ในอดีต มีสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า AI กับ Robotics คือสิ่งเดียวกัน
แต่จริงๆ 2 สิ่งนี้ ไม่เหมือนกันเลย
AI = ปัญญาประดิษฐ์ซึ่งจะมาในรูปแบบ Software หรือ Robotics ก็ได้
Robotics = เครื่องจักรที่สามารถเคลื่อนไหวและปฏิบัติงานได้ ซึ่งจะมาในรูปแบบมี AI หรือไม่มี AI ก็ได้
AI ในปัจจุบันนี้
เช่น ChatGPT , Gemini และแอปพลิเคชั่นคำนวณและคิดวิเคราะห์ในการทำงานต่างๆ
จะเรียกว่า “AI รูปแบบ Software” หรือ “Software AI” ครับ
ซึ่งการมาของ Software AI นี้ มีต้นทุนที่ถูกมาก ส่งผลกระทบกับคนทำงานคอปกขาวโดยตรงพอสมควร
โดยในอดีต คนมักจะเข้าใจผิดว่า ถ้าอนาคต AI เข้ามา คนที่จะได้รับผลกระทบ คือคนทำงานคอปกน้ำเงิน
เพราะภาพจำในหัวของหลายคนนั้นคิดว่า
AI คือ หุ่นยนต์ที่สามารถคิดวิเคราะห์และปฏิบัติงานเหมือนคน และส่วนใหญ่ไม่ได้นึกถึงว่า AI จะมาในรูปแบบ Software เลย
งานคอปกขาว (White-collar worker)
หมายถึง งานที่ใช้ทักษะในการทำงานเป็นหลัก
แบ่งเป็น 6 กลุ่ม
1. กลุ่มบริหารและจัดการ
2. กลุ่มธุรกิจ การเงิน และธุรการ
3. กลุ่มวิชาชีพเฉพาะทาง
4. กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล
5. กลุ่มการศึกษา สื่อสาร และงานสร้างสรรค์
6. กลุ่มราชการ นโยบาย และองค์กร
กลุ่มนี้ ในปัจจุบันได้รับผลกระทบจาก AI มากพอสมควร บริษัทต่างๆในตอนนี้เริ่มใช้ AI ทำงานแทนในตำแหน่งงานที่ใช้ทักษะขั้นพื้นฐานกันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลทำให้บริษัทต่างๆ ลดคนหรือไม่รับเพิ่ม
แล้วมันกระทบยังไงในแต่ละสายงานของกลุ่มคอปกขาว เช่น…..
1. งานบัญชี
ตอนนี้ AI สามารถ : บันทึกบัญชี , ตรวจเอกสาร , ออกงบ , วิเคราะห์เบื้องต้น
จุดที่ยังต้องใช้คนอยู่ : ตรวจสอบบัญชีเชิงลึก , รับผิดชอบการลงนามรับรอง
2. ธุรการ/เลขานุการ
ตอนนี้ AI สามารถ : นัดหมาย , สรุปประชุม , ร่างอีเมล , คีย์ข้อมูล , จัดการเอกสาร
จุดที่ยังต้องใช้คนอยู่ : ประสานงานระหว่างคน , งานรับผิดชอบทางกฎหมาย , การดูแลผู้บริหาร
3. นิเทศศาสตร์
ตอนนี้ AI สามารถ : เขียนข่าว , ตัดต่อ , ทำภาพ , ผลิต Content
จุดที่ยังต้องใช้คนอยู่ : สัมภาษณ์ , กำกับการผลิต , วางแผนกลยุทธ์สื่อ
4. นิติศาตร์/กฎหมาย
ตอนนี้ AI สามารถ : ค้นกฎหมาย , สรุปคำพิพากษา , ร่างสัญญา , ตรวจเอกสาร
จุดที่ยังต้องใช้คนอยู่ : ว่าความ , เจรจาคดี , รับผิดชอบความเห็นทางกฎหมาย
5. วิศวกรรม
ตอนนี้ AI สามารถ : เขียนโค้ด , จำลองแบบ , วิเคราะห์ข้อมูล , คำนวณโครงสร้างเบื้องต้น , เขียนแบบ CAD บางส่วน
จุดที่ยังต้องใช้คนอยู่ : ออกแบบระบบจริง , ตรวจหน้างาน , ควบคุมการก่อสร้าง , รับรองแบบ , แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
6. โปรแกรมเมอร์/ไอที
ตอนนี้ AI สามารถ : เขียนโค้ด , Debug , เขียน Unite test , Decumentation , Refactor
จุดที่ต้องใช้อยู่ : ออกแบบระบบ , ออกแบบ Architecture , ความปลอดภัย , ตัดสินใจด้านเทคนิค
