ช่วงนี้เห็นกระแสรถไฟฟ้าเปิดตัวกันรัวๆ โดยเฉพาะรุ่นใหม่อย่าง MG URBAN แล้วไปสะดุดตากับคำโฆษณาในโพสต์ของพวกเพจรถยนต์เรื่อง “มาตรฐานแบตเตอรี่ มอก. 3026-2563” ที่เขาเคลมว่าเป็นค่ายแรกและค่ายเดียวในไทยตอนนี้ที่ผ่านเกณฑ์นี้ครบทุกรุ่นที่ผลิตในไทย
แถมยังมีพวกศัพท์เทคนิคอย่าง ทนความร้อน 1,000 องศา นาน 10 นาที, ฉนวนแอโรเจล, มาตรฐานจีน GB 38031, มาตรฐานยุโรป UN ECE R100 อะไรพวกนี้เต็มไปหมด
ด้วยความสงสัยบวกกับความอยากรู้ เลยลองไปค้นข้อมูลมา สรุปใจความสำคัญแบบภาษาชาวบ้านได้ประมาณนี้ครับ เผื่อใครกำลังตามหาข้อมูลอยู่เหมือนกัน
1. มอก. 3026-2563 มันคืออะไรกันแน่?
อธิบายง่ายๆ มันคือ "มาตรฐานอุตสาหกรรมไทยสำหรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า" ครับ ซึ่ง สมอ. (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) เขาเซ็ตอัปขึ้นมาโดยอิงเกณฑ์ทดสอบมาจากมาตรฐาน UN ECE R100 ของฝั่งยุโรป เน้นตรวจพวกระบบป้องกันกระแสไฟเกิน, การชาร์จเกิน (Overcharge), ระบบระบายความร้อน และที่สำคัญคือ "การลุกลามทางความร้อน (Thermal Runaway)" หรือที่เรากลัวๆ กันเรื่องแบตไหม้ลามนั่นแหละครับ
2. แล้วทำไมมีแค่ MG ค่ายเดียวที่ผ่าน? ค่ายอื่นไม่ปลอดภัยเหรอ?
ตรงนี้ต้องเคลียร์ก่อนเลยครับ ไม่ใช่ว่าค่ายอื่นไม่ปลอดภัยนะ แต่จุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงคำว่า "รถที่ผลิต/ประกอบในไทย" ครับ
ฝั่ง MG เขาเริ่มเดินสายพานผลิตและประกอบแบตเตอรี่ในโรงงานที่ไทย (HASCO-CP) มาสักพักใหญ่แล้ว พอทำในประเทศปุ๊บ ตามกฎหมายคือต้องส่งชุดแบตเตอรี่เข้าแล็บทดสอบของสถาบันยานยนต์ในไทยเพื่อขอใบรับรอง มอก. ตัวนี้ ซึ่ง MG เขาทำกระบวนการนี้เสร็จก่อนเพื่อน เลยเคลมการตลาดได้ว่าเป็น "รายแรกและรายเดียว" ที่ได้ป้าย มอก. นี้ครบทุกรุ่น (URBAN, MG4, MG S5, MG3 Hybrid+)
ฝั่งค่ายอื่น รถ EV หลายค่ายที่เราเห็นวิ่งๆ อยู่ ส่วนใหญ่เป็นรถนำเข้า (CBU) ทั้งคัน ซึ่งรถพวกนั้นเขาผ่านมาตรฐานระดับสากลจากนอกประเทศมาอยู่แล้ว เวลาเอาเข้ามาขาย สมอ. เขาจะใช้เกณฑ์ยอมรับผลทดสอบจากต่างประเทศเลย ไม่ต้องมาต่อคิวตรวจในแล็บไทยซ้ำ หรือค่ายอื่นๆ ที่ประกอบแบตเตอรี่ในไทยก็ยังอยู่ระหว่างรอคิวตรวจ
3. เจาะลึกมาตรฐานแบตจีนตัวใหม่ "ห้ามไฟไหม้เด็ดขาด" ของ MG URBAN
เรื่องนี้หลายคนอาจจะยังไม่รู้ ตัว MG URBAN รุ่นล่าสุดเนี่ย เขาหันมาจับมือใช้แบตเตอรี่ของยักษ์ใหญ่อย่าง CATL (แบบ Cell-to-Body) ซึ่งตัวนี้มันพัฒนามาเพื่อรองรับมาตรฐานใหม่ GB 38031-2025 ของประเทศจีนพอดิบพอดี เกณฑ์นี้โหดมากครับ จากเดิมที่กฎหมายจีนบอกว่า "ถ้าแบตลัดวงจร ต้องอึดให้ได้ 5 นาทีก่อนไฟลุกเพื่อให้คนหนี" แต่กฎใหม่ปี 2025-2026 นี้คือ "ห้ามเกิดไฟไหม้และห้ามระเบิดเด็ดขาด (No Fire, No Explosion) แม้เซลล์ข้างในจะลัดวงจรหรือความร้อนพุ่งก็ตาม"
