Bloomberg ชี้ ไทย ดาวรุ่งเศรษฐกิจโลก ทั้งหุ้น AI และ ฐานการผลิตแห่งอนาคต

Bloomberg ชี้ไทยกำลังก้าวสู่ดาวรุ่งเศรษฐกิจโลก ทั้งหุ้น AI และฐานการผลิตแห่งอนาคต

ประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก หลังสำนักข่าว Bloomberg เผยแพร่บทวิเคราะห์ต่อเนื่อง 2 ชิ้น ที่สะท้อนบทบาทใหม่ของไทยในเศรษฐกิจโลก ทั้งในฐานะตลาดหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) และประเทศที่ถูกจับตาให้เป็นฐานการผลิตสำคัญแห่งใหม่ของโลก
รายงานแรกในหัวข้อ "Thailand Emerges as Southeast Asia's Surprise AI Stock Winner" ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังกลายเป็น "ผู้ชนะที่สร้างความประหลาดใจ" ในกระแสการลงทุนด้าน AI ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ระบบไฟฟ้าสำหรับ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยโดดเด่นกว่าหลายประเทศในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน Bloomberg ยังเผยแพร่บทวิเคราะห์อีกชิ้นในหัวข้อ "Thailand, Argentina Primed as Next Supply Chain 'Rising Stars'" ซึ่งมองว่า ประเทศไทยและอาร์เจนตินากำลังก้าวขึ้นเป็น "ดาวรุ่ง" ของห่วงโซ่อุปทานโลก ท่ามกลางแนวโน้มที่บริษัทข้ามชาติกระจายฐานการผลิตออกจากจีนเพื่อลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

บทวิเคราะห์ระบุว่า ไทยมีจุดแข็งจากระบบโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม อุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการลงทุนในภาคการผลิตยุคใหม่
เมื่อพิจารณาทั้งสองรายงานร่วมกัน จะเห็นว่า Bloomberg กำลังสะท้อนภาพเดียวกันในสองมิติ คือ ไทยได้รับประโยชน์จาก สองเมกะเทรนด์ของเศรษฐกิจโลก ได้แก่

การเติบโตของ AI Infrastructure ผ่านการลงทุนใน Data Center ระบบคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
การปรับโครงสร้าง