และยังมีสายงานกลุ่มนี้อื่นๆอีกด้วยเช่นกัน
และแน่นอน ผลกระทบที่จะตามมา
นั่นก็คือ บริษัทและองค์กรต่างๆจะลดจำนวนพนักงานลง หรือไม่รับเพิ่ม แต่ไม่ใช่ว่าอาชีพเหล่านี้จะหายไป
แต่ที่แน่ๆ สายงานกลุ่มนี้ที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในยุค AI นั่นก็คือ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ต่างๆ เช่น แพทย์ พยาบาล นักกายภาพ เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ ฯลฯ
งานคอปกน้ำเงิน (Blue-collar worker)
หมายถึง งานที่ใช้แรงทางกายภาพในการทำงานตรงหน้างานเป็นหลัก
แบ่งเป็น 6 กลุ่ม
1. กลุ่มช่างฝีมือและเทคนิค
2. กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมและการผลิต
3. กลุ่มงานบริการและดูแล
4. กลุ่มงานขนส่งและโลจิสติกส์
5. กลุ่มงานก่อสร้าง เหมืองแร่ พลังงาน และสาธารณูปโภค
6. กลุ่มงานเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง
ลักษณะงาน เป็นงานที่ลงหน้างานจริง และใช้ทักษะทางกายภาพ
ซึ่ง Software AI ไม่สามารถทำได้
และเป็นเรื่องยากมากพอสมควร ที่ในปัจจุบันนี้จะใช้ Robotics รูปแบบ AI (Robotics AI) มาลงทุนทำงานแทนกลุ่มงานเหล่านี้ เพราะ….
1. ต้นทุนการลงทุน การติดตั้ง และการบำรุงรักษาสูง
2. ความยืดหยุ่นในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมจริงยังน้อยกว่ามนุษย์
3. งานจำนวนมากต้องใช้ความคล่องตัว การประสานงานของมือและสายตา รวมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
4. ในหลายกรณี การใช้แรงงานมนุษย์ยังมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า
5. งานภาคสนามหลายประเภทมีสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน ทำให้การใช้หุ่นยนต์ทำงานได้ยาก
6. งานบริการ ยังต้องคนในการบริการเพื่อสร้างความประทับใจและความอบอุ่นต่อลูกค้า เพราะเป็นมนุษย์ด้วยกันจริงๆ
ตัวอย่างเช่น
- ช่างไฟฟ้าไปซ่อมระบบในบ้านแต่ละหลังไม่เหมือนกัน
- ช่างประปาเจอหน้างานจริงที่คาดเดาไม่ได้
- คนงานก่อสร้างต้องเดินบนพื้นที่ไม่เรียบ
- คนเก็บผลไม้ต้องแยกผลสุก–ไม่สุกจากรูปร่างและสัมผัส
- คนขับรถส่งของต้องรับมือกับสภาพจราจรและสถานการณ์เฉพาะหน้า
- พนักงานฝ่ายผลิตและประกอบในโรงงานอุตสาหกรรม ถึงแม้จะมีหลายหน้างาน สามารถใช้ Robot ในกระบวนการผลิตได้ แต่มีหลายจุดงานที่ยังต้องใช้คนอยู่ เช่น ร้อยสายเคเบิล , มัดสายไฟ , ใส่โอริง , ติดเทป , ประกอบชิ้นส่วนเล็กๆและซับซ้อนมาก ฯลฯ
สรุป
Software AI มีต้นทุนที่ถูกกว่า Robotics กับ Robotics AI มาก
จึงส่งผลทำให้กลุ่มงานคอปกขาวได้รับผลกระทบจากจุดนี้มากที่สุด เช่น การลดจำนวนพนักงาน ไม่รับคนเพิ่ม ของบริษัทและองค์กรต่างๆมากขึ้น
ในขณะที่ Robotics กับ Robotics AI ยังมีต้นทุนสูงมาก จึงทำให้ตอนนี้ งานคอปกน้ำเงินต่างๆ ได้รับผลกระทบในยุค Software AI น้อยมาก
การที่บริษัทจะติดตั้ง Robotics หรือ Robotics AI มาแทนแรงงานคนในตอนนี้ มักจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า
