
คุณเคยคิดไหมครับว่า ถ้าเรามีเงินเก็บที่รัฐบาลลงขันให้ตั้งแต่ลืมตาดูโลก พอโตขึ้นมาเราจะมีเงินก้อนโตขนาดไหน?
วันที่ 4 กรกฎาคม 2026 นี้ (ซึ่งเป็นวันชาติฉลองครบรอบ 250 ปีของอเมริกาพอดี) รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังจะเปิดตัวโครงการที่มีชื่อว่า "Trump Accounts" ครับ มันคือกองทุนเงินออมเพื่ออนาคตของเด็กๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เด็กอเมริกันรุ่นใหม่มีเงินใช้ในระยะยาว เรามาดูกันแบบเข้าใจง่ายๆ กันครับว่าโครงการนี้ทำงานอย่างไร
1. รัฐบาลแจกเงินขวัญถุงให้ฟรีๆ 1,000 ดอลลาร์
เงื่อนไขง่ายมากครับสำหรับครอบครัวชาวอเมริกัน
• ใครได้บ้าง: เด็กอเมริกันที่เกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2025 ถึง 31 ธันวาคม 2028
• ได้เท่าไหร่: รัฐบาลจะให้เงินทุนประเดิมก้อนแรกฟรีๆ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท)
• เอาเงินมายังไง: พ่อแม่แค่ไปลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บสรรพากรของอเมริกา (IRS) เงินก็จะเข้าบัญชีของลูกโดยอัตโนมัติครับ
2. พ่อแม่พี่น้องช่วยกันหยอดกระปุกเพิ่มได้
นอกจากเงินที่รัฐบาลให้แล้ว คนในครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือแม้แต่บริษัทที่พ่อแม่ทำงานอยู่ ก็สามารถช่วยโอนเงินเข้ามาสมทบในบัญชีนี้ให้เด็กๆ ได้อีกด้วย โดยใส่เงินเพิ่มได้สูงสุด 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
3. กฎเหล็ก! เงินนี้ห้ามเอาไปซิ่ง ต้องลงทุนในที่ๆ ปลอดภัยเท่านั้น
รัฐบาลไม่อยากให้เงินก้อนนี้ละลายหายไปกับการพนันหรือหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงเกินไป จึงตั้งกฎเหล็กไว้ว่า เงินในบัญชีนี้ต้องนำไปลงทุนในกองทุนรวมดัชนีหุ้นอเมริกา (เช่น S&P 500) เท่านั้น ซึ่งเป็นการลงทุนในบริษัทใหญ่ๆ ที่มั่นคงที่สุดของอเมริกา
แถมยังมีกฎป้องกันการโดนเอาเปรียบ: กองทุนที่เลือกต้องคิดค่าธรรมเนียมต่ำมากๆ ไม่เกิน 0.10% เพื่อให้เงินของเด็กๆ เติบโตได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่โดนบริษัทบริหารจัดการเงินหักค่าธรรมเนียมแพงๆ ไปหมดครับ
4. ระบบหลังบ้านที่ปลอดภัย โยกย้ายง่ายไม่สะดุด
หลายคนอาจจะสงสัยว่า ถ้าคนใช้เป็นล้านๆ คน ระบบจะพังไหม? เรื่องนี้รัฐบาลให้องค์กรตัวกลางทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกาที่ชื่อว่า DTCC มาเป็นคนวางระบบให้ครับ
• ระบบนี้จะผูกรหัสบัญชีของเด็กเข้ากับเลขภาษีของพ่อแม่
• ทำให้พ่อแม่สามารถย้ายบัญชีนี้ไปฝากกับธนาคารไหน หรือบริษัทหลักทรัพย์ไหนก็ได้ตามใจชอบ โดยที่สิทธิประโยชน์ทางภาษียังอยู่ครบถ้วน ราบรื่น ไม่มีเงินตกหล่นแน่นอนครับ
5. เมื่ออายุครบ 18 ปีเต็ม... เงินทั้งหมดจะเป็นของลูกทันที!
