'ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส' เริ่ม ก.ค.นี้ รัฐช่วยลงทุน 10,000 บาท






'ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส' เริ่ม ก.ค.นี้ รัฐช่วยลงทุน 10,000 บาท | เดลินิวส์


‘ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส’ เริ่ม ก.ค.นี้ รัฐช่วยลงทุน 10,000 บาท
รัฐบาลเปิดตัว “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” เดือน ก.ค. นี้ หนุนคนไทยมีธุรกิจเป็นของตนเอง รัฐช่วยลงทุนสูงสุด 10,000 บาท พร้อมพื้นที่ขายฟรี 6 เดือน
วันที่ 26 มิ.ย. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “ไทยช่วยไทย” เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพ เพิ่มรายได้ และขยายโอกาสให้ประชาชนก้าวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยเตรียมเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อสนับสนุนผู้ที่ต้องการเริ่มต้นกิจการผ่านระบบแฟรนไชส์ที่มีมาตรฐานและสามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้จริง


ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนเงินลงทุนจากภาครัฐ 50% ของมูลค่าแพ็กเกจแฟรนไชส์ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย สำหรับแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท พร้อมได้รับการสนับสนุนด้านแหล่งเงินทุน สินเชื่ออัตราพิเศษ ระบบการชำระเงิน และการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อลดภาระต้นทุนและอุปสรรคในการเริ่มต้นธุรกิจ
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการยังสามารถใช้พื้นที่จำหน่ายสินค้าและบริการในเครือโลตัสและแม็คโครกว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 6 เดือน ช่วยเพิ่มช่องทางการขาย เข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นกิจการ


นางสาวลลิดา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นทั้งการสร้างโอกาสให้ประชาชนมีธุรกิจเป็นของตนเอง และเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยให้สามารถขยายธุรกิจได้อย่างมีมาตรฐาน โดยแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนและเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ


ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเลือกลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ขณะที่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อขยายฐานธุรกิจและเข้าถึงผู้สนใจลงทุนจากทั่วประเทศ

“โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนมีรายได้อย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนทั้งเงินลงทุน แหล่งเงินทุน และช่องทางการตลาด ช่วยเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ” นางสาวลลิดา กล่าว




ข่าวจาก : เดลินิวส์ออนไลน์  







แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่