Love is all around : A fairytale wedding under the Italian sun.
สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ ปุ๊กกี้จากอิตาลีอีกละ ช่วงนี้ขยันมาเขียนกระทู้มาก เหตุก็เพราะว่าเข้าสู่ฤดูร้อนเต็มตัวแล้ว ดิฉันก็ออกนอกบ้านไปมีกิจกรรมโน่นนี่เยอะแยะไปหมด ก็เลยมีเรื่องมาเล่ามากขึ้น ล่าสุดวันเสาร์ที่ผ่านมานี่เอง ไปร่วมงานแต่งงานมาค่ะ เป็นงานของเพื่อนสาวชาวอิตาเลียน ที่ได้รู้จักกันเพราะเราได้ไปร่วมทริปเที่ยวสเปนด้วยกันสองสามครั้ง ตามด้วยเกาะซิชิลีอีกหนนึง แล้วบางทีก็นัดดื่มไวน์ กินข้าวกันเป็นแก๊งค์ใหญ่ๆ คือเป็นเพื่อนที่ทำงานของคุณสามีค่ะ แต่ดิฉันก็ไปจอยกับเค้าได้ เพราะว่าศีลเสมอกัน เลยอยู่ด้วยกันได้ วันนี้ดิฉันจึงได้หัวข้อเรื่องงานแต่งงานในอิตาลีทางตอนเหนือ ว่ามันเป็นอย่างไร เค้าจัดกันยังไง แตกต่างจากไทยมากแค่ไหน มาค่ะ ดิฉันพร้อมจะเล่าให้ฟังละ
การจัดงานแต่งงานของชาวอิตาเลียนทางตอนเหนือ (ทางภาคใต้อาจแตกต่างกันไปบ้าง)
-แต่งในโบสถ์ (Matrimonio in cheisa)
- แต่งที่สำนักงานว่าการเทศบาล Comune (Matrimonio civile)
(หรือสถานที่ด้านนอกที่ได้รับอนุญาต แต่ต้องมี Sindaco นายกเทศมนตรีหรือตัวแทนอย่างเป็นทางการมาทำพิธีให้)
ไม่ว่าแต่งที่ไหน ทั้งสองที่ถือว่า เป็นการแต่งงานและจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฏหมายค่ะ
การแต่งงานในโบสถ์คาทอลิกมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดมากกว่า เช่น ทั้งคู่ต้องผ่านการอบรมการใช้ชีวิตคู่ของโบสถ์ ต้องมีเอกสารรับรองศีลจุ่ม และหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเคยหย่าร้างมา การจะแต่งงานในโบสถ์คาทอลิกซ้ำอีกครั้งเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก (หากว่าตอนนี้มันง่ายขึ้น ใครมีข้อชี้แนะ เพิ่มเติมมาได้เลยค่ะ)
ส่วนงานของเจ้าสาวเจ้าบ่าวคู่นี้ แต่งกันที่สวนของร้านอาหารที่เอาบ้านเก่ามาปรับปรุง เดี๋ยวจะให้ดูรูปกันค่ะ โดยการเชิญนายกเทศมนตรี คาดสายสะพายลายธงชาติอิตาลีมาทำพิธี อ่านข้อกฎหมายแพ่ง และเป็นพยานอย่างเป็นทางการในการจดทะเบียนสมรสของคู่บ่าวสาว การกล่าวคำสาบานตน หรือ Wedding Vows และประโยคพูดนี้ก็จะไม่มีรูปแบบที่ตายตัวเหมือนในโบสถ์คาทอลิก อาจมีเพิ่มหรือลดบางคำได้
เริ่มต้นพิธีด้วยการที่เจ้าสาวเดินมาที่แท่นทำพิธี เพื่อนของดิฉัน พ่อเค้าได้เสียชีวิตไปแล้ว หน้าที่นี้เลยตกเป็นของหลานชายวัยรุ่นสองคนของเธอไป เดินขนาบซ้ายขวามาเลย และมีลูกสาวของเพื่อนเจ้าสาวมาเล่นไวโอลินให้ด้วย น่ารักสุดๆ
แล้วท่านนายกเทศมนตรีก็เริ่มต้นพูดต้อนรับบ่าวสาว ผู้มาร่วมงาน... บลาๆๆ และเริ่มถามประโยคที่ว่า มีใครไม่ยินดี ไม่อยากให้งานแต่งนี้เกิดขึ้นบ้าง จู่ๆหลานชายตัวเล็กๆของเจ้าบ่าวก็ดันพูดโพล่งไปว่า Io (ผม) ฮากันทั้งงาน เป็นการแย่งซีนที่น่าประทับใจจริงๆ เจ้าเด็กน้อยเอ๋ย
ท่านนายกเทศมนตรีก็ถามบ่าวาสาวต่อว่า
คุณ...ต้องการรับคุณ...เป็นสามี/ภรรยาหรือไม่ ก็ตอบรับว่า Sì, lo voglio คือ Yes, I do. ในภาคภาษาอังกฤษ
หลังจากนั้น บ่าวสาวก็ผลัดกันพูดประโยคนี้
ภาษาอิตาเลียน : Io, [ชื่อผู้พูด], accolgo te, [ชื่อคนรัก], come mia sposa/mio sposo. Prometto di esserti fedele sempre, nella gioia e nel dolore, nella salute e nella malattia, e di amarti e onorarti tutti i giorni della mia vita.