ซึ่งในสเปกของ MG ที่ใส่แผงกั้นวัสดุเปลี่ยนสถานะ (Phase Change Material) ร่วมกับฉนวนแผ่นแอโรเจล ก็ทำมาเพื่อตอบโจทย์กฎข้อนี้แหละครับ ถือว่าลบจุดอ่อนเรื่องความกลัว EV ไฟไหม้ไปได้เยอะมาก
4. ส่องค่ายอื่นที่มาตั้งโรงงานในไทย เขาทำอะไรกันอยู่?
แล้วค่ายรถจีนยักษ์ใหญ่อื่นๆ ที่เริ่มตั้งโรงงานและประกอบในไทยล่ะ ทำไมยังไม่เคลม มอก. ตัวนี้? จริงๆ ทุกค่ายเขากำลังขยับตามมาครับ เพียงแต่เหลี่ยมทางการตลาดและจังหวะซัพพลายเชนมันต่างกัน
-BYD (โรงงานระยอง) ตอนนี้เริ่มเดินสายพานผลิตรถในไทยเต็มสูบแล้ว แบตเตอรี่เขาก็ใช้ Blade Battery ของตัวเอง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยสูงมาก (ทดสอบเจาะทะลุแล้วไม่ติดไฟ) เรื่องผ่านมาตรฐานแล็บนอกพวกเขาสบายอยู่แล้ว แต่ในส่วนของการตรวจแล็บในไทยเพื่อให้ออกเลข มอก. 3026-2563 ของฝั่งผลิตในประเทศ กำลังอยู่ในขั้นตอนและรอคิวตามระบบ
-GWM / ORA รายนี้ดึงเอาซัพพลายเออร์แบตเตอรี่ในเครืออย่าง SVOLT มาตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทยเพื่อป้อนให้โรงงานที่ระยองเรียบร้อยแล้ว มาตรฐานฝั่งโรงงานเขาก็ตรวจเข้มข้น แต่อาจจะไม่ได้หยิบเอาตัวเลข มอก. ตัวนี้มาสู้ในเชิงโฆษณาเท่า MG เพราะเน้นชูจุดขายเรื่องออปชันระบบขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) เป็นหลักแทน
-Changan / NETA / GAC AION: ค่ายเหล่านี้เพิ่งเริ่มหรือกำลังทยอยเปิดสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเวอร์ชันประกอบไทย (Local Production) ในช่วงปี 2024-2026 นี้ ทำให้กระบวนการส่งชุดแบตเตอรี่ไปตรวจแล็บเพื่อเอาใบรับรอง มอก. ของไทยยังอยู่ในท่อดีล ในช่วงแรกจึงเน้นยื่นใบรับรองนำเข้าเดิมไปก่อน
สรุป
คำเคลมที่ว่า "เจ้าแรกและเจ้าเดียว" เป็นเรื่องจริงในแง่ของเทคนิคการยื่นเอกสารและการทดสอบแล็บในไทยครับ ถือเป็นจุดขายที่ฉลาดของ MG ที่เอาความชัวร์ของ มอก. และมาตรฐานห้ามไฟไหม้ตัวใหม่ของจีนมาเรียกความมั่นใจให้คนซื้อ
แต่ถามว่าค่ายอื่นปลอดภัยน้อยกว่าไหม? ก็คงพูดไม่ได้เต็มปาก เพราะรถ EV แบรนด์หลักๆ ในตลาดตอนนี้ส่วนใหญ่ก็ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ยุคใหม่ที่ปลอดภัยและอึดขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมากแล้ว ใครขับค่ายไหนอยู่ไม่ต้องนอยด์เลยครับ
แบต MG ได้ มอก. เจ้าแรก + มาตรฐานจีน "ห้ามไฟไหม้" ค่ายอื่นสู้ได้ไหม?
