การรักษาความสัมพันธ์ให้ยั่งยืน และความหมายของคนอยากมีคู่ชีวิต

           ชีวิตเริ่มจากการยังไม่สามารถทำอะไรได้ จากนั้นก็เริ่มเรียนรู้ฝึกปฏิบัติ หากเป็นความสามารถทำอะไรให้มั่งมี ก็เริ่มจะมีมากขึ้น โดยชีวิตก็มีอายุไปเรื่อยๆ อายุก็เริ่มจากการตั้งชีวิตให้มีความเจริญตามวัย และมีความมั่นคงในสุขภาพที่จะรอเวลา จะมีสิ่งต่างๆบั่นทอนให้สุขภาพเสื่อลงไป แล้วก็จะเป็นช่วงชีวิตที่โรยลา จนชีวิตสามารถทำอะไรสำเร็จได้มากๆ แต่ชีวิตคนก็แตกต่างที่ความสามารถจะทำให้ความสำเร็จยั่งยืน หรือสำเร็จแล้วก่อนจะล้มเหลวในเวลาช้าหรือนาน แต่ชีวิตที่เกิดมาจนถึงตอนที่ชีวิตล้มเหลว คนแต่ละคนจะมีความสามารถทำให้สังคมยอมรับให้เกียรติได้มากเพียงไหน จึงจะเป็นชีวิตที่มีความสุขในการอยู่ในสังคมที่เกิดมาอยู่
ความสัมพันธ์ของคนมีชีวิตหวังความสุขกับความสำเร็จในสถานะการมีคู่ชีวิต ถ้าคนไม่ปฏิบัติให้สำเร็จ แต่มีแต่การทำให้มีปัญหาอยากแยกทาง ด้วยการทำผิดพลาดเดิมซ้ำๆก็ยังจะเป็นคนมีปัญหาความรักล้มเหลว แม้มีความรักกี่ครั้ง ความรักที่มั่นคงต้องการมีชีวิตอย่างมีความสุข ไม่มีการเป็นอริต่อคนรัก คนคิดมองเห็นแต่คนรักเป็นคู่แข่ง ก็ไม่ใช่ผู้ดีที่มีใจพร้อมจะดูแลความรักให้ยั่งยืนแน่นอน ไม่ต้องแย่งลักษณะความเป็นคนแบบคนรักที่จะต้องเก่งกว่าเขา ก็ไม่เสียเวลาพัฒนาปมเด่นในเผ่าพันธ์ของตน คนจะอยู่ในสังคมร่วมกันมีการช่วยเหลือกันและกันในเรื่องการยังชีพ ไม่ใช่ว่าคนยังไม่ได้เป็นอะไรที่ไม่มีปมเด่นให้เขาจะมีอาชีพรายได้ดีๆ คนจึงต้องการอยากมีคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและช่วยเหลือชีวิตตนได้ จนบางคนหวังอยากมีคนรักที่มีลักษณะอย่างนั้นอย่างนี้ซึ่งตนไม่สามารถเป็นได้ อย่างเช่นคนจนที่ไม่มีวาสนาจะเป็นคนรวยจึงต้องการมีคู่ชีวิตที่มีอาชีพดีๆมีฐานะร่ำรวย ใช่มั้ยครับ งั้นก็อย่าทำให้โอกาสซึ่งมีความสำเร็จในความสัมพันธ์แล้วต้องล้มเหลวง่ายๆ ด้วยการไม่เข้าใจความแตกต่างของคนรักกับตัวเอง ว่ามีปมเด่นปมด้อยยังไง ให้พัฒนาหรือส่งเสริม และไม่ให้เกียรติการยังชีพแบบเขาว่าเป็นความสามารถที่ดีของเขา จนสุขภาพจิตตนชีวิตไม่ค่อยปกตินะครับ เพราะล้มเหลวในความรักไม่รู้กี่ครั้งกี่ครั้ง การจะมีความรักสามารถมีความรู้สึกเกิดขึ้นได้ แต่การปฏิบัติให้ความสัมพันธ์ในความรักเป็นชีวิตที่มีความสุขยั่งยืน ไม่สามารถทำได้ง่ายๆหากไม่เข้าใจ จึงมีคนที่จะต้องยอมรับบทชีวิตเป็นคนโสดที่ยังคงจะต้องปรับเปลี่ยนความคิดเรื่องความรักในแบบคนรักได้เพียงตัวเอง

ประเทศมีคนจนเยอะแยะมากมาย ก็ไม่ค่อยมีอะไรมีคุณภาพมาขายให้คนมีเงินมาก แม้แต่แรงงานการทำงานก็ไม่ค่อยมีฝีมือดีจากการฝึกพัฒนาที่มีคุณภาพมากเท่าคนรวยมีโอกาสใช้ทรัพยาการสำหรับพัฒนาชีวิต แม้แต่โอกาสจะได้ใช้ทรัพยากรบุคคลที่จะฝึก ไม่รู้หรอกถ้าไม่มีประสบการณ์ทำงานว่าคนรวยเขามีอะไรมากกว่าได้ยังไงมีคุณภาพทำงานดีขนาดไหน แต่คนจนทำงานอะไรล่ะถึงดูจะล้มละลายขนาดนั้น คนเรียนหนังสือมากบางคนก็ไม่ได้อยากเป็นคนอาชีพที่เรียนสายตรง แต่คนบางคนเขาเรียนเพื่อให้ชีวิตได้รู้ความหมายของการเป็นคนอาชีพนั้น และสามารถทำงานคิด วิเคราะห์แยกแยะเรื่องอะไรต่างๆเกี่ยวกับอาชีพนั้น ได้อย่างมีความรู้ควมเข้าว่าดีหรือไม่ดียังไง

คนจนกับคนรวยใช้เงินเท่ากันและเหลื่มล้ำในบางครั้ง แต่ออปชั่นในอาชีพทำให้มีรายได้ไม่เท่ากัน คนจนคนรวยใช้เงินแบบเดียวกันทั้งประเทศ
แต่ประการใด คนจนคนรวยลงทุนผิดพลาดและสำเร็จไม่เท่ากัน เพราะไอคิวพัฒนาได้ต่อไม่เท่ากัน คนจะใช้เงินแล้วเป็นยังไง
ก็แล้วแต่คุณภาพของการเป็นนักลงทุน จะใช้อะไรบ้างล่ะถ้ายังต้องใช้อีกเยอะ ก็ต้องเสียเงินเยอะขึ้น
มีชีวิตยังหายใจ อย่าคิดเพียงว่าชีวิตสำเร็จเป็นจุดจบทุกอย่างแล้ว คนก้าวหน้าในอาชีพไหนแล้วก็มีโอกาสคิดถูกหรือคิดผิดได้ทั้งนั้น
ค่อยๆทำความเข้าใจก็จะเกิดปัญญา คนมีปัญญาหาเงินให้พอเสียไปเยอะมากก็คือคนรวยที่มีสิทธิในการทำงานนั้น แม้จะทำงานด้วยการลงทุนหรือทำงานด้วยการใช้แรงงาน ถ้าคนอยากจะให้คนไหนเป็นคนทำงาน แต่ก็ต้องจ้างงานด้วยเงินเหมาะสม แม้จะมีภาระหน้าที่อะไรๆ มีงานสำคัญอะไรๆ แต่ทุกคนต่างไม่ชอบความเครียดและมักจะหาโอกาสออกจากความเครียดให้มากที่สุด

มีใครเห็นด้วยหรือเห็นต่างยังไง ก็เชิญคอมเม้นต์ตามความเข้าใจได้ครับ
แม้จะมีความคิดว่าอาชีพไหนดีแตกต่างกันในทัศนคติ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่