วิเคราะห์!! AI ส่งผลกระทบต่อกลุ่มคนทำงานคอปกขาว มากกว่ากลุ่มคอปกน้ำเงิน
แต่จริงๆ 2 สิ่งนี้ ไม่เหมือนกันเลย
AI = ปัญญาประดิษฐ์ซึ่งจะมาในรูปแบบ Software หรือ Robotics ก็ได้
Robotics = เครื่องจักรที่สามารถเคลื่อนไหวและปฏิบัติงานได้ ซึ่งจะมาในรูปแบบมี AI หรือไม่มี AI ก็ได้
AI ในปัจจุบันนี้
เช่น ChatGPT , Gemini และแอปพลิเคชั่นคำนวณและคิดวิเคราะห์ในการทำงานต่างๆ
จะเรียกว่า “AI รูปแบบ Software” หรือ “Software AI” ครับ
ซึ่งการมาของ Software AI นี้ มีต้นทุนที่ถูกมาก ส่งผลกระทบกับคนทำงานคอปกขาวโดยตรงพอสมควร
โดยในอดีต คนมักจะเข้าใจผิดว่า ถ้าอนาคต AI เข้ามา คนที่จะได้รับผลกระทบ คือคนทำงานคอปกน้ำเงิน
เพราะภาพจำในหัวของหลายคนนั้นคิดว่า
AI คือ หุ่นยนต์ที่สามารถคิดวิเคราะห์และปฏิบัติงานเหมือนคน และส่วนใหญ่ไม่ได้นึกถึงว่า AI จะมาในรูปแบบ Software เลย
งานคอปกขาว (White-collar worker)
หมายถึง งานที่ใช้ทักษะในการทำงานเป็นหลัก
แบ่งเป็น 6 กลุ่ม
1. กลุ่มบริหารและจัดการ
2. กลุ่มธุรกิจ การเงิน และธุรการ
3. กลุ่มวิชาชีพเฉพาะทาง
4. กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล
5. กลุ่มการศึกษา สื่อสาร และงานสร้างสรรค์
6. กลุ่มราชการ นโยบาย และองค์กร
กลุ่มนี้ ในปัจจุบันได้รับผลกระทบจาก AI มากพอสมควร บริษัทต่างๆในตอนนี้เริ่มใช้ AI ทำงานแทนในตำแหน่งงานที่ใช้ทักษะขั้นพื้นฐานกันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลทำให้บริษัทต่างๆ ลดคนหรือไม่รับเพิ่ม
แล้วมันกระทบยังไงในแต่ละสายงานของกลุ่มคอปกขาว เช่น…..
1. งานบัญชี
ตอนนี้ AI สามารถ : บันทึกบัญชี , ตรวจเอกสาร , ออกงบ , วิเคราะห์เบื้องต้น
จุดที่ยังต้องใช้คนอยู่ : ตรวจสอบบัญชีเชิงลึก , รับผิดชอบการลงนามรับรอง
2. ธุรการ/เลขานุการ
ตอนนี้ AI สามารถ : นัดหมาย , สรุปประชุม , ร่างอีเมล , คีย์ข้อมูล , จัดการเอกสาร
จุดที่ยังต้องใช้คนอยู่ : ประสานงานระหว่างคน , งานรับผิดชอบทางกฎหมาย , การดูแลผู้บริหาร
3. นิเทศศาสตร์
ตอนนี้ AI สามารถ : เขียนข่าว , ตัดต่อ , ทำภาพ , ผลิต Content
จุดที่ยังต้องใช้คนอยู่ : สัมภาษณ์ , กำกับการผลิต , วางแผนกลยุทธ์สื่อ
4. นิติศาตร์/กฎหมาย
ตอนนี้ AI สามารถ : ค้นกฎหมาย , สรุปคำพิพากษา , ร่างสัญญา , ตรวจเอกสาร
จุดที่ยังต้องใช้คนอยู่ : ว่าความ , เจรจาคดี , รับผิดชอบความเห็นทางกฎหมาย
5. วิศวกรรม
ตอนนี้ AI สามารถ : เขียนโค้ด , จำลองแบบ , วิเคราะห์ข้อมูล , คำนวณโครงสร้างเบื้องต้น , เขียนแบบ CAD บางส่วน
จุดที่ยังต้องใช้คนอยู่ : ออกแบบระบบจริง , ตรวจหน้างาน , ควบคุมการก่อสร้าง , รับรองแบบ , แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
6. โปรแกรมเมอร์/ไอที
ตอนนี้ AI สามารถ : เขียนโค้ด , Debug , เขียน Unite test , Decumentation , Refactor
จุดที่ต้องใช้อยู่ : ออกแบบระบบ , ออกแบบ Architecture , ความปลอดภัย , ตัดสินใจด้านเทคนิค
และยังมีสายงานกลุ่มนี้อื่นๆอีกด้วยเช่นกัน