ภาษาไทย : ผม/ดิฉัน (ชื่อ...) ขอรับคุณ (ชื่อ...) เป็นภรรยา/สามี และขอสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยไข้และสบายดี เพื่อรักและยกย่องให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่
จบด้วยการแลกแหวนแต่งงาน ผู้เชิญแหวนแต่งงาน ก็เป็นหลานสองคนของเจ้าบ่าว หนึ่งในนั้นคือคนที่พูดว่า Io ไม่เห็นด้วยกับงานแต่งคนนั้นแหละ 555
บทพูดตอนสวมแหวนคือ
[ชื่อคนรัก], ricevi questo anello, segno del mio amore e della mia fedeltà.
บ่าวสาวเค้ากล่าวแค่นี้ แต่ในโบสถ์เพิ่มเติมประโยคด้านล่างค่ะ
Nel nome del Padre, del Figlio e dello Spirito Santo.
ในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระจิต
ประโยคด้านบนนั้น...คู่ของดิฉันได้ผ่านการพูดมาแล้ว 20 ปี และคำสาบานในวันนั้น ยังคงชัดเจนทุกคำพูดทุกการกระทำจนถึงทุกวันนี้ ^__^
รูปบุคคลขอใส่สองรูปแค่นี้นะคะ ดิฉันไม่ค่อยชอบใส่รูปคนนัก กลัวจะละเมิดความเป็นส่วนตัว แต่ถ้าไม่ใส่เลยก็กลัวมองไม่เห็นภาพโดยรวมอีก
จบพิธีบ่าวสาวเดินผ่านพวกเรา ก็สาดกลีบดอกไม้ใส่ แทนข้าวสาร ปกติเค้านิยมสาดข้าวสารนะ แต่งานนี้สงสัยไม่อยากเอาของกินมาสาดเล่น ก็ดีนะคะ
หลังจากนั้น ก็ถึงเวลาดื่มกินกันแล้วค่ะ งานนี้ทำพิธีตอน 11.30 พอเที่ยงวันก็เริ่มดื่ม Aperitivo เครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย กับบรรดาของกินเล่นๆ ที่มีมากมายหลายเมนู ท่ามกลางสวนที่ตกแต่งด้วยเต๊นท์ โต๊ะ เก้าอี้สีขาว ดอกไม้งานนี้เจ้าสาวเลือกโทนสีขาวเขียว สวยหรู ดูดี แขกในงานไม่ถึง 60 คน มีแค่ญาติสนิท มิตรสหายคนใกล้ชิดเท่านั้น ไม่มีแขกที่ไม่รู้จัก ไม่เชิญคนทั้งหมู่บ้านหรือทั้งเภอ ^__^ ซึ่งดิฉันเห็นด้วยมากว่า จัดงานเล็กๆแบบนี้ดีกว่า ดูอบอุ่นดี บ่าวสาวมาทักทาย ถ่ายรูปกับแขกได้ครบถ้วน ไม่เหนื่อยจนเกินไป ตอนหลังบ่าวสาวยังมีแรงออกมาแด๊นซ์กันที่ฟลอร์ ดิฉันไม่ได้ออกร่วมแจมกับเค้านะคะ รองเท้าคู่ใหม่กัดค่ะ ไม่น่าเล้ย รู้งี้ใส่คู่เก่าหรือเอาผ้าใบสักคู่สำรองไปด้วยก็ดี
มาดูรูปอาหารเรียกน้ำย่อยกันค่ะ จัดเป็นบุฟเฟ่ต์ กินตรงนี้ก็อิ่มแปร้แล้ว พอตอนบ่ายสองโมง มูฟไปกินในร้านอาหารด้านในอีก
มีเมนูบอกรายการของกินเล่น เรียกน้ำย่อย
จานนี้คุณสามีตักมา แบ่งกันกินกับดิฉัน เครื่องดื่ม ดิฉันเลือกค๊อกเทลสปริซท์ น้ำสีส้มๆนั่น
คุณสามีเลือกไวน์ขาว คือเครื่องดื่มจัดก็เต็ม อยากดื่มอะไร บอกบาริสต้าได้เลยค่ะ
buffala ชีสกับมะเขือเทศสด เมนูเจ้าประจำ แทบทุกงานต้องเจอเมนูนี้
ผักรวมมิตรย่าง
เนื้ออบสใลด์
มินิแซนวิชไข่
ดอกไม้ โทนสีขาวเขียว
คีซอบ (ผัก ไข่ ครีมชีส)
มะเขือเทศสดปั่น ถ้วยนี้ได้กลิ่นกระเทียมโด่งออกมาเลยค่ะ ตามสูตรมันต้องใส่อ่ะนะ
อาหารจานรวมมิตรทะเล
ดิฉันตักกินสองรอบ คู่ไวน์ขาวเย็นๆ มันเข้ากันค่ะ
ความจริงมีอาหารอีกหลายรายการ ดิฉันถ่ายรูปและชิมไม่หมด กลัวอิ่มซะก่อน แล้วเดี๋ยวจะกินอาหารจานหลักไม่ได้อีก
เดี๋ยวมาต่อนะคะ พาสร้อยไปเดินเล่นแป๊บนึงค่ะ
ปิดท้ายตรงนี้กับช่อบูเก้ของเจ้าสาว ในงานมีการโยนดอกไม้ และน้องคนสวยคนนึง ก็แย่งมาได้ แย่งเสร็จมีการเอาไปโชว์ให้แฟนหนุ่มดูด้วย ^__^
ดิฉันขอมาถ่ายรูปหน่อยซิ
เดี๋ยวมาต่อนะคะ
เล่าสู่กันฟัง ณ อิตาลี...A fairytale wedding under the Italian sun.