สวัสดีค่ะพี่ๆ พอดีหนูกำลังเตรียมยื่น Student Visa Australia ช่วงปลายปีนี้(2026)เลยอยากขอคำแนะนำจากพี่ ๆ ที่เคยยื่นหรือกำลังเรียนอยู่ที่ออสเตรเลียค่ะ
ข้อมูลของหนูมีประมาณนี้ (อายุ22)
•ปี 2023 จบ ปวช. สาขาธุรกิจอาหาร (ทวิภาคี) GPA 3.72
•ปี 2024-2025 ไปเรียนภาษาจีนที่ประเทศจีน 1 ปี (เคยเรียนภาษาจีนตั้งแต่ ม.ปลายมาก่อน จึงไปต่อยอดเป็นภาษาที่ 2)
•วางแผนสอบ PTE เดือนตุลาคมนี้ (ภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง กำลังเตรียมตัวเต็มที่)
•คุณพ่อเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเรียน และเตรียม Statement ประมาณ 800,000 บาทขึ้นไป
•หนูผ่าหลังดามเหล็กปี2025-2026 หมอให้พักฟื้น1ปี แต่ระหว่างนี้หนูช่วยงานที่ธุรกิจของครอบครัวที่จดทะเบียนการค้าค่ะ เน้นทำงานเบาๆเรื่องเอกสารไม่หนัก เดือนกันยายนนี้จะคบรอบพักฟื้น1ปีค่ะ นั้นเป็นเหตุผลที่จะยื่นวีซ่าช่วงธันวาคมนี้
แผนการเรียน
•เรียน General English 6 เดือน
•จากนั้นต่อ Diploma of Hospitality Management ประมาณ 2 ปี
เหตุผลที่เลือกเรียน
เพราะอยากพัฒนาภาษาอังกฤษ และต่อยอดจากพื้นฐานด้านธุรกิจอาหารเข้าสู่อุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการ โดยตั้งใจนำความรู้กลับมาพัฒนาสายอาชีพในประเทศไทย
ความผูกพันกับประเทศไทย
ภาระทางการแพทย์
•หนูผ่าหลัง ผ่าตัดกระดูกสันหลัง ต้องติดตามผลการรักษาทุกปี และในปี 2030 ต้องกลับมาเอาเหล็กที่หลังออก
ภาระผูกพันทางทรัพย์สิน ในไทย
•ร้านอุปกรณ์การเกษตร จำนวน 6 คูหา (จดทะเบียนการค้า และจดกรรมสิทธิ์ร่วมกับบิดาและมารดา)
•รถยนต์ 1 คัน (กรรมสิทธิ์เป็นชื่อของดิฉัน)
•ที่นา 14 ไร่ (กรรมสิทธิ์เป็นชื่อของดิฉัน)
สิ่งที่หนูอยากสอบถามพี่ ๆ คือ
1. จากข้อมูลทั้งหมดนี้ พี่ ๆ คิดว่าเคสของหนูมีความเสี่ยงเรื่องวีซ่ามากไหม
2. มีจุดไหนที่ควรปรับหรือเพิ่มเอกสาร เพื่อให้การยื่นวีซ่าดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
3. Statement of Purpose ควรเน้นประเด็นไหนเป็นพิเศษ
4. หากคะแนน PTE ออกมาไม่สูงมาก(ค่อนข้างต่ำ) แต่โรงเรียนตอบรับแล้ว จะส่งผลต่อการพิจารณาวีซ่ามากน้อยแค่ไหน
5. มีพี่ ๆ คนไหนเคยยื่นเคสลักษณะใกล้เคียงกับหนูแล้วผ่านบ้างไหม อยากขอคำแนะนำจากประสบการณ์จริงค่ะ
ขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนล่วงหน้ามากนะคะ 🙏
รบกวนพี่ ๆ ช่วยดูแผนยื่นวีซ่าเรียนออสเตรเลียให้หน่อยค่ะ มีอะไรควรแก้ไหมคะต้องเตรียมอะไรเพิ่มไหมคะพี่ๆ
ข้อมูลของหนูมีประมาณนี้ (อายุ22)
•ปี 2023 จบ ปวช. สาขาธุรกิจอาหาร (ทวิภาคี) GPA 3.72
•ปี 2024-2025 ไปเรียนภาษาจีนที่ประเทศจีน 1 ปี (เคยเรียนภาษาจีนตั้งแต่ ม.ปลายมาก่อน จึงไปต่อยอดเป็นภาษาที่ 2)
•วางแผนสอบ PTE เดือนตุลาคมนี้ (ภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง กำลังเตรียมตัวเต็มที่)
•คุณพ่อเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเรียน และเตรียม Statement ประมาณ 800,000 บาทขึ้นไป
•หนูผ่าหลังดามเหล็กปี2025-2026 หมอให้พักฟื้น1ปี แต่ระหว่างนี้หนูช่วยงานที่ธุรกิจของครอบครัวที่จดทะเบียนการค้าค่ะ เน้นทำงานเบาๆเรื่องเอกสารไม่หนัก เดือนกันยายนนี้จะคบรอบพักฟื้น1ปีค่ะ นั้นเป็นเหตุผลที่จะยื่นวีซ่าช่วงธันวาคมนี้
แผนการเรียน
•เรียน General English 6 เดือน
•จากนั้นต่อ Diploma of Hospitality Management ประมาณ 2 ปี
เหตุผลที่เลือกเรียน
เพราะอยากพัฒนาภาษาอังกฤษ และต่อยอดจากพื้นฐานด้านธุรกิจอาหารเข้าสู่อุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการ โดยตั้งใจนำความรู้กลับมาพัฒนาสายอาชีพในประเทศไทย
ความผูกพันกับประเทศไทย
ภาระทางการแพทย์
•หนูผ่าหลัง ผ่าตัดกระดูกสันหลัง ต้องติดตามผลการรักษาทุกปี และในปี 2030 ต้องกลับมาเอาเหล็กที่หลังออก
ภาระผูกพันทางทรัพย์สิน ในไทย
•ร้านอุปกรณ์การเกษตร จำนวน 6 คูหา (จดทะเบียนการค้า และจดกรรมสิทธิ์ร่วมกับบิดาและมารดา)
•รถยนต์ 1 คัน (กรรมสิทธิ์เป็นชื่อของดิฉัน)
•ที่นา 14 ไร่ (กรรมสิทธิ์เป็นชื่อของดิฉัน)
สิ่งที่หนูอยากสอบถามพี่ ๆ คือ
1. จากข้อมูลทั้งหมดนี้ พี่ ๆ คิดว่าเคสของหนูมีความเสี่ยงเรื่องวีซ่ามากไหม
2. มีจุดไหนที่ควรปรับหรือเพิ่มเอกสาร เพื่อให้การยื่นวีซ่าดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
3. Statement of Purpose ควรเน้นประเด็นไหนเป็นพิเศษ
4. หากคะแนน PTE ออกมาไม่สูงมาก(ค่อนข้างต่ำ) แต่โรงเรียนตอบรับแล้ว จะส่งผลต่อการพิจารณาวีซ่ามากน้อยแค่ไหน
5. มีพี่ ๆ คนไหนเคยยื่นเคสลักษณะใกล้เคียงกับหนูแล้วผ่านบ้างไหม อยากขอคำแนะนำจากประสบการณ์จริงค่ะ
ขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนล่วงหน้ามากนะคะ 🙏