มือถือวูบดับบ่อยๆ แบตยังไม่หมด? มาไขปริศนา (พร้อมวิธีแก้) ปัญหาโลกแตกนี้กันครับ!

เพื่อนๆ เคยเป็นกันไหมครับ กำลังไถฟีดเพลินๆ หรือคุยงานสำคัญอยู่ดีๆ จู่ๆ มือถือคู่ใจก็ดับวูบไปต่อหน้าต่อตา! ทั้งที่หน้าจอยังโชว์แบตเตอรี่เหลือตั้ง 20-30% หรือบางทีก็ 50% ด้วยซ้ำ! ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนโดนหลอกให้รักแล้วทิ้งกันไปเลยนะครับ (ฮา) มันน่าหงุดหงิด เสียเวลา และบางทีก็ทำให้งานสะดุดไปหมดเลยใช่ไหมครับ?

ผมเองก็เคยเจอมาแล้วหลายรอบ จนต้องไปควานหาข้อมูลมาอย่างละเอียด วันนี้เลยอยากเอาความรู้และวิธีแก้ปัญหาโลกแตกนี้มาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันแบบสนุกๆ เข้าใจง่ายๆ พร้อมกับภาพประกอบเจ๋งๆ ที่ผมหามาให้ชม รับรองว่าอ่านจบแล้วจะร้องอ๋อ และรู้วิธีจัดการกับมือถือตัวดีของเราแน่นอนครับ!



มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมมือถือถึงชอบ "หลอกดาว" เราแบบนี้

สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้มือถือของเราดับเองทั้งที่แบตเตอรี่ยังไม่หมด มีดังนี้ครับ

1. แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ (Battery Degradation)
นี่คือจำเลยอันดับหนึ่งเลยครับ พอแบตเตอรี่ใช้งานมานานๆ เข้า ประสิทธิภาพการเก็บประจุไฟก็จะลดลง แถมการอ่านค่าเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ก็จะเริ่มรวน บางทีมันก็แสดงผลหลอกตาเราว่าเหลือเยอะ ทั้งที่จริงๆ แล้วกำลังไฟที่จ่ายออกมามันไม่เสถียรพอที่จะเลี้ยงระบบเครื่องให้ทำงานต่อได้ ตัวเครื่องเลยตัดสินใจตัดไฟ ดับไปเลย เพื่อป้องกันความเสียหายครับ เหมือนคนแก่ที่ดูแข็งแรงแต่จู่ๆ ก็หมดแรงเอาดื้อๆ นั่นแหละครับ!



2. ซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการมีปัญหา (Software Glitches)
ถัดมาก็คือเรื่องของซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการครับ บางทีมือถือเราก็มีบั๊ก มีความรวนจากการอัปเดตที่ไม่สมบูรณ์ หรือจากแอปพลิเคชันบางตัวที่ทำงานผิดปกติไปดึงพลังงานเครื่องมากเกินไป จนระบบมันรวนแล้วตัดการทำงานไปเฉยๆ ก็เป็นได้ครับ เหมือนคนทำงานเยอะจนโอเวอร์โหลดแล้วฟิวส์ขาดไปเองนั่นแหละครับ

3. ความร้อนเกิน (Overheating)
อีกสาเหตุที่เจอบ่อยไม่แพ้กันคือความร้อนเกินครับ มือถือสมัยนี้ฉลาดมากนะครับ ถ้าเครื่องร้อนจัดเกินไปไม่ว่าจะจากการใช้งานหนัก เล่นเกมกราฟิกสูงๆ ชาร์จไปเล่นไป หรืออยู่ในที่ๆ อากาศร้อนอบอ้าว ตัวเครื่องมันจะตัดไฟเพื่อป้องกันความเสียหายต่อฮาร์ดแวร์ภายในครับ คล้ายกับระบบเซฟตี้ของคอมพิวเตอร์นั่นแหละครับ

4. ปัญหาฮาร์ดแวร์ภายใน (Internal Hardware Issues)
และสุดท้ายคือปัญหาฮาร์ดแวร์ภายในครับ อันนี้อาจจะไม่ใช่แค่แบตเตอรี่อย่างเดียว แต่อาจจะเป็นที่แผงวงจรภายในมีปัญหา จุดเชื่อมต่อหลวม หรือพอร์ตชาร์จไฟเริ่มรวน ทำให้การจ่ายไฟไม่เสถียร เครื่องเลยดับเองได้ครับ อันนี้จะเริ่มแก้เองยากหน่อย ต้องพึ่งช่างผู้เชี่ยวชาญแล้วล่ะครับ

ถึงเวลาลงมือแก้ปัญหา! "งอแง" นักใช่ไหม ได้เลย!