แถมยังมีพวกศัพท์เทคนิคอย่าง ทนความร้อน 1,000 องศา นาน 10 นาที, ฉนวนแอโรเจล, มาตรฐานจีน GB 38031, มาตรฐานยุโรป UN ECE R100 อะไรพวกนี้เต็มไปหมด
ด้วยความสงสัยบวกกับความอยากรู้ เลยลองไปค้นข้อมูลมา สรุปใจความสำคัญแบบภาษาชาวบ้านได้ประมาณนี้ครับ เผื่อใครกำลังตามหาข้อมูลอยู่เหมือนกัน
1. มอก. 3026-2563 มันคืออะไรกันแน่?
อธิบายง่ายๆ มันคือ "มาตรฐานอุตสาหกรรมไทยสำหรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า" ครับ ซึ่ง สมอ. (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) เขาเซ็ตอัปขึ้นมาโดยอิงเกณฑ์ทดสอบมาจากมาตรฐาน UN ECE R100 ของฝั่งยุโรป เน้นตรวจพวกระบบป้องกันกระแสไฟเกิน, การชาร์จเกิน (Overcharge), ระบบระบายความร้อน และที่สำคัญคือ "การลุกลามทางความร้อน (Thermal Runaway)" หรือที่เรากลัวๆ กันเรื่องแบตไหม้ลามนั่นแหละครับ
2. แล้วทำไมมีแค่ MG ค่ายเดียวที่ผ่าน? ค่ายอื่นไม่ปลอดภัยเหรอ?
ตรงนี้ต้องเคลียร์ก่อนเลยครับ ไม่ใช่ว่าค่ายอื่นไม่ปลอดภัยนะ แต่จุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงคำว่า "รถที่ผลิต/ประกอบในไทย" ครับ
ฝั่ง MG เขาเริ่มเดินสายพานผลิตและประกอบแบตเตอรี่ในโรงงานที่ไทย (HASCO-CP) มาสักพักใหญ่แล้ว พอทำในประเทศปุ๊บ ตามกฎหมายคือต้องส่งชุดแบตเตอรี่เข้าแล็บทดสอบของสถาบันยานยนต์ในไทยเพื่อขอใบรับรอง มอก. ตัวนี้ ซึ่ง MG เขาทำกระบวนการนี้เสร็จก่อนเพื่อน เลยเคลมการตลาดได้ว่าเป็น "รายแรกและรายเดียว" ที่ได้ป้าย มอก. นี้ครบทุกรุ่น (URBAN, MG4, MG S5, MG3 Hybrid+)
ฝั่งค่ายอื่น รถ EV หลายค่ายที่เราเห็นวิ่งๆ อยู่ ส่วนใหญ่เป็นรถนำเข้า (CBU) ทั้งคัน ซึ่งรถพวกนั้นเขาผ่านมาตรฐานระดับสากลจากนอกประเทศมาอยู่แล้ว เวลาเอาเข้ามาขาย สมอ. เขาจะใช้เกณฑ์ยอมรับผลทดสอบจากต่างประเทศเลย ไม่ต้องมาต่อคิวตรวจในแล็บไทยซ้ำ หรือค่ายอื่นๆ ที่ประกอบแบตเตอรี่ในไทยก็ยังอยู่ระหว่างรอคิวตรวจ
3. เจาะลึกมาตรฐานแบตจีนตัวใหม่ "ห้ามไฟไหม้เด็ดขาด" ของ MG URBAN
เรื่องนี้หลายคนอาจจะยังไม่รู้ ตัว MG URBAN รุ่นล่าสุดเนี่ย เขาหันมาจับมือใช้แบตเตอรี่ของยักษ์ใหญ่อย่าง CATL (แบบ Cell-to-Body) ซึ่งตัวนี้มันพัฒนามาเพื่อรองรับมาตรฐานใหม่ GB 38031-2025 ของประเทศจีนพอดิบพอดี เกณฑ์นี้โหดมากครับ จากเดิมที่กฎหมายจีนบอกว่า "ถ้าแบตลัดวงจร ต้องอึดให้ได้ 5 นาทีก่อนไฟลุกเพื่อให้คนหนี" แต่กฎใหม่ปี 2025-2026 นี้คือ "ห้ามเกิดไฟไหม้และห้ามระเบิดเด็ดขาด (No Fire, No Explosion) แม้เซลล์ข้างในจะลัดวงจรหรือความร้อนพุ่งก็ตาม"
ซึ่งในสเปกของ MG ที่ใส่แผงกั้นวัสดุเปลี่ยนสถานะ (Phase Change Material) ร่วมกับฉนวนแผ่นแอโรเจล ก็ทำมาเพื่อตอบโจทย์กฎข้อนี้แหละครับ ถือว่าลบจุดอ่อนเรื่องความกลัว EV ไฟไหม้ไปได้เยอะมาก
4. ส่องค่ายอื่นที่มาตั้งโรงงานในไทย เขาทำอะไรกันอยู่?
