สวัสดียามดึกจ้าทุกคน เราเป็น first jobber ที่ทำงานมาได้เกือบจะ 1 ปีแล้ว เริ่มทำงานตั้งแต่กรกฎาคมปีที่แล้ว ซึ่งก็แทบจะไม่ได้พักเลย เพราะเรียนจบประมาณ 1 เดือนก็หางานทำทันที ในสาขา เราน่าจะเป็นคนแรกที่ทำงานเลย ไม่ใช่หางานเก่ง หรือเก่งเลยได้งานเร็วนะ หาเร็ว หาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ประมาณ 4 เดือนก่อนจบ ก่อนจบมีไปไหว้ขอพรด้วย จำได้ว่าตอนนั้นชวนเพื่อนไป และตั้งใจไหว้มากๆ แทบจะสื่อจิตถือพระแม่ แล้วลิสต์รายการไปอย่างดีว่าอยากได้แบบไหน ดูรีวิววิธีการไหว้ (ความเชื่อส่วนบุคคล) ซึ่งจากการทำงานมาจะครบ 1 ปี ถือว่าไปย้อนอ่าน พระแม่ก็ให้มาตามที่ขอค่อนข้าง 90% (หลังไมค์มาถามพิกัดได้ค่ะ)
สายการทำงานของเรา ส่วนใหญ่จะต้องทำโรงงานเป็นส่วนใหญ่ แบบว่าออฟฟิศไม่ค่อยรับ ถ้าไม่มีประสบการณ์ ถ้าอยู่กทม.คิดว่าอาจจะหาง่ายกว่า เพราะยังเลือกสเปกงานเล็ก กลาง ใหญ่ได้ (ถ้าไม่ซีเรียส หรือหาไม่ได้จริงๆ) แต่โชคดีมากว่า เราโพสต์หางานในเฟสบุ๊ก ซึ่งมีผู้จัดการที่ตอนนี้ก็เป็นผู้จัดการของเราปัจจุบัน เขาหานักกฎหมายของสายงานที่เราตามหาอยู่ จึงได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์และได้ทำงาน และไม่รู้ฟ้าลิขิต หรืออะไรดลบันดาล ทำให้ได้มาอยู่กับพี่ที่เสนองาน จริงๆตอนแรกจะต้องไปอยู่อีกแผนก คือพี่คนนี้หาพนง.ให้กับบริษัท แต่ไม่ได้หาให้แผนกตัวเอง แต่จับพลัดจับพลู ก็ได้มาอยู่กับพี่เขา บรรยากาศการทำงานดีมาก ไม่กดดัน ค่อยๆโต มีเรื่องเครียดนะ การทำงานย่อมมีอยู่แล้ว แต่โดยรวมดีมากๆค่ะ เป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป ซึ่งพี่เขาก็มีลักษณะในการสอนงานแบบนั้น เขาชมในสิ่งเล็กๆ ซึ่งเราประทับใจในความคิด จิตใจของเขามาก ตั้งแต่แรกที่คุยกันในแชท เราเป็นคนสงสัยก็กล้าที่จะถาม ซึ่งพี่เขาก็ตอบและชมตั้งแต่ในแชทว่า ชื่นชมจ้ะกับการกระทำแค่กล้าที่จะถาม ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร และพี่ๆในแผนกทุกคนสนิทกัน ช่วยเหลือกัน ทำงานแบบช่วยเหลือกันแบบพี่น้องจริงๆ คือตอนเรียนและอ่านรีวิวในที่ทำงาน ไม่คาดหวังไรเลย คาดหวังขอไม่ประสาทจนเกินไป แต่อันนี้ดีเกินคาดค่ะ เงินเดือนถ้าสำหรับเริ่มต้นไม่มีประสบการณ์ เราพอใจค่ะ อาจจะเพราะไม่มีภาระ และทำงานต่างจังหวัด ค่าครองชีพไม่สูง กับสภาพจิตใจที่ไม่ต้อง toxic ตั้งแต่เป็น first jobber ก็คือดีแล้วค่ะ และพี่เขาไม่ใช่คนปิดโอกาสในการที่เราจะเรียนรู้ ถ้าเราใฝ่รู้ มีโอกาสได้ไปทำสิ่งใหม่ๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากที่นี่ และออกไปอบรมด้านนอกที่บางที เราขอเขาไป เขาก็ให้ไปหมดถือเป็นการหาความรู้ใส่ตัวเอง พัฒนาตัวเองไปด้วย รู้สึกว่าตัวเองได้ความรู้จากการทำงานและทักษะในการทำงาน ประสานงาน สื่อสารกับหลายฝ่ายมากๆเลย