เอาล่ะครับ! พอรู้สาเหตุหลักๆ กันไปแล้ว คราวนี้มาดูวิธีแก้ปัญหาที่เพื่อนๆ สามารถลองทำเองได้ง่ายๆ กันบ้างดีกว่าครับ เริ่มจากวิธีเบสิกๆ ไปจนถึงขั้นแอดวานซ์เลยนะครับ

1. รีสตาร์ทเครื่อง (Restart) ครับ
ง่ายที่สุดแต่ได้ผลบ่อยที่สุดก็คือการ 'รีสตาร์ทเครื่อง' ครับ การทำแบบนี้จะช่วยเคลียร์แคช ปิดแอปฯ ที่ค้าง และรีเซ็ตระบบปฏิบัติการเล็กๆ น้อยๆ ให้กลับมาทำงานปกติ ลองทำดูก่อนเลยครับ บางทีก็หายงง หายรวนเป็นปลิดทิ้งเลยนะครับ (ฮา)



2. อัปเดตซอฟต์แวร์ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอครับ
หมั่นตรวจสอบการอัปเดตระบบปฏิบัติการ (OS) อยู่เสมอครับ เพราะบางครั้งบั๊กที่ทำให้เครื่องดับเองก็ถูกแก้ไขในเวอร์ชันใหม่แล้ว การอัปเดตจะช่วยให้ระบบเสถียรขึ้น และแก้ปัญหาที่เกิดจากซอฟต์แวร์ได้ครับ

3. ค้นหาแอปพลิเคชันตัวร้ายครับ
ลองสังเกตดูว่าเครื่องเราเริ่มมีอาการดับเองหลังจากติดตั้งแอปฯ อะไรใหม่ๆ หรือไม่ครับ บางทีแอปฯ ที่เพิ่งลงไปอาจจะเป็นตัวการก็ได้ ลองลบแอปฯ ที่สงสัยออก หรือลองเข้าสู่ Safe Mode (แต่ละยี่ห้อมีวิธีเข้าต่างกัน ลองหาข้อมูลเพิ่มดูนะครับ) เพื่อเช็คว่าเครื่องยังดับเองอยู่ไหม ถ้าหาย ก็แสดงว่าเป็นที่แอปฯ นั้นๆ ล่ะครับ

4. ลดการใช้งานหนัก และระบายความร้อนให้ดีครับ
ถ้าเครื่องชอบดับตอนเล่นเกมหนักๆ หรือตอนชาร์จไปเล่นไป ลองลดการใช้งานดูครับ ปล่อยให้เครื่องได้พักบ้าง อย่าเอาไปตากแดดจัดๆ หรืออยู่ในที่อับๆ ร้อนๆ พยายามให้เครื่องได้ระบายความร้อนที่ดีครับ อาจจะถอดเคสออกบ้างเวลาใช้งานหนักๆ ก็ช่วยได้นะครับ

5. ตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ (Battery Health) ของคุณครับ
มือถือหลายรุ่นโดยเฉพาะ iPhone จะมีฟังก์ชันให้เช็ค 'สุขภาพแบตเตอรี่' ได้ใน Settings ครับ ถ้าสุขภาพแบตเตอรี่ต่ำกว่า 80% นั่นเป็นสัญญาณชัดเจนว่าถึงเวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้วครับ ส่วน Android อาจจะต้องใช้แอปฯ Third-party ช่วยตรวจสอบ หรือสังเกตจากอาการโดยรวมครับ

6. ลอง Factory Reset เป็นไม้ตายสุดท้ายครับ
วิธีนี้เป็นไม้ตายสุดท้ายสำหรับการแก้ปัญหาซอฟต์แวร์ครับ การ Factory Reset จะลบข้อมูลทุกอย่างในเครื่อง ทำให้เครื่องกลับไปเหมือนตอนซื้อใหม่ๆ เลยครับ ก่อนทำต้องสำรองข้อมูลสำคัญทั้งหมดไว้ด้วยนะครับ (ย้ำเลยว่าสำคัญมาก!) วิธีนี้มักจะแก้ปัญหาที่เกิดจากบั๊กซอฟต์แวร์ที่ฝังลึกได้ครับ

7. ถึงเวลาพึ่งช่างผู้เชี่ยวชาญแล้วครับ
ถ้าลองมาหมดทุกวิธีแล้ว เครื่องยังคงดับเองไม่หายสักที อาจเป็นไปได้ว่ามีปัญหาฮาร์ดแวร์ภายในจริงๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่เสื่อมสภาพอย่างหนัก แผงวงจรมีปัญหา หรือพอร์ตชาร์จมีปัญหา ถึงเวลานี้ผมแนะนำให้พามือถือคู่ใจไปหาช่างผู้เชี่ยวชาญที่ศูนย์บริการ หรือร้านซ่อมที่ไว้ใจได้เลยครับ ให้เขาตรวจเช็คอย่างละเอียดจะดีที่สุดครับ อย่าปล่อยไว้นานนะครับ เดี๋ยวจะพาลเสียอารมณ์ไปมากกว่านี้ครับ



หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เข้าใจสาเหตุและมีแนวทางในการแก้ไขปัญหามือถือดับเองทั้งที่แบตยังไม่หมดกันได้แล้วนะครับ บางทีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ แค่รีสตาร์ทเครื่องก็หาย แต่บางทีมันก็เป็นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาที่ต้องดูแลมือถือของเราเป็นพิเศษแล้วครับ ถ้าใครมีประสบการณ์หรือวิธีแก้ปัญหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ ก็มาแชร์กันได้ในคอมเมนต์เลยนะครับ ผมกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ ยินดีรับฟังเสมอครับ!

วันนี้ขอตัวไปชาร์จแบตฯ ให้เต็มก่อนนะครับ เผื่อมือถือจะงอแงอีก (ฮา) สวัสดีครับ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่