อย่าคิดจะมาลองดี — ภาค 2
ความเดิมจากตอนที่แล้ว
เมฆาได้จัดการกับลูกน้องและผู้ร่วมมือทั้ง 5 คนจนหมดสิ้น ความเกรงกลัวแผ่ขจรไปทั่วท้องถิ่น แต่นั่นเป็นเพียงแค่เบี้ยล่าง ต้นเหตุที่แท้จริงยังคงอยู่ นั่นคือ เจ้าพ่อสมศักดิ์ พร้อมด้วยอาจารย์ดำและเสนาธิการกำจร คืนนี้ทุกคนจึงนัดพบกันที่โรงงานเก่าใหญ่โต ร้างเปล่า เพื่อชำระบัญชีสุดท้าย
เมื่อเผชิญหน้ากัน เจ้าพ่อสมศักดิ์หัวเราะดังก้องกังวาน เสียงสะท้อนไปทั่วอาคาร ท่าทางเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ไม่คิดว่าต้องเกรงกลัวแม้แต่น้อย
“กลับมาหากูอีกแล้วสินะ… คิดว่ากำจัดไอ้พวกขี้ข้าได้ ก็จะมาต่อกรกับกูได้งั้นเหรอ?” เจ้าพ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม มองเมฆาเหมือนมองแมลงตัวเล็กๆ
“เมื่อก่อนก็เห็นแก่กินน้ำใจ อ่อนน้อมจนน่ารังเกียจ บัดนี้มีวิชาอาคมหน่อย ก็ทำตัวใหญ่โตขึ้นมา ความดีของ มันปกป้องตัวเองยังไม่ได้ แล้วจะไปทำอะไรกับกูได้เล่า?”
เมฆายืนนิ่งในชุดสีดำตัดแดง สายตาเข้มลึก ไร้อารมณ์ ก่อนเอ่ยช้าๆ หนักแน่น:
“กูไม่ได้กลับมาเพื่ออวดเก่ง… กูกลับมาเพื่อให้รู้ว่า สิ่งที่เคยทำ มันไม่ใช่เรื่องที่จะผ่านไปได้ง่ายๆ”
“โอ้โห พูดดีจริง!” เจ้าพ่อหัวเราะลั่น
“ยังจำได้ไหม? คืนนั้น ที่กอดเมียร้องไห้โฮเหมือนเด็กที่ไม่มีพ่อแม่? กูบอกแล้วไง — ในโลกนี้ ไม่มีใครเกรงกลัวคนดี แต่ทุกคนเกรงกลัวคนที่มีอำนาจ! ความดีของ มันเอาอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ชีวิตคนรักก็ยังรักษาไม่อยู่!”
คำพูดนั้นเหมือนกรดราดลงบนแผลเก่า ทำให้ภาพในอดีตฉายชัดขึ้นในใจเมฆา…
ย้อนอดีต…
เมื่อก่อนเมฆาไม่ได้เป็นคนเย็นชา หรือมีวิชาอาคมใดๆ เขาเป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดา มีจิตใจอ่อนโยน ทำมาหากินสุจริต มีบ้านเล็กๆ และที่ดินผืนเดียวที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ สิ่งที่มีค่าที่สุดคือภรรยาที่รักกัน เธอคือแสงสว่างเดียวที่ทำให้เขามีความสุข และยึดมั่นว่าความดีจะนำพาให้ผ่านพ้นทุกเรื่องยาก
แต่ในสายตาของเจ้าพ่อสมศักดิ์ ความอ่อนน้อมกลายเป็นความอ่อนแอที่เอาเปรียบได้ พวกมันเริ่มเรียกเก็บส่วยตามอำเภอใจ ต่อมาบิดเบือนเอกสารสิทธิ์ อ้างว่าที่ดินเป็นของตน เมื่อเมฆาพยายามร้องขอความยุติธรรม ก็ถูกปิดปาก ข่มขู่ ทำร้ายร่างกายจนไม่มีหนทางสู้
คืนหนึ่งที่พายุฝนกระหน่ำ ฟ้าร้องคำราม เจ้าพ่อนำอาจารย์ดำและเสนาธิการกำจรบุกเข้ามาที่บ้าน บังคับให้เซ็นมอบที่ดิน เมื่อเมฆายังไม่ยอมก้มหัว เจ้าพ่อจึงจับภรรยาของเขาไว้ต่อหน้า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันที่สุด:
“ดูสิไอ้หน้าโง่! ถ้าไม่มีอำนาจ สิ่งที่รัก มันก็แค่ของเล่นที่กูจะทำลายได้ตามใจ! ความดีของ มันปกป้องตัวเองยังไม่ได้ จะไปปกป้องคนอื่นได้อย่างไร?”
