เรื่องจริงของคนใกล้ตัว เกิดขึ้นจริงในเวลาไล่ๆ กันจนน่าตกใจว่า โรคนี้มันเป็นภัยเงียบและใครก็ได้สามารถเป็นได้ เพราะมันมีทั้งจากพันธุกรรมและพฤติกรรม โดยเฉพาะอาหารในปัจจุบัน
เคสที่ 1 อายุ 62 ปี ฐานะดี ทานอาหารไม่ระวัง ไม่ค่อยออกกำลังกาย อยู่ดีๆ ก็ปวดกราม เหงื่อแตก เหนื่อย เตือนแค่ 3 ครั้ง ห่างกัน 1-2 วัน ไม่รอช้ารีบไปตรวจ พบว่าหัวใจขาดเลือด เส้นเลือดตีบพร้อมกัน 3 เส้น แต่อยู่ได้เพราะยังมี % ที่พอไหลเวียนได้ แต่น้อยมาก หมอตรวจพบ คอลเลสตอรอลสูงมาก ให้รอผ่าตัด มีคำสั่งอึ ฉี่บนเตียง ห้ามลุกไปไหน การรักษาทำได้ 2 อย่างคือ บอลลูน กับผ่าบายพาท แต่เคสนี้ต้องบายพาสสถานเดียว หลังผ่าตัดบายพาส แผลก็จะประมาณในภาพ (ภาพสมมติ) ตำแหน่งกลางอกเข้าไปซ่อมหัวใจ ส่วนที่แขนหรือขา ก็จะเป็นจุดเข้าไปเอาเส้นเลือดมาต่อแทนที่เส้นเดิม
เคสที่ 2 อายุ 50 ปี ออกกำลังเก่งมาก ร่างกายแข็งแรงขั้นสุด หุ่นดีขนาดเข้าร่วมประกวดกล้ามได้เลย เข้าฟิตเนสแทบทุกวัน ตรวจร่างกายทุก 6 เดือน มีแค่คอลเลสตอรอลสูง แต่ฝืนไม่กินยามา 4 ปี ก่อนพบว่าเส้นเลือดหัวใจตีบ มีเหนื่อย และปวดหัวไหล่ซ้าย และร้าวถึงกราม สงสัยเลยเข้าไปตรวจ ก็เจอเลยทันที นัดหมอผ่าตัดแบบไม่รอ เพราะรวยและมีเงิน แผลก็จะประมาณในภาพเช่นกัน
ทั้ง 2 เคสปลอดภัย กลับมาสดชื่นขึ้น หมอเก่งมาก
สรุปสุดท้ายคือ การตรวจพบไขมันในเส้นเลือดเกินปริมาณ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาลดไขมัน มันคุ้มกว่าการฝืน ส่วนผมเองก็ผืนมา 3 ปี สรุปตอนนี้ก็กินแล้วเพราะกลัวมาก ไม่คุ้มจริงๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้น
อย่ากินอย่าเองนะ ต้องอยู่ในการประเมินโดยแพทย์
เล่าสู่กันฟัง ภัยใกล้ตัว "โรคหัวใจขาดเลือด เส้นเลือดตีบพร้อมกัน 3 เส้น" จาก 2 เคส
เรื่องจริงของคนใกล้ตัว เกิดขึ้นจริงในเวลาไล่ๆ กันจนน่าตกใจว่า โรคนี้มันเป็นภัยเงียบและใครก็ได้สามารถเป็นได้ เพราะมันมีทั้งจากพันธุกรรมและพฤติกรรม โดยเฉพาะอาหารในปัจจุบัน
เคสที่ 1 อายุ 62 ปี ฐานะดี ทานอาหารไม่ระวัง ไม่ค่อยออกกำลังกาย อยู่ดีๆ ก็ปวดกราม เหงื่อแตก เหนื่อย เตือนแค่ 3 ครั้ง ห่างกัน 1-2 วัน ไม่รอช้ารีบไปตรวจ พบว่าหัวใจขาดเลือด เส้นเลือดตีบพร้อมกัน 3 เส้น แต่อยู่ได้เพราะยังมี % ที่พอไหลเวียนได้ แต่น้อยมาก หมอตรวจพบ คอลเลสตอรอลสูงมาก ให้รอผ่าตัด มีคำสั่งอึ ฉี่บนเตียง ห้ามลุกไปไหน การรักษาทำได้ 2 อย่างคือ บอลลูน กับผ่าบายพาท แต่เคสนี้ต้องบายพาสสถานเดียว หลังผ่าตัดบายพาส แผลก็จะประมาณในภาพ (ภาพสมมติ) ตำแหน่งกลางอกเข้าไปซ่อมหัวใจ ส่วนที่แขนหรือขา ก็จะเป็นจุดเข้าไปเอาเส้นเลือดมาต่อแทนที่เส้นเดิม
เคสที่ 2 อายุ 50 ปี ออกกำลังเก่งมาก ร่างกายแข็งแรงขั้นสุด หุ่นดีขนาดเข้าร่วมประกวดกล้ามได้เลย เข้าฟิตเนสแทบทุกวัน ตรวจร่างกายทุก 6 เดือน มีแค่คอลเลสตอรอลสูง แต่ฝืนไม่กินยามา 4 ปี ก่อนพบว่าเส้นเลือดหัวใจตีบ มีเหนื่อย และปวดหัวไหล่ซ้าย และร้าวถึงกราม สงสัยเลยเข้าไปตรวจ ก็เจอเลยทันที นัดหมอผ่าตัดแบบไม่รอ เพราะรวยและมีเงิน แผลก็จะประมาณในภาพเช่นกัน
ทั้ง 2 เคสปลอดภัย กลับมาสดชื่นขึ้น หมอเก่งมาก
สรุปสุดท้ายคือ การตรวจพบไขมันในเส้นเลือดเกินปริมาณ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาลดไขมัน มันคุ้มกว่าการฝืน ส่วนผมเองก็ผืนมา 3 ปี สรุปตอนนี้ก็กินแล้วเพราะกลัวมาก ไม่คุ้มจริงๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้น
อย่ากินอย่าเองนะ ต้องอยู่ในการประเมินโดยแพทย์