และแน่นอน ผลกระทบที่จะตามมา
นั่นก็คือ บริษัทและองค์กรต่างๆจะลดจำนวนพนักงานลง หรือไม่รับเพิ่ม แต่ไม่ใช่ว่าอาชีพเหล่านี้จะหายไป
แต่ที่แน่ๆ สายงานกลุ่มนี้ที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในยุค AI นั่นก็คือ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ต่างๆ เช่น แพทย์ พยาบาล นักกายภาพ เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ ฯลฯ
งานคอปกน้ำเงิน (Blue-collar worker)
หมายถึง งานที่ใช้แรงทางกายภาพในการทำงานตรงหน้างานเป็นหลัก
แบ่งเป็น 6 กลุ่ม
1. กลุ่มช่างฝีมือและเทคนิค
2. กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมและการผลิต
3. กลุ่มงานบริการและดูแล
4. กลุ่มงานขนส่งและโลจิสติกส์
5. กลุ่มงานก่อสร้าง เหมืองแร่ พลังงาน และสาธารณูปโภค
6. กลุ่มงานเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง
ลักษณะงาน เป็นงานที่ลงหน้างานจริง และใช้ทักษะทางกายภาพ
ซึ่ง Software AI ไม่สามารถทำได้
และเป็นเรื่องยากมากพอสมควร ที่ในปัจจุบันนี้จะใช้ Robotics รูปแบบ AI (Robotics AI) มาลงทุนทำงานแทนกลุ่มงานเหล่านี้ เพราะ….
1. ต้นทุนการลงทุน การติดตั้ง และการบำรุงรักษาสูง
2. ความยืดหยุ่นในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมจริงยังน้อยกว่ามนุษย์
3. งานจำนวนมากต้องใช้ความคล่องตัว การประสานงานของมือและสายตา รวมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
4. ในหลายกรณี การใช้แรงงานมนุษย์ยังมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า
5. งานภาคสนามหลายประเภทมีสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน ทำให้การใช้หุ่นยนต์ทำงานได้ยาก
6. งานบริการ ยังต้องคนในการบริการเพื่อสร้างความประทับใจและความอบอุ่นต่อลูกค้า เพราะเป็นมนุษย์ด้วยกันจริงๆ
ตัวอย่างเช่น
- ช่างไฟฟ้าไปซ่อมระบบในบ้านแต่ละหลังไม่เหมือนกัน
- ช่างประปาเจอหน้างานจริงที่คาดเดาไม่ได้
- คนงานก่อสร้างต้องเดินบนพื้นที่ไม่เรียบ
- คนเก็บผลไม้ต้องแยกผลสุก–ไม่สุกจากรูปร่างและสัมผัส
- คนขับรถส่งของต้องรับมือกับสภาพจราจรและสถานการณ์เฉพาะหน้า
- พนักงานฝ่ายผลิตและประกอบในโรงงานอุตสาหกรรม ถึงแม้จะมีหลายหน้างาน สามารถใช้ Robot ในกระบวนการผลิตได้ แต่มีหลายจุดงานที่ยังต้องใช้คนอยู่ เช่น ร้อยสายเคเบิล , มัดสายไฟ , ใส่โอริง , ติดเทป , ประกอบชิ้นส่วนเล็กๆและซับซ้อนมาก ฯลฯ
สรุป
Software AI มีต้นทุนที่ถูกกว่า Robotics กับ Robotics AI มาก
จึงส่งผลทำให้กลุ่มงานคอปกขาวได้รับผลกระทบจากจุดนี้มากที่สุด เช่น การลดจำนวนพนักงาน ไม่รับคนเพิ่ม ของบริษัทและองค์กรต่างๆมากขึ้น
ในขณะที่ Robotics กับ Robotics AI ยังมีต้นทุนสูงมาก จึงทำให้ตอนนี้ งานคอปกน้ำเงินต่างๆ ได้รับผลกระทบในยุค Software AI น้อยมาก
การที่บริษัทจะติดตั้ง Robotics หรือ Robotics AI มาแทนแรงงานคนในตอนนี้ มักจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า