ขอบคุณที่อย่างน้อยโชคดีในการทำงานค่ะ
อยากรู้ประสบการณ์การทำงาน first jobber ของทุกคน มาเล่าสู่กันฟังได้ค่ะ อันนี้ที่มาเล่าเพราะเหงา และถือว่า pantip เป็นสมุดโน้ตบันทึกชีวิตละกัน อิอิ
เล่าที่ทำงานและประสบการณ์ทำงานหลังจากทำงาน 1 ปี
สายการทำงานของเรา ส่วนใหญ่จะต้องทำโรงงานเป็นส่วนใหญ่ แบบว่าออฟฟิศไม่ค่อยรับ ถ้าไม่มีประสบการณ์ ถ้าอยู่กทม.คิดว่าอาจจะหาง่ายกว่า เพราะยังเลือกสเปกงานเล็ก กลาง ใหญ่ได้ (ถ้าไม่ซีเรียส หรือหาไม่ได้จริงๆ) แต่โชคดีมากว่า เราโพสต์หางานในเฟสบุ๊ก ซึ่งมีผู้จัดการที่ตอนนี้ก็เป็นผู้จัดการของเราปัจจุบัน เขาหานักกฎหมายของสายงานที่เราตามหาอยู่ จึงได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์และได้ทำงาน และไม่รู้ฟ้าลิขิต หรืออะไรดลบันดาล ทำให้ได้มาอยู่กับพี่ที่เสนองาน จริงๆตอนแรกจะต้องไปอยู่อีกแผนก คือพี่คนนี้หาพนง.ให้กับบริษัท แต่ไม่ได้หาให้แผนกตัวเอง แต่จับพลัดจับพลู ก็ได้มาอยู่กับพี่เขา บรรยากาศการทำงานดีมาก ไม่กดดัน ค่อยๆโต มีเรื่องเครียดนะ การทำงานย่อมมีอยู่แล้ว แต่โดยรวมดีมากๆค่ะ เป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป ซึ่งพี่เขาก็มีลักษณะในการสอนงานแบบนั้น เขาชมในสิ่งเล็กๆ ซึ่งเราประทับใจในความคิด จิตใจของเขามาก ตั้งแต่แรกที่คุยกันในแชท เราเป็นคนสงสัยก็กล้าที่จะถาม ซึ่งพี่เขาก็ตอบและชมตั้งแต่ในแชทว่า ชื่นชมจ้ะกับการกระทำแค่กล้าที่จะถาม ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร และพี่ๆในแผนกทุกคนสนิทกัน ช่วยเหลือกัน ทำงานแบบช่วยเหลือกันแบบพี่น้องจริงๆ คือตอนเรียนและอ่านรีวิวในที่ทำงาน ไม่คาดหวังไรเลย คาดหวังขอไม่ประสาทจนเกินไป แต่อันนี้ดีเกินคาดค่ะ เงินเดือนถ้าสำหรับเริ่มต้นไม่มีประสบการณ์ เราพอใจค่ะ อาจจะเพราะไม่มีภาระ และทำงานต่างจังหวัด ค่าครองชีพไม่สูง กับสภาพจิตใจที่ไม่ต้อง toxic ตั้งแต่เป็น first jobber ก็คือดีแล้วค่ะ และพี่เขาไม่ใช่คนปิดโอกาสในการที่เราจะเรียนรู้ ถ้าเราใฝ่รู้ มีโอกาสได้ไปทำสิ่งใหม่ๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากที่นี่ และออกไปอบรมด้านนอกที่บางที เราขอเขาไป เขาก็ให้ไปหมดถือเป็นการหาความรู้ใส่ตัวเอง พัฒนาตัวเองไปด้วย รู้สึกว่าตัวเองได้ความรู้จากการทำงานและทักษะในการทำงาน ประสานงาน สื่อสารกับหลายฝ่ายมากๆเลย
ขอบคุณที่อย่างน้อยโชคดีในการทำงานค่ะ
อยากรู้ประสบการณ์การทำงาน first jobber ของทุกคน มาเล่าสู่กันฟังได้ค่ะ อันนี้ที่มาเล่าเพราะเหงา และถือว่า pantip เป็นสมุดโน้ตบันทึกชีวิตละกัน อิอิ