เมื่อเด็กโตขึ้นจนอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ อำนาจการดูแลบัญชีจะเปลี่ยนจากพ่อแม่มาเป็นของตัวเด็กเองโดยสมบูรณ์ บัญชีนี้จะกลายเป็นบัญชีเพื่อการเกษียณมาตรฐาน ซึ่งเด็กสามารถเลือกจัดการกับเงินก้อนนี้ได้ 2 ทางหลักๆ ครับ
• ทางเลือกที่ 1: ปล่อยให้เงินทำงานต่อไป
ปล่อยให้เงินลงทุนเติบโตและสะสมความมั่งคั่งต่อไปเรื่อยๆ โดยยังไม่ต้องเสียภาษีจนกว่าจะถึงวัยเกษียณจริงๆ
• ทางเลือกที่ 2: ถอนเงินออกมาใช้ในสิ่งจำเป็น
สามารถถอนเงินออกมาเรียนต่อมหาวิทยาลัย หรือใช้เป็นเงินก้อนเพื่อซื้อบ้านหลังแรกได้ โดยจะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีในอัตราที่ต่ำมากๆ ครับ
บทสรุป
นโยบาย Trump Accounts นี้ ก็เหมือนกับการที่รัฐบาลอเมริกาช่วยสตาร์ทรถให้เด็กๆ ตั้งแต่วันแรกที่เกิด โดยใช้พลังของ "ดอกเบี้ยทบต้น" เงิน 1,000 ดอลลาร์ในวันแรก บวกกับเงินที่พ่อแม่ใส่เพิ่ม และผลตอบแทนจากตลาดหุ้นที่โตขึ้นเรื่อยๆ ตลอด 18 ปี พอเด็กๆ โตขึ้นมา พวกเขาก็จะมีเงินก้อนโตไว้สร้างชีวิตใหม่ โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ครับ
ทำไมเด็กอเมริกันยุคนี้ถึงน่าอิจฉา? เจาะลึกกองทุน "Trump Accounts" ที่รัฐบาลลงขันให้ตั้งแต่ลืมตาดูโลก
วันที่ 4 กรกฎาคม 2026 นี้ (ซึ่งเป็นวันชาติฉลองครบรอบ 250 ปีของอเมริกาพอดี) รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังจะเปิดตัวโครงการที่มีชื่อว่า "Trump Accounts" ครับ มันคือกองทุนเงินออมเพื่ออนาคตของเด็กๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เด็กอเมริกันรุ่นใหม่มีเงินใช้ในระยะยาว เรามาดูกันแบบเข้าใจง่ายๆ กันครับว่าโครงการนี้ทำงานอย่างไร
1. รัฐบาลแจกเงินขวัญถุงให้ฟรีๆ 1,000 ดอลลาร์
เงื่อนไขง่ายมากครับสำหรับครอบครัวชาวอเมริกัน
• ใครได้บ้าง: เด็กอเมริกันที่เกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2025 ถึง 31 ธันวาคม 2028
• ได้เท่าไหร่: รัฐบาลจะให้เงินทุนประเดิมก้อนแรกฟรีๆ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท)
• เอาเงินมายังไง: พ่อแม่แค่ไปลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บสรรพากรของอเมริกา (IRS) เงินก็จะเข้าบัญชีของลูกโดยอัตโนมัติครับ
2. พ่อแม่พี่น้องช่วยกันหยอดกระปุกเพิ่มได้
นอกจากเงินที่รัฐบาลให้แล้ว คนในครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือแม้แต่บริษัทที่พ่อแม่ทำงานอยู่ ก็สามารถช่วยโอนเงินเข้ามาสมทบในบัญชีนี้ให้เด็กๆ ได้อีกด้วย โดยใส่เงินเพิ่มได้สูงสุด 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