แล้วพวกมันก็ลงมือทำร้าย จนภรรยาของเมฆาสิ้นใจตายต่อหน้า ก่อนจะทิ้งร่างนั้นไว้กลางบ้าน แล้วเดินจากไปด้วยความสะใจ
คืนนั้นเอง ทุกสิ่งที่เมฆาเคยเชื่อถือมาตลอดชีวิต ก็พังทลายลงจนหมดสิ้น ความเจ็บปวด ความอับอาย และความรู้สึกว่าความยุติธรรมไม่เคยมีอยู่จริง รวมตัวกันกลายเป็นความแค้นที่ฝังลึกถึงกระดูก
นี่คือจุดเปลี่ยน เมฆาจึงเดินทางเข้าป่าลึกที่ไม่มีใครกล้าเข้าไป เพื่อแสวงหาวิชาที่คนทั่วไปเกรงกลัว แลกทั้งจิตใจและวิญญาณ เพื่อเปลี่ยนตัวเองจากชายอ่อนแอ ให้กลายเป็นคนที่ไม่มีใครกล้ามาทำร้าย และรอวันที่จะได้คืนบัญชีแค้นทั้งหมด
กลับมาปัจจุบัน — ฉากต่อสู้
เมื่อเล่าความเป็นมาจบลง บรรยากาศกดดันจนอากาศแทบจะขาดหาย
“ฟังดูน่าสงสารจริง!” เจ้าพ่อสมศักดิ์ตะโกน พร้อมกับส่งพลังอาคมมืดสีดำสนิทพุ่งเข้ามาเต็มแรง
“แต่ความสงสารมันไม่ใช่อำนาจ! กูจะสอนให้รู้ว่า ใครกันแน่ที่ยิ่งใหญ่กว่ากัน!”
อาจารย์ดำร่ายคาถาทันที เสกงูไฟและเขี้ยวมีดลอยลมพุ่งเข้าหาทุกทิศทาง ส่วนเสนาธิการกำจรใช้เล่ห์เหลี่ยมซ่อนตัวโจมตีจากด้านหลัง
แต่เมฆาเพียงยืนนิ่ง ยกมือขึ้นช้าๆ พลังงานสีแดงฉานพุ่งออกมาทั่วร่าง กลายเป็นกำแพงป้องกันหนาทึบ คาถามืดทั้งหมดกระจายสลายไปในพริบตา
“ความโลภของ เหมือนตัวเงินตัวทอง หิวไม่เคยอิ่ม… สุดท้ายก็ตายเพราะสิ่งที่ตัวเองอยากกิน”
เมฆาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะกระตุกนิ้วเบาๆ
คานเหล็กขนาดใหญ่ในโรงงานก็บิดงอเคลื่อนที่ตามคำสั่ง ล้อมรอบอาจารย์ดำจนขยับไม่ได้ พลังอาคมสีแดงรัดร่างจนสิ้นใจทันที ส่วนเสนาธิการกำจรพยายามวิ่งหนี แต่ก็ถูกสายพลังดึงกลับมาติดกับเสาปูน รู้ตัวว่าหนีไม่รอด
เหลือเพียงเจ้าพ่อสมศักดิ์ เขาเร่งวิชาสูงสุดที่มี พลังมืดรวมกันเป็นลูกกลมใหญ่พุ่งเข้าหา แต่เมฆาก้าวเข้ามาตรงๆ ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ยกมือรับพลังนั้นไว้ ก่อนจะบีบมือแน่นจนพลังมืดแตกกระจายเป็นควัน
“เป็นไปไม่ได้… กูไม่ยอม!” เจ้าพ่อตะโกนด้วยความตื่นตระหนก
