หลักปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์: การปฏิรูปการเมืองผ่านการสร้างฉันทามติและการมีส่วนร่วมของประชาชน และ บทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ หลักปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ในฐานะหลักการที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปการเมือง การสร้างฉันทามติ และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมุ่งศึกษาบทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในการออกแบบและขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูปประเทศในช่วง พ.ศ. [url=tel:2538-2540]2538–2540[/url]
บทความเสนอว่า การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 มิได้เป็นเพียงการปฏิรูปด้านการศึกษา หากแต่เป็นกลไกเชิงสถาบันที่ใช้สร้างฉันทามติของสังคมไทยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีการระดมความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ผู้ปกครอง ครู และประชาชนทั่วประเทศ จนเกิดผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ทั้งด้านการขยายโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาโรงเรียน และการจัดตั้งกลไกการมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่
บทความยังวิเคราะห์บทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรองประธานคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองและจัดทำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 โดยเสนอว่า ประสบการณ์จากการสร้างฉันทามติผ่านการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ได้กลายเป็นฐานสำคัญของการขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูปการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ บทความอภิปรายปัญหาของระบบราชการไทยในการบันทึกประวัติศาสตร์นโยบายสาธารณะและการให้เครดิตแก่ผู้มีบทบาทสำคัญในการออกแบบและผลักดันการปฏิรูป ซึ่งอาจส่งผลให้กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์ความสำเร็จของประเทศขาดความต่อเนื่อง และทำให้การถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงนโยบายสู่คนรุ่นหลังเป็นไปได้อย่างจำกัด
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า หลักปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ สามารถอธิบายการปฏิรูปการเมืองผ่านการสร้างฉันทามติและการมีส่วนร่วมของประชาชนได้อย่างเป็นระบบ โดยมองว่าการลงทุนด้านการศึกษา การกระจายอำนาจ และการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เป็นรากฐานของการสร้างประชาธิปไตยที่มั่นคง การพัฒนาทุนมนุษย์ และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งยังเสนอว่าการศึกษาบทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล บนพื้นฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์ มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์การปฏิรูปประเทศไทยและการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการปฏิรูปโครงสร้างในบริบทของสังคมไทย.
การปฏิรูปการเมืองผ่านการสร้างฉันทามติและการมีส่วนร่วมของประชาชน และ บทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ หลักปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ ในฐานะหลักการที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปการเมือง การสร้างฉันทามติ และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมุ่งศึกษาบทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในการออกแบบและขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูปประเทศในช่วง พ.ศ. [url=tel:2538-2540]2538–2540[/url]
บทความเสนอว่า การอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 มิได้เป็นเพียงการปฏิรูปด้านการศึกษา หากแต่เป็นกลไกเชิงสถาบันที่ใช้สร้างฉันทามติของสังคมไทยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ภายใต้การนำของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีการระดมความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ผู้ปกครอง ครู และประชาชนทั่วประเทศ จนเกิดผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ทั้งด้านการขยายโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาโรงเรียน และการจัดตั้งกลไกการมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่
บทความยังวิเคราะห์บทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรองประธานคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองและจัดทำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 โดยเสนอว่า ประสบการณ์จากการสร้างฉันทามติผ่านการอภิวัฒน์การศึกษา พ.ศ. 2538 ได้กลายเป็นฐานสำคัญของการขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูปการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ บทความอภิปรายปัญหาของระบบราชการไทยในการบันทึกประวัติศาสตร์นโยบายสาธารณะและการให้เครดิตแก่ผู้มีบทบาทสำคัญในการออกแบบและผลักดันการปฏิรูป ซึ่งอาจส่งผลให้กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์ความสำเร็จของประเทศขาดความต่อเนื่อง และทำให้การถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงนโยบายสู่คนรุ่นหลังเป็นไปได้อย่างจำกัด
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า หลักปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์ สามารถอธิบายการปฏิรูปการเมืองผ่านการสร้างฉันทามติและการมีส่วนร่วมของประชาชนได้อย่างเป็นระบบ โดยมองว่าการลงทุนด้านการศึกษา การกระจายอำนาจ และการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เป็นรากฐานของการสร้างประชาธิปไตยที่มั่นคง การพัฒนาทุนมนุษย์ และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งยังเสนอว่าการศึกษาบทบาทของ ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล บนพื้นฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์ มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์การปฏิรูปประเทศไทยและการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการปฏิรูปโครงสร้างในบริบทของสังคมไทย.