3. กฎเหล็ก! เงินนี้ห้ามเอาไปซิ่ง ต้องลงทุนในที่ๆ ปลอดภัยเท่านั้น
รัฐบาลไม่อยากให้เงินก้อนนี้ละลายหายไปกับการพนันหรือหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงเกินไป จึงตั้งกฎเหล็กไว้ว่า เงินในบัญชีนี้ต้องนำไปลงทุนในกองทุนรวมดัชนีหุ้นอเมริกา (เช่น S&P 500) เท่านั้น ซึ่งเป็นการลงทุนในบริษัทใหญ่ๆ ที่มั่นคงที่สุดของอเมริกา
แถมยังมีกฎป้องกันการโดนเอาเปรียบ: กองทุนที่เลือกต้องคิดค่าธรรมเนียมต่ำมากๆ ไม่เกิน 0.10% เพื่อให้เงินของเด็กๆ เติบโตได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่โดนบริษัทบริหารจัดการเงินหักค่าธรรมเนียมแพงๆ ไปหมดครับ
4. ระบบหลังบ้านที่ปลอดภัย โยกย้ายง่ายไม่สะดุด
หลายคนอาจจะสงสัยว่า ถ้าคนใช้เป็นล้านๆ คน ระบบจะพังไหม? เรื่องนี้รัฐบาลให้องค์กรตัวกลางทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกาที่ชื่อว่า DTCC มาเป็นคนวางระบบให้ครับ
• ระบบนี้จะผูกรหัสบัญชีของเด็กเข้ากับเลขภาษีของพ่อแม่
• ทำให้พ่อแม่สามารถย้ายบัญชีนี้ไปฝากกับธนาคารไหน หรือบริษัทหลักทรัพย์ไหนก็ได้ตามใจชอบ โดยที่สิทธิประโยชน์ทางภาษียังอยู่ครบถ้วน ราบรื่น ไม่มีเงินตกหล่นแน่นอนครับ
5. เมื่ออายุครบ 18 ปีเต็ม... เงินทั้งหมดจะเป็นของลูกทันที!
เมื่อเด็กโตขึ้นจนอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ อำนาจการดูแลบัญชีจะเปลี่ยนจากพ่อแม่มาเป็นของตัวเด็กเองโดยสมบูรณ์ บัญชีนี้จะกลายเป็นบัญชีเพื่อการเกษียณมาตรฐาน ซึ่งเด็กสามารถเลือกจัดการกับเงินก้อนนี้ได้ 2 ทางหลักๆ ครับ
• ทางเลือกที่ 1: ปล่อยให้เงินทำงานต่อไป
ปล่อยให้เงินลงทุนเติบโตและสะสมความมั่งคั่งต่อไปเรื่อยๆ โดยยังไม่ต้องเสียภาษีจนกว่าจะถึงวัยเกษียณจริงๆ
• ทางเลือกที่ 2: ถอนเงินออกมาใช้ในสิ่งจำเป็น
สามารถถอนเงินออกมาเรียนต่อมหาวิทยาลัย หรือใช้เป็นเงินก้อนเพื่อซื้อบ้านหลังแรกได้ โดยจะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีในอัตราที่ต่ำมากๆ ครับ
บทสรุป
นโยบาย Trump Accounts นี้ ก็เหมือนกับการที่รัฐบาลอเมริกาช่วยสตาร์ทรถให้เด็กๆ ตั้งแต่วันแรกที่เกิด โดยใช้พลังของ "ดอกเบี้ยทบต้น" เงิน 1,000 ดอลลาร์ในวันแรก บวกกับเงินที่พ่อแม่ใส่เพิ่ม และผลตอบแทนจากตลาดหุ้นที่โตขึ้นเรื่อยๆ ตลอด 18 ปี พอเด็กๆ โตขึ้นมา พวกเขาก็จะมีเงินก้อนโตไว้สร้างชีวิตใหม่ โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ครับ