เมฆาก้าวเข้ามาใกล้ จับคอเสื้อยกขึ้นให้สบตากันอย่างใกล้ชิด เอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่สะท้อนทั้งความเจ็บปวดและความเด็ดขาด:
“เคยพูดว่าความดีไม่มีอำนาจ… แต่ลืมไปว่า ความเจ็บปวดที่สูญเสียทุกอย่าง มันคือพลังที่ไม่มีอะไรต้านทานได้ วันนี้ กูจะให้รู้สึกเหมือนกัน — สูญเสียทุกอย่าง จนเหลือแต่ความกลัวและความอับอาย เหมือนที่กูเคยรู้สึกมาแล้ว”
ด้วยการบีบมือเพียงครั้งเดียว พลังงานทั้งหมดพุ่งเข้าสู่ร่าง เจ้าพ่อสมศักดิ์ร้องโหยหวนดังลั่น ก่อนจะสิ้นใจลงกองกับพื้น ความเงียบกลับมาปกคลุมทั่วโรงงานเก่าอีกครั้ง
เมฆามองดูเหตุการณ์ตรงหน้า ไม่มีความสุขแม้แต่น้อย ได้ชำระแค้นสำเร็จ แต่สิ่งที่สูญเสียไปไม่มีวันหวนกลับ เขาเดินจากไปท่ามกลางแสงแดดที่ลอดผ่านรอยร้าว ทิ้งไว้เพียงบทเรียนที่ไม่มีใครกล้าลืม — อย่าคิดจะมาลองดี กับคนที่ไม่มีอะไรต้องเสียอีกต่อไป
เล่าเรื่องความเชื่อสิ่งลี้ลับเวทมนต์คาถา
อย่าคิดจะมาลองดี — ภาค 2
ความเดิมจากตอนที่แล้ว
เมฆาได้จัดการกับลูกน้องและผู้ร่วมมือทั้ง 5 คนจนหมดสิ้น ความเกรงกลัวแผ่ขจรไปทั่วท้องถิ่น แต่นั่นเป็นเพียงแค่เบี้ยล่าง ต้นเหตุที่แท้จริงยังคงอยู่ นั่นคือ เจ้าพ่อสมศักดิ์ พร้อมด้วยอาจารย์ดำและเสนาธิการกำจร คืนนี้ทุกคนจึงนัดพบกันที่โรงงานเก่าใหญ่โต ร้างเปล่า เพื่อชำระบัญชีสุดท้าย
เมื่อเผชิญหน้ากัน เจ้าพ่อสมศักดิ์หัวเราะดังก้องกังวาน เสียงสะท้อนไปทั่วอาคาร ท่าทางเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ไม่คิดว่าต้องเกรงกลัวแม้แต่น้อย
“กลับมาหากูอีกแล้วสินะ… คิดว่ากำจัดไอ้พวกขี้ข้าได้ ก็จะมาต่อกรกับกูได้งั้นเหรอ?” เจ้าพ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม มองเมฆาเหมือนมองแมลงตัวเล็กๆ
“เมื่อก่อนก็เห็นแก่กินน้ำใจ อ่อนน้อมจนน่ารังเกียจ บัดนี้มีวิชาอาคมหน่อย ก็ทำตัวใหญ่โตขึ้นมา ความดีของ มันปกป้องตัวเองยังไม่ได้ แล้วจะไปทำอะไรกับกูได้เล่า?”
เมฆายืนนิ่งในชุดสีดำตัดแดง สายตาเข้มลึก ไร้อารมณ์ ก่อนเอ่ยช้าๆ หนักแน่น:
“กูไม่ได้กลับมาเพื่ออวดเก่ง… กูกลับมาเพื่อให้รู้ว่า สิ่งที่เคยทำ มันไม่ใช่เรื่องที่จะผ่านไปได้ง่ายๆ”
“โอ้โห พูดดีจริง!” เจ้าพ่อหัวเราะลั่น
“ยังจำได้ไหม? คืนนั้น ที่กอดเมียร้องไห้โฮเหมือนเด็กที่ไม่มีพ่อแม่? กูบอกแล้วไง — ในโลกนี้ ไม่มีใครเกรงกลัวคนดี แต่ทุกคนเกรงกลัวคนที่มีอำนาจ! ความดีของ มันเอาอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ชีวิตคนรักก็ยังรักษาไม่อยู่!”
คำพูดนั้นเหมือนกรดราดลงบนแผลเก่า ทำให้ภาพในอดีตฉายชัดขึ้นในใจเมฆา…
ย้อนอดีต…
เมื่อก่อนเมฆาไม่ได้เป็นคนเย็นชา หรือมีวิชาอาคมใดๆ เขาเป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดา มีจิตใจอ่อนโยน ทำมาหากินสุจริต มีบ้านเล็กๆ และที่ดินผืนเดียวที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ สิ่งที่มีค่าที่สุดคือภรรยาที่รักกัน เธอคือแสงสว่างเดียวที่ทำให้เขามีความสุข และยึดมั่นว่าความดีจะนำพาให้ผ่านพ้นทุกเรื่องยาก
แต่ในสายตาของเจ้าพ่อสมศักดิ์ ความอ่อนน้อมกลายเป็นความอ่อนแอที่เอาเปรียบได้ พวกมันเริ่มเรียกเก็บส่วยตามอำเภอใจ ต่อมาบิดเบือนเอกสารสิทธิ์ อ้างว่าที่ดินเป็นของตน เมื่อเมฆาพยายามร้องขอความยุติธรรม ก็ถูกปิดปาก ข่มขู่ ทำร้ายร่างกายจนไม่มีหนทางสู้
คืนหนึ่งที่พายุฝนกระหน่ำ ฟ้าร้องคำราม เจ้าพ่อนำอาจารย์ดำและเสนาธิการกำจรบุกเข้ามาที่บ้าน บังคับให้เซ็นมอบที่ดิน เมื่อเมฆายังไม่ยอมก้มหัว เจ้าพ่อจึงจับภรรยาของเขาไว้ต่อหน้า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันที่สุด:
“ดูสิไอ้หน้าโง่! ถ้าไม่มีอำนาจ สิ่งที่รัก มันก็แค่ของเล่นที่กูจะทำลายได้ตามใจ! ความดีของ มันปกป้องตัวเองยังไม่ได้ จะไปปกป้องคนอื่นได้อย่างไร?”
แล้วพวกมันก็ลงมือทำร้าย จนภรรยาของเมฆาสิ้นใจตายต่อหน้า ก่อนจะทิ้งร่างนั้นไว้กลางบ้าน แล้วเดินจากไปด้วยความสะใจ
คืนนั้นเอง ทุกสิ่งที่เมฆาเคยเชื่อถือมาตลอดชีวิต ก็พังทลายลงจนหมดสิ้น ความเจ็บปวด ความอับอาย และความรู้สึกว่าความยุติธรรมไม่เคยมีอยู่จริง รวมตัวกันกลายเป็นความแค้นที่ฝังลึกถึงกระดูก
นี่คือจุดเปลี่ยน เมฆาจึงเดินทางเข้าป่าลึกที่ไม่มีใครกล้าเข้าไป เพื่อแสวงหาวิชาที่คนทั่วไปเกรงกลัว แลกทั้งจิตใจและวิญญาณ เพื่อเปลี่ยนตัวเองจากชายอ่อนแอ ให้กลายเป็นคนที่ไม่มีใครกล้ามาทำร้าย และรอวันที่จะได้คืนบัญชีแค้นทั้งหมด
กลับมาปัจจุบัน — ฉากต่อสู้
เมื่อเล่าความเป็นมาจบลง บรรยากาศกดดันจนอากาศแทบจะขาดหาย
“ฟังดูน่าสงสารจริง!” เจ้าพ่อสมศักดิ์ตะโกน พร้อมกับส่งพลังอาคมมืดสีดำสนิทพุ่งเข้ามาเต็มแรง
“แต่ความสงสารมันไม่ใช่อำนาจ! กูจะสอนให้รู้ว่า ใครกันแน่ที่ยิ่งใหญ่กว่ากัน!”
อาจารย์ดำร่ายคาถาทันที เสกงูไฟและเขี้ยวมีดลอยลมพุ่งเข้าหาทุกทิศทาง ส่วนเสนาธิการกำจรใช้เล่ห์เหลี่ยมซ่อนตัวโจมตีจากด้านหลัง
แต่เมฆาเพียงยืนนิ่ง ยกมือขึ้นช้าๆ พลังงานสีแดงฉานพุ่งออกมาทั่วร่าง กลายเป็นกำแพงป้องกันหนาทึบ คาถามืดทั้งหมดกระจายสลายไปในพริบตา
“ความโลภของ เหมือนตัวเงินตัวทอง หิวไม่เคยอิ่ม… สุดท้ายก็ตายเพราะสิ่งที่ตัวเองอยากกิน”
เมฆาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะกระตุกนิ้วเบาๆ
คานเหล็กขนาดใหญ่ในโรงงานก็บิดงอเคลื่อนที่ตามคำสั่ง ล้อมรอบอาจารย์ดำจนขยับไม่ได้ พลังอาคมสีแดงรัดร่างจนสิ้นใจทันที ส่วนเสนาธิการกำจรพยายามวิ่งหนี แต่ก็ถูกสายพลังดึงกลับมาติดกับเสาปูน รู้ตัวว่าหนีไม่รอด
เหลือเพียงเจ้าพ่อสมศักดิ์ เขาเร่งวิชาสูงสุดที่มี พลังมืดรวมกันเป็นลูกกลมใหญ่พุ่งเข้าหา แต่เมฆาก้าวเข้ามาตรงๆ ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ยกมือรับพลังนั้นไว้ ก่อนจะบีบมือแน่นจนพลังมืดแตกกระจายเป็นควัน
“เป็นไปไม่ได้… กูไม่ยอม!” เจ้าพ่อตะโกนด้วยความตื่นตระหนก
เมฆาก้าวเข้ามาใกล้ จับคอเสื้อยกขึ้นให้สบตากันอย่างใกล้ชิด เอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่สะท้อนทั้งความเจ็บปวดและความเด็ดขาด:
“เคยพูดว่าความดีไม่มีอำนาจ… แต่ลืมไปว่า ความเจ็บปวดที่สูญเสียทุกอย่าง มันคือพลังที่ไม่มีอะไรต้านทานได้ วันนี้ กูจะให้รู้สึกเหมือนกัน — สูญเสียทุกอย่าง จนเหลือแต่ความกลัวและความอับอาย เหมือนที่กูเคยรู้สึกมาแล้ว”
ด้วยการบีบมือเพียงครั้งเดียว พลังงานทั้งหมดพุ่งเข้าสู่ร่าง เจ้าพ่อสมศักดิ์ร้องโหยหวนดังลั่น ก่อนจะสิ้นใจลงกองกับพื้น ความเงียบกลับมาปกคลุมทั่วโรงงานเก่าอีกครั้ง
เมฆามองดูเหตุการณ์ตรงหน้า ไม่มีความสุขแม้แต่น้อย ได้ชำระแค้นสำเร็จ แต่สิ่งที่สูญเสียไปไม่มีวันหวนกลับ เขาเดินจากไปท่ามกลางแสงแดดที่ลอดผ่านรอยร้าว ทิ้งไว้เพียงบทเรียนที่ไม่มีใครกล้าลืม — อย่าคิดจะมาลองดี กับคนที่ไม่มีอะไรต้องเสียอีกต่อไป