ระบบการหล่อลื่น ขนาดของผ้าซับน้ำมัน และสภาพแวดล้อมที่พัดลมใช้งานจริงร่วมกันด้วย
จะเห็นว่าพัดลมบางยี่ห้อ แม้จะใช้บูชที่มีสีแตกต่างจากยี่ห้ออื่น หรืออาจมีส่วนผสมของทองแดงสูงกว่า ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าเสมอไป เพราะสุดท้ายแล้ว อายุของบูชขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่เพียงวัสดุของบูชเพียงอย่างเดียว
#ช่างโห้ #ซ่อมง่ายๆไม่มีกั้ก
"การตัดสินคุณภาพของบูช อย่าดูแค่สีหรือเปอร์เซ็นต์ทองแดง แต่ต้องดูทั้งระบบการหล่อลื่น คุณภาพการผลิต และสภาพแวดล้อมในการใช
หลายคนมักเข้าใจว่า ความคงทนของบูชพัดลมขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์ทองแดงเป็นหลัก แต่ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมมองว่านั่นเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น และอาจไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดด้วยซ้ำ
สิ่งที่มีผลต่ออายุการใช้งานของบูชมาก คือ ปริมาณน้ำมันสำรองที่อยู่ในผ้าซับน้ำมันรอบตัวบูช เพราะไม่ว่าบูชจะผลิตจากวัสดุชนิดใด ก็ต้องอาศัยน้ำมันในการหล่อลื่นระหว่างแกนเพลากับบูชอยู่ตลอดเวลา
น้ำมันที่อยู่ในเนื้อบูชมีอยู่จำกัด จึงต้องอาศัยผ้าซับน้ำมันเป็นแหล่งสำรองคอยป้อนน้ำมันกลับเข้าสู่บูชเรื่อย ๆ หากผ้าซับน้ำมันมีขนาดเล็ก หรือมีปริมาณน้ำมันสะสมน้อย เมื่อน้ำมันหมด บูชก็จะเริ่มทำงานแบบขาดการหล่อลื่น เกิดการเสียดสี ความร้อนสูงขึ้น และสึกหรอเร็วกว่าปกติ
นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมในการใช้งานก็มีผลต่ออายุของบูชเช่นกัน
หากพัดลมทำงานในพื้นที่ที่มีฝุ่นมาก ฝุ่นจะสะสมภายในมอเตอร์ ทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดี มอเตอร์ร้อนกว่าปกติ ความร้อนที่สูงขึ้นจะเร่งให้น้ำมันระเหยหรือไหลออกจากบูชเร็วขึ้น
ในบางพื้นที่ที่มีฝุ่นละเอียดหรือฝุ่นที่มีอนุภาคแข็งปะปนเข้าไปอยู่ระหว่างแกนกับบูช ก็จะทำให้เกิดการเสียดสีมากขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นและน้ำมันหมดเร็วยิ่งกว่าเดิม
รวมถึงสภาพแวดล้อมอื่น ๆ เช่น พื้นที่ที่มีไอน้ำเค็ม ความชื้นสูง หรือสภาพการใช้งานที่หนัก ล้วนส่งผลต่ออายุการใช้งานของบูชทั้งสิ้น
ดังนั้น การจะบอกว่าบูชชนิดใดทนกว่ากัน ไม่ควรมองเฉพาะวัสดุหรือเปอร์เซ็นต์ทองแดงเพียงอย่างเดียว แต่ควรมองภาพรวมทั้งคุณภาพการผลิต ระบบการหล่อลื่น ขนาดของผ้าซับน้ำมัน และสภาพแวดล้อมที่พัดลมใช้งานจริงร่วมกันด้วย
จะเห็นว่าพัดลมบางยี่ห้อ แม้จะใช้บูชที่มีสีแตกต่างจากยี่ห้ออื่น หรืออาจมีส่วนผสมของทองแดงสูงกว่า ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าเสมอไป เพราะสุดท้ายแล้ว อายุของบูชขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่เพียงวัสดุของบูชเพียงอย่างเดียว
#ช่างโห้ #ซ่อมง่ายๆไม่มีกั้ก