ชื่อเรื่อง: อย่าคิดจะมาลองดี – บัญชีผีอโยธยา
เนื้อเรื่อง
เมฆา เคยเป็นที่รู้จักในชื่อ ก๊อต มาก่อน แต่หลังจากถูกกระแสพลังมหาศาลดูดเข้าสู่มิติภายในหนังสือศาสตรา ร่างกายและหน้าตาเปลี่ยนแปลงไปจนจำเดิมไม่ได้ เหลือเพียงความทรงจำที่คมชัดและพลังอาคมที่เข้มขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จึงเรียกตนเองใหม่ว่า เมฆา อย่างเต็มตัว
เมื่อมาพบกับ สิงห์ ทายาทรุ่นหลังของตระกูลที่เคยทรยศเขามาตั้งแต่สมัยอโยธยา สิงห์มองดูแล้วไม่รู้จักแม้แต่น้อย เห็นเพียงชายแปลกหน้าผู้มีพลังน่ากลัว จึงเข้าใจผิดว่าเป็นศัตรูตามตำนานที่สืบทอดกันมา พร้อมจะก้าวขวางหน้าเพื่ออ้างว่าจะล้างแค้นให้บรรพบุรุษและบิดาของตน
เมฆามองหน้าสิงห์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความแค้นที่สะสมมานานหลายร้อยปี ก่อนจะเปิดเผยทุกเรื่องราวที่สิงห์ไม่เคยรู้ รวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่บิดาของสิงห์วางแผนหลอกลวงเขาอีกครั้ง
บทพูด
สิงห์:
“เป็นใครกันแน่? หน้าตาไม่เหมือนกับที่เล่าขานกันว่าเป็นก๊อตเลยสักนิด! เปลี่ยนหน้ามาเพื่อหลอกลวงกูใช่ไหม?”
เมฆา:
“ก๊อตคือชื่อในช่วงหนึ่งของชีวิต ส่วนเมฆาคือสิ่งที่กูเป็นอยู่ในตอนนี้ ร่างกายเปลี่ยนไป หน้าตาเปลี่ยนไป แต่ความทรงจำ ความเจ็บปวด และพลังที่มี มันยังคงอยู่ครบถ้วน ไม่เคยจางหายเลย”
“จะไม่ได้จริงๆ เหรอ? ครั้งก่อนที่กูสู้กับ พ่อถึงกับต้องใช้วิชาถอดจิตออกมาปรากฏตัวเพื่อช่วยไว้ ถึงได้รอดตายมาได้ ตอนนั้นกูหลงเชื่อคิดว่ากูจะได้เลือดมาสร้างกสิณไฟให้ครบ ได้วิชาทั้งหมด และจะได้เป็นเจ้าของหนังสือศาสตราเพียงคนเดียว แต่สุดท้าย กลับกลายเป็นกับดักที่วางไว้อย่างแนบเนียน กูถูกพลังงานมหาศาลดูดจมหายเข้าไปในหนังสือเล่มนั้นโดยไม่รู้ตัว”
“รู้ไหมว่ามันทรมานแค่ไหน? ต้องติดอยู่ข้างใน เห็นภาพเมียและลูกของกูถูกฆ่าตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีวันจบสิ้น ทุกรายละเอียด ทุกความเจ็บปวด มันฝังลึกลงไปในจิตใจจนเกือบทำให้กูสิ้นสติ นี่แหละคือสิ่งที่พ่อทำไว้กับกู นี่คือกรรมที่ตระกูลก่อขึ้นมาตั้งแต่สมัยอโยธยา จนถึงปัจจุบัน!”
สิงห์:
“พูดเรื่องบ้าๆ อะไรกัน? พ่อกูไม่เคยทำเรื่องชั่วร้ายแบบนั้น แค่แต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อทำให้กูสับสน!”
เมฆา:
“แต่งเหรอ? ความเจ็บปวดที่กูรู้สึก มันไม่ใช่เรื่องแต่ง กูเคยเป็นทหารผีผู้ภักดี ถูกสอนให้ปกป้องคนและแผ่นดิน กระทั่งถูกบรรพบุรุษของหลอกไปติดกับดัก พาพวกพม่า พวกลาว มาทำร้ายจนตาย แล้วทิ้งศพให้เน่าเปื่อย กลับมาครั้งนี้ ก็ยังถูกพ่อใช้เล่ห์เหลี่ยมเดิมหลอกอีกครั้ง วนเวียนซ้ำรอยเดิมเพื่อหวังผลประโยชน์ แต่ไม่รู้ว่ากรรมมันไม่เคยลืมใคร”
“มีแค่สายเลือดที่สืบทอดมา แต่ไม่มีความเข้าใจ ไม่มีประสบการณ์ และที่สำคัญที่สุด — ไม่รู้ว่าความเจ็บปวดมันหนักแค่ไหน”
“ถ้าบรรพบุรุษหรือพ่อยังมีชีวิตอยู่ กูจะจัดการให้ตัวเอง แต่พวกเขาตายไปแล้ว เหลือแค่ทายาทที่เดินตามรอยความเชื่อผิดๆ… กูให้โอกาสเลือกได้ — ถอยกลับไปลืมเรื่องนี้ หรือรับกรรมแทนคนเก่า”
สิงห์:
“กูไม่ถอยเด็ดขาด! ไม่ว่าจะพูดอะไร กูก็ไม่เชื่อ และวันนี้ต้องมีคนตาย!”
เมฆา:
“กูเตือนแล้ว — อย่าคิดจะมาลองดี กับคนที่ผ่านนรกทั้งเป็นมาแล้ว และไม่มีอะไรต้องเสียอีกต่อไป”
ตอนจบ
เมฆาบีบมือแน่นเพียงครั้งเดียว พลังอาคมสีแดงฉานที่สะสมมานานหลายร้อยปี ก็พุ่งออกมาห่อหุ้มร่างสิงห์ไว้ทันที ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัวอีกแม้แต่นิดเดียว ก็ถูกบีบรัดจนขยับไม่ได้ พลังสายเลือดที่สิงห์คิดว่ายิ่งใหญ่ กลับสลายไปราวกับควันไฟในสายลม
ไม่มีเสียงร้องโหยหวนยาวนาน มีเพียงแสงสีแดงวูบวาบครู่หนึ่ง ก่อนจะจางหายลง เหลือเพียงร่างของสิงห์ล้มลงกองกับพื้น หมดลมหายใจทันที เหมือนกับชะตากรรมที่ตระกูลของเขาเคยกำหนดไว้ให้เมฆาเมื่อหลายร้อยปีก่อน
เมฆามองดูเหตุการณ์ตรงหน้า ไม่มีความสุข ไม่มีความสะใจ มีเพียงความว่างเปล่า ที่สุดท้ายแล้ว บัญชีแค้นที่เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยอโยธยา รวมถึงเรื่องที่พ่อของสิงห์วางแผนทำร้ายเขาในครั้งล่าสุด ก็ปิดลงอย่างสมบูรณ์
เขาหันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงบทเรียนที่ไม่มีใครกล้าลืม — ความผิดของคนรุ่นก่อน ถ้าไม่ได้รับการแก้ไข มันก็จะตกทอดมาถึงรุ่นลูกหลาน จนกว่าจะมีวันต้องชำระตามกฎแห่งกรรม
เล่าเรื่องความเชื่อเวทมนต์ไสยศาสตร์มนต์ดําความแค้น
เนื้อเรื่อง
เมฆา เคยเป็นที่รู้จักในชื่อ ก๊อต มาก่อน แต่หลังจากถูกกระแสพลังมหาศาลดูดเข้าสู่มิติภายในหนังสือศาสตรา ร่างกายและหน้าตาเปลี่ยนแปลงไปจนจำเดิมไม่ได้ เหลือเพียงความทรงจำที่คมชัดและพลังอาคมที่เข้มขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จึงเรียกตนเองใหม่ว่า เมฆา อย่างเต็มตัว
เมื่อมาพบกับ สิงห์ ทายาทรุ่นหลังของตระกูลที่เคยทรยศเขามาตั้งแต่สมัยอโยธยา สิงห์มองดูแล้วไม่รู้จักแม้แต่น้อย เห็นเพียงชายแปลกหน้าผู้มีพลังน่ากลัว จึงเข้าใจผิดว่าเป็นศัตรูตามตำนานที่สืบทอดกันมา พร้อมจะก้าวขวางหน้าเพื่ออ้างว่าจะล้างแค้นให้บรรพบุรุษและบิดาของตน
เมฆามองหน้าสิงห์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความแค้นที่สะสมมานานหลายร้อยปี ก่อนจะเปิดเผยทุกเรื่องราวที่สิงห์ไม่เคยรู้ รวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่บิดาของสิงห์วางแผนหลอกลวงเขาอีกครั้ง
บทพูด
สิงห์:
“เป็นใครกันแน่? หน้าตาไม่เหมือนกับที่เล่าขานกันว่าเป็นก๊อตเลยสักนิด! เปลี่ยนหน้ามาเพื่อหลอกลวงกูใช่ไหม?”
เมฆา:
“ก๊อตคือชื่อในช่วงหนึ่งของชีวิต ส่วนเมฆาคือสิ่งที่กูเป็นอยู่ในตอนนี้ ร่างกายเปลี่ยนไป หน้าตาเปลี่ยนไป แต่ความทรงจำ ความเจ็บปวด และพลังที่มี มันยังคงอยู่ครบถ้วน ไม่เคยจางหายเลย”
“จะไม่ได้จริงๆ เหรอ? ครั้งก่อนที่กูสู้กับ พ่อถึงกับต้องใช้วิชาถอดจิตออกมาปรากฏตัวเพื่อช่วยไว้ ถึงได้รอดตายมาได้ ตอนนั้นกูหลงเชื่อคิดว่ากูจะได้เลือดมาสร้างกสิณไฟให้ครบ ได้วิชาทั้งหมด และจะได้เป็นเจ้าของหนังสือศาสตราเพียงคนเดียว แต่สุดท้าย กลับกลายเป็นกับดักที่วางไว้อย่างแนบเนียน กูถูกพลังงานมหาศาลดูดจมหายเข้าไปในหนังสือเล่มนั้นโดยไม่รู้ตัว”
“รู้ไหมว่ามันทรมานแค่ไหน? ต้องติดอยู่ข้างใน เห็นภาพเมียและลูกของกูถูกฆ่าตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีวันจบสิ้น ทุกรายละเอียด ทุกความเจ็บปวด มันฝังลึกลงไปในจิตใจจนเกือบทำให้กูสิ้นสติ นี่แหละคือสิ่งที่พ่อทำไว้กับกู นี่คือกรรมที่ตระกูลก่อขึ้นมาตั้งแต่สมัยอโยธยา จนถึงปัจจุบัน!”
สิงห์:
“พูดเรื่องบ้าๆ อะไรกัน? พ่อกูไม่เคยทำเรื่องชั่วร้ายแบบนั้น แค่แต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อทำให้กูสับสน!”
เมฆา:
“แต่งเหรอ? ความเจ็บปวดที่กูรู้สึก มันไม่ใช่เรื่องแต่ง กูเคยเป็นทหารผีผู้ภักดี ถูกสอนให้ปกป้องคนและแผ่นดิน กระทั่งถูกบรรพบุรุษของหลอกไปติดกับดัก พาพวกพม่า พวกลาว มาทำร้ายจนตาย แล้วทิ้งศพให้เน่าเปื่อย กลับมาครั้งนี้ ก็ยังถูกพ่อใช้เล่ห์เหลี่ยมเดิมหลอกอีกครั้ง วนเวียนซ้ำรอยเดิมเพื่อหวังผลประโยชน์ แต่ไม่รู้ว่ากรรมมันไม่เคยลืมใคร”
“มีแค่สายเลือดที่สืบทอดมา แต่ไม่มีความเข้าใจ ไม่มีประสบการณ์ และที่สำคัญที่สุด — ไม่รู้ว่าความเจ็บปวดมันหนักแค่ไหน”
“ถ้าบรรพบุรุษหรือพ่อยังมีชีวิตอยู่ กูจะจัดการให้ตัวเอง แต่พวกเขาตายไปแล้ว เหลือแค่ทายาทที่เดินตามรอยความเชื่อผิดๆ… กูให้โอกาสเลือกได้ — ถอยกลับไปลืมเรื่องนี้ หรือรับกรรมแทนคนเก่า”
สิงห์:
“กูไม่ถอยเด็ดขาด! ไม่ว่าจะพูดอะไร กูก็ไม่เชื่อ และวันนี้ต้องมีคนตาย!”
เมฆา:
“กูเตือนแล้ว — อย่าคิดจะมาลองดี กับคนที่ผ่านนรกทั้งเป็นมาแล้ว และไม่มีอะไรต้องเสียอีกต่อไป”
ตอนจบ
เมฆาบีบมือแน่นเพียงครั้งเดียว พลังอาคมสีแดงฉานที่สะสมมานานหลายร้อยปี ก็พุ่งออกมาห่อหุ้มร่างสิงห์ไว้ทันที ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัวอีกแม้แต่นิดเดียว ก็ถูกบีบรัดจนขยับไม่ได้ พลังสายเลือดที่สิงห์คิดว่ายิ่งใหญ่ กลับสลายไปราวกับควันไฟในสายลม
ไม่มีเสียงร้องโหยหวนยาวนาน มีเพียงแสงสีแดงวูบวาบครู่หนึ่ง ก่อนจะจางหายลง เหลือเพียงร่างของสิงห์ล้มลงกองกับพื้น หมดลมหายใจทันที เหมือนกับชะตากรรมที่ตระกูลของเขาเคยกำหนดไว้ให้เมฆาเมื่อหลายร้อยปีก่อน
เมฆามองดูเหตุการณ์ตรงหน้า ไม่มีความสุข ไม่มีความสะใจ มีเพียงความว่างเปล่า ที่สุดท้ายแล้ว บัญชีแค้นที่เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยอโยธยา รวมถึงเรื่องที่พ่อของสิงห์วางแผนทำร้ายเขาในครั้งล่าสุด ก็ปิดลงอย่างสมบูรณ์
เขาหันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงบทเรียนที่ไม่มีใครกล้าลืม — ความผิดของคนรุ่นก่อน ถ้าไม่ได้รับการแก้ไข มันก็จะตกทอดมาถึงรุ่นลูกหลาน จนกว่าจะมีวันต้องชำระตามกฎแห่งกรรม