แล้วค่ายรถจีนยักษ์ใหญ่อื่นๆ ที่เริ่มตั้งโรงงานและประกอบในไทยล่ะ ทำไมยังไม่เคลม มอก. ตัวนี้? จริงๆ ทุกค่ายเขากำลังขยับตามมาครับ เพียงแต่เหลี่ยมทางการตลาดและจังหวะซัพพลายเชนมันต่างกัน
-BYD (โรงงานระยอง) ตอนนี้เริ่มเดินสายพานผลิตรถในไทยเต็มสูบแล้ว แบตเตอรี่เขาก็ใช้ Blade Battery ของตัวเอง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยสูงมาก (ทดสอบเจาะทะลุแล้วไม่ติดไฟ) เรื่องผ่านมาตรฐานแล็บนอกพวกเขาสบายอยู่แล้ว แต่ในส่วนของการตรวจแล็บในไทยเพื่อให้ออกเลข มอก. 3026-2563 ของฝั่งผลิตในประเทศ กำลังอยู่ในขั้นตอนและรอคิวตามระบบ
-GWM / ORA รายนี้ดึงเอาซัพพลายเออร์แบตเตอรี่ในเครืออย่าง SVOLT มาตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทยเพื่อป้อนให้โรงงานที่ระยองเรียบร้อยแล้ว มาตรฐานฝั่งโรงงานเขาก็ตรวจเข้มข้น แต่อาจจะไม่ได้หยิบเอาตัวเลข มอก. ตัวนี้มาสู้ในเชิงโฆษณาเท่า MG เพราะเน้นชูจุดขายเรื่องออปชันระบบขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) เป็นหลักแทน
-Changan / NETA / GAC AION: ค่ายเหล่านี้เพิ่งเริ่มหรือกำลังทยอยเปิดสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเวอร์ชันประกอบไทย (Local Production) ในช่วงปี 2024-2026 นี้ ทำให้กระบวนการส่งชุดแบตเตอรี่ไปตรวจแล็บเพื่อเอาใบรับรอง มอก. ของไทยยังอยู่ในท่อดีล ในช่วงแรกจึงเน้นยื่นใบรับรองนำเข้าเดิมไปก่อน
สรุป
คำเคลมที่ว่า "เจ้าแรกและเจ้าเดียว" เป็นเรื่องจริงในแง่ของเทคนิคการยื่นเอกสารและการทดสอบแล็บในไทยครับ ถือเป็นจุดขายที่ฉลาดของ MG ที่เอาความชัวร์ของ มอก. และมาตรฐานห้ามไฟไหม้ตัวใหม่ของจีนมาเรียกความมั่นใจให้คนซื้อ
แต่ถามว่าค่ายอื่นปลอดภัยน้อยกว่าไหม? ก็คงพูดไม่ได้เต็มปาก เพราะรถ EV แบรนด์หลักๆ ในตลาดตอนนี้ส่วนใหญ่ก็ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ยุคใหม่ที่ปลอดภัยและอึดขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมากแล้ว ใครขับค่ายไหนอยู่ไม่ต้องนอยด์เลยครับ