กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนทวีปชมพู ซูภูติ (Subhuti) เป็นศิษย์เอกของพระพุทธเจ้าผู้มีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับความว่างเปล่า (Emptiness) ซึ่งเป็นแนวคิดที่สำคัญในศาสนาพุทธ
ท่านเข้าใจในแนวคิดที่ว่าทุกสิ่งในโลกนี้ไม่มีอยู่จริง นอกจากในความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้รับรู้ และ สิ่งที่ถูกรับรู้ หรือที่เรียกว่าความสัมพันธ์ระหว่าง ความรู้สึกในฐานะ “ตัวตน” และ วัตถุภายนอก
ซูภูติไม่เห็นว่าสิ่งใดในโลกนี้มีความมั่นคงถาวร หรือมีตัวตนที่เป็นจริงอย่างแท้จริง ท่านรู้ดีว่า สิ่งที่เราเห็นหรือรับรู้ นั้นขึ้นอยู่กับมุมมองและความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่รับรู้และสิ่งที่รับรู้ ซึ่งทุกสิ่งนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
วันหนึ่ง ซูภูติได้นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ในอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความสงบ และมีสติสัมปชัญญะถึงความว่างเปล่าที่แท้จริง ท่ามกลางการฝึกสมาธิอย่างลึกซึ้ง ขณะที่ท่านกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ในอารมณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความว่างเปล่า
ดอกไม้เริ่มหล่นรอบตัวท่าน ท่ามกลางความสงบที่ไม่มีคำพูด…
เทพยดาหลายองค์ที่มองเห็นเหตุการณ์นี้เริ่มพูดกันเบา ๆ ว่า “เรากำลังชื่นชมท่านสำหรับคำบรรยายของท่านเกี่ยวกับความว่างเปล่า”
ซูภูติตอบกลับด้วยความสงบว่า “แต่ข้าพเจ้าไม่ได้พูดถึงความว่างเปล่า”
เทพยดาฟังแล้วตอบกลับอย่างเงียบ ๆ ว่า “ท่านไม่ได้พูดถึงความว่างเปล่า เราไม่ได้ยินคำว่า ‘ความว่างเปล่า’ จากท่านเลย แต่การกระทำของท่านนี้เองคือความว่างเปล่าที่แท้จริง”
เมื่อเทพยดาพูดเช่นนี้ ดอกไม้หลายพันดอกก็เริ่มหล่นลงมาเหมือนกับฝนดอกไม้ ที่โปรยปรายลงบนตัวของซูภูติ ท่านไม่ต้องพูดถึงความว่างเปล่า หรืออธิบายอะไร แต่การกระทำของท่านในขณะที่มีสติสัมปชัญญะ นั้นแสดงออกถึงความเข้าใจในสิ่งที่ไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำพูดได้
และการหล่นของดอกไม้ก็เหมือนกับการยืนยันว่าการเข้าใจในความว่างเปล่านั้น ไม่จำเป็นต้องผ่านคำพูดหรือการบรรยาย แต่สามารถแสดงออกมาในรูปแบบของการกระทำและการเป็นอยู่ที่แท้จริง
หลังจากที่เทพยดาได้พูดถึงคำว่า “ความว่างเปล่า” และฝนดอกไม้ หล่นลงมาเป็นฝน ท่านซูภูติก็ยังคงนั่งอยู่ในสมาธิอย่างสงบ ไม่มีความตกใจหรือขัดข้องใด ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความว่างเปล่าไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในคำพูดหรือการสอน
แต่สามารถแสดงออกได้ผ่านการกระทำที่บริสุทธิ์และการเข้าใจในปัจจุบันอย่างแท้จริง
ซูภูติไม่ได้ตอบกลับคำชมของเทพยดา แต่สิ่งที่ท่านทำกลับเป็นการแสดงออกถึงความว่างเปล่าที่แท้จริงที่เกิดขึ้นจากการไม่ยึดมั่นในคำพูดหรือการมองหาความหมายในสิ่งที่เป็นวัตถุภายนอก
ท่านได้เข้าใจในความว่างเปล่าที่แท้จริงว่าไม่ได้อยู่ที่การกล่าวคำพูดหรือการสอน แต่เป็นการปล่อยวางจากความยึดติดกับสิ่งใด ๆ โดยสิ้นเชิง
ในที่สุดฝนดอกไม้ที่โปรยปรายลงมามากมาย สัญลักษณ์ของการตื่นรู้และการเข้าใจในความว่างเปล่าก็ตกลงมารอบ ๆ ซูภูติอย่างช้า ๆ
นั่นคือการยืนยันว่าความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับความว่างเปล่าไม่สามารถหาได้จากคำพูด หรือสิ่งภายนอก แต่มันคือการเข้าใจจากภายใน และการปล่อยวางจากสิ่งที่ไม่เที่ยง สิ่งที่หลงผิดหรือยึดติดกับตัวตนและอัตตา
เทพยดาที่เห็นเหตุการณ์นี้ ก็รับรู้ได้ว่าซูภูติได้เข้าถึงความว่างเปล่าที่แท้จริง ผ่านการทำสมาธิและการมีสติ ซึ่งการกระทำของท่านเองก็แสดงให้เห็นถึงวิถีทางแห่งเซนที่เรียบง่าย แต่ลึกซึ้ง ที่เราสามารถเข้าใจและรับรู้ได้เมื่อเราไม่ยึดติดกับคำพูดหรือความหมายที่เราให้ค่าเกินไป
*** (นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ความว่างเปล่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในคำพูดหรือการบรรยาย แต่มันซ่อนอยู่ในการกระทำและการเข้าใจที่เกิดจากการไม่ยึดติดกับสิ่งใด ๆ หากเราปล่อยวางจากความคิดที่ยึดมั่นในตัวตนและสิ่งภายนอก เราจะสามารถเข้าถึงความจริงที่ซ่อนอยู่ในตัวเราเองได้อย่างแท้จริง)
ความว่างเปล่าที่แท้ ..... จิตรา
ไม่อยู่ในวาจา ..... พร่ำร้อง
ไร้ยึดติดแสวงหา ..... ทุกสิ่ง
นิ่งตื่นรู้สัจจะก้อง ..... ซ่อนเร้นภายใน.
Kitaro - Dancing Flower
Kitaro - Inner Lights
🤍🤍🤍 นิทานเซน: ฝนดอกไม้ 🤍🤍🤍