ตอนเด็กๆ ผมมีปัญหาเรื่องการหายใจครับ อาการเหมือนหอบหืด แต่พอโตขึ้น อาการก็ไม่ค่อยมีแล้ว และดีขึ้นเรื่อยๆ เลยไม่แน่ใจว่าตัวเองยังเป็นหอบหืดอยู่ไหม เพราะอาการมันเบามากๆ แต่ทุกครั้งที่วิ่งหรือออกกำลังกายหนักๆ ก็จะเหนื่อยง่ายกว่าคนอื่น และถ้าเจอฝุ่นเยอะๆ หรือตอนที่ทําความสะอาดห้องน้ำแมว (ฝุ่นจากทราย) อาการก็จะปรากฏขึ้นมา รู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อในลำคอตึงขึ้น ทำให้หายใจยากขึ้น ก็เลยคิดว่าน่าจะยังเป็นหอบหืดอยู่นะ
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมผ่อนผันทหารมาตลอดครับ แต่พอเรียนจบ ก็ตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะลองดูว่าจะขอใบรับรองแพทย์เรื่องหอบหืดได้ไหม ลองตรวจดูให้แน่ใจว่าเป็นจริงๆ ไหม ก็ไม่เสียหายอะไรถ้าจะลองครับ
ก่อนจะไปโรงพยาบาลทหารเพื่อตรวจหอบหืด ผมไปทำเป่าปอดที่โรงพยาบาลรัฐก่อนครับ เป็นการทดสอบการหายใจเพื่อวัดความจุของปอด วิธีตรวจคือต้องหายใจปกติก่อนเพื่อเก็บค่าพื้นฐาน แล้วพยาบาลก็จะให้เครื่องเป่าพร้อมอธิบายขั้นตอนการตรวจ พอเริ่มทดสอบ ก็ต้องสูดหายใจเข้าให้เต็มที่และเร็วที่สุด หยุดไว้ แล้วเป่าออกแรงๆ เร็วๆ เข้าไปในเครื่อง ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่ทำเลยยากนิดนึง ต้องทำซ้ำหลายรอบ ทำไปสักพักพยาบาลก็บอกว่าพอแล้ว
หลังตรวจเสร็จ ผมไปเจอหมอเพื่อฟังผล หมอบอกว่าค่าที่ได้ดูปกติ เลยงงนิดนึง แต่ก็ขอใบรับรองแพทย์และใบส่งตัวจากหมอเพื่อเอาไปยื่นให้โรงพยาบาลทหาร (พระมงกุฎเกล้า) ตอนไปตรวจหอบหืดสำหรับขอใบรับรองแพทย์ เพราะที่อ่านมาว่า spirometry test จะแสดงว่าเป็นหอบหืดได้ก็ต่อเมื่อกำลังมีอาการอยู่ในขณะนั้น แต่การทำ MCT (Methacholine Challenge Test) จะแม่นกว่า ซึ่งเหมือนเป่าปอดปกติครับ แต่จะให้สูดสารกระตุ้นก่อนแล้วค่อยวัดค่าปอด
พอได้เอกสารจากโรงพยาบาลรัฐครบแล้ว ก็ไปนัดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าครับ เรื่องการนัด จำได้ว่าลองโทรถามโรงพยาบาลก่อนว่าจองออนไลน์ได้ไหม แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องมาจองด้วยตัวเองครับ เปิดรับ Walk-in ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ไม่เกิน 8 โมงเช้า (แต่แนะนำให้ไป 6 โมงเลยนะครับ)
พอถึงวันนัด ผมเจอหมอ บอกอาการหอบหืดให้ฟัง แล้วโชว์เอกสารจากโรงพยาบาลรัฐ หมออ่านใบส่งตัวและผลตรวจเป่าปอดแล้วบอกว่าค่าปกตินะ แล้วก็จัดนัด MCT Test ให้ พร้อมให้วันที่ไปตรวจ
การทำ MCT จะเป็นการสูดสารเข้าไปทีละระดับครับ พยาบาลอธิบายขั้นตอนว่าคล้ายๆ กับการทำ spirometry ปกตินั่นแหละ แต่ทุกระดับพยาบาลจะเพิ่มความเข้มข้นของสารขึ้นเรื่อยๆ ตอนทำ พอถึงระดับที่สอง ผมเริ่มรู้สึกว่าลำคอตึงขึ้น พอถึงระดับสาม อาการเริ่มแสดงออกมาชัดเจน หายใจลึกๆ ยากขึ้น ทำได้ถึงแค่ระดับที่สามพยาบาลก็บอกว่าหยุดได้แล้ว หลังตรวจเสร็จ พยาบาลให้พ่นยา ventolin แล้วให้นั่งพักประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนกลับบ้าน จากนั้นก็ไปชำระค่าตรวจ MCT 1000 บาท แล้วได้ใบนัดไปรับผล
พอถึงวันรับผล หมอบอกว่าผลตรวจไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับการเกณฑ์ทหาร และต้องมาอีกครั้งเพื่อรับใบรับรองแพทย์ในอีกประมาณ 2 เดือน จากนั้นก็ไปที่เคาน์เตอร์ เจ้าหน้าที่บอกว่าจะโทรแจ้งประมาณ 8 สัปดาห์เพื่อให้มารับใบรับรอง พร้อมบอกให้เตรียมบัตรประชาชน และมาได้ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13:00-15:30 น.
ถึงวันเกณฑ์ทหาร ผมสละสิทธิ์ผ่อนผันแล้วก็รอเรียกชื่อ พอถึงจุดตรวจสุขภาพ ผมยื่นใบรับรองแพทย์พร้อมเอกสารอื่นๆ ทั้งหมด (รวมถึงผลตรวจ Spirometry จากโรงพยาบาลรัฐด้วย ถ้าใครมีประวัติการรักษาเพิ่มเติมก็เอาไปด้วยนะครับ) หมอทหารตรวจดูทุกอย่างแล้วบอกให้ไปนั่งรอใบ สด.43 จำพวกที่ 4 จากนั้นทหารก็บอกว่ากลับบ้านได้เลย
ฝากไว้เป็นแนวทางนะครับ สำหรับใครที่กำลังเจอสถานการณ์คล้ายๆกัน ถ้าคิดว่าตัวเองอาจจะเป็นหอบหืดแต่ไม่แน่ใจ ลองไปตรวจดูได้เลยครับ
ประสบการณ์ขอใบรับรองแพทย์ยกเว้นทหาร (โรคหอบหืด)
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมผ่อนผันทหารมาตลอดครับ แต่พอเรียนจบ ก็ตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะลองดูว่าจะขอใบรับรองแพทย์เรื่องหอบหืดได้ไหม ลองตรวจดูให้แน่ใจว่าเป็นจริงๆ ไหม ก็ไม่เสียหายอะไรถ้าจะลองครับ
ก่อนจะไปโรงพยาบาลทหารเพื่อตรวจหอบหืด ผมไปทำเป่าปอดที่โรงพยาบาลรัฐก่อนครับ เป็นการทดสอบการหายใจเพื่อวัดความจุของปอด วิธีตรวจคือต้องหายใจปกติก่อนเพื่อเก็บค่าพื้นฐาน แล้วพยาบาลก็จะให้เครื่องเป่าพร้อมอธิบายขั้นตอนการตรวจ พอเริ่มทดสอบ ก็ต้องสูดหายใจเข้าให้เต็มที่และเร็วที่สุด หยุดไว้ แล้วเป่าออกแรงๆ เร็วๆ เข้าไปในเครื่อง ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่ทำเลยยากนิดนึง ต้องทำซ้ำหลายรอบ ทำไปสักพักพยาบาลก็บอกว่าพอแล้ว
หลังตรวจเสร็จ ผมไปเจอหมอเพื่อฟังผล หมอบอกว่าค่าที่ได้ดูปกติ เลยงงนิดนึง แต่ก็ขอใบรับรองแพทย์และใบส่งตัวจากหมอเพื่อเอาไปยื่นให้โรงพยาบาลทหาร (พระมงกุฎเกล้า) ตอนไปตรวจหอบหืดสำหรับขอใบรับรองแพทย์ เพราะที่อ่านมาว่า spirometry test จะแสดงว่าเป็นหอบหืดได้ก็ต่อเมื่อกำลังมีอาการอยู่ในขณะนั้น แต่การทำ MCT (Methacholine Challenge Test) จะแม่นกว่า ซึ่งเหมือนเป่าปอดปกติครับ แต่จะให้สูดสารกระตุ้นก่อนแล้วค่อยวัดค่าปอด
พอได้เอกสารจากโรงพยาบาลรัฐครบแล้ว ก็ไปนัดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าครับ เรื่องการนัด จำได้ว่าลองโทรถามโรงพยาบาลก่อนว่าจองออนไลน์ได้ไหม แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องมาจองด้วยตัวเองครับ เปิดรับ Walk-in ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ไม่เกิน 8 โมงเช้า (แต่แนะนำให้ไป 6 โมงเลยนะครับ)
พอถึงวันนัด ผมเจอหมอ บอกอาการหอบหืดให้ฟัง แล้วโชว์เอกสารจากโรงพยาบาลรัฐ หมออ่านใบส่งตัวและผลตรวจเป่าปอดแล้วบอกว่าค่าปกตินะ แล้วก็จัดนัด MCT Test ให้ พร้อมให้วันที่ไปตรวจ
การทำ MCT จะเป็นการสูดสารเข้าไปทีละระดับครับ พยาบาลอธิบายขั้นตอนว่าคล้ายๆ กับการทำ spirometry ปกตินั่นแหละ แต่ทุกระดับพยาบาลจะเพิ่มความเข้มข้นของสารขึ้นเรื่อยๆ ตอนทำ พอถึงระดับที่สอง ผมเริ่มรู้สึกว่าลำคอตึงขึ้น พอถึงระดับสาม อาการเริ่มแสดงออกมาชัดเจน หายใจลึกๆ ยากขึ้น ทำได้ถึงแค่ระดับที่สามพยาบาลก็บอกว่าหยุดได้แล้ว หลังตรวจเสร็จ พยาบาลให้พ่นยา ventolin แล้วให้นั่งพักประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนกลับบ้าน จากนั้นก็ไปชำระค่าตรวจ MCT 1000 บาท แล้วได้ใบนัดไปรับผล
พอถึงวันรับผล หมอบอกว่าผลตรวจไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับการเกณฑ์ทหาร และต้องมาอีกครั้งเพื่อรับใบรับรองแพทย์ในอีกประมาณ 2 เดือน จากนั้นก็ไปที่เคาน์เตอร์ เจ้าหน้าที่บอกว่าจะโทรแจ้งประมาณ 8 สัปดาห์เพื่อให้มารับใบรับรอง พร้อมบอกให้เตรียมบัตรประชาชน และมาได้ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13:00-15:30 น.
ถึงวันเกณฑ์ทหาร ผมสละสิทธิ์ผ่อนผันแล้วก็รอเรียกชื่อ พอถึงจุดตรวจสุขภาพ ผมยื่นใบรับรองแพทย์พร้อมเอกสารอื่นๆ ทั้งหมด (รวมถึงผลตรวจ Spirometry จากโรงพยาบาลรัฐด้วย ถ้าใครมีประวัติการรักษาเพิ่มเติมก็เอาไปด้วยนะครับ) หมอทหารตรวจดูทุกอย่างแล้วบอกให้ไปนั่งรอใบ สด.43 จำพวกที่ 4 จากนั้นทหารก็บอกว่ากลับบ้านได้เลย
ฝากไว้เป็นแนวทางนะครับ สำหรับใครที่กำลังเจอสถานการณ์คล้ายๆกัน ถ้าคิดว่าตัวเองอาจจะเป็นหอบหืดแต่ไม่แน่ใจ ลองไปตรวจดูได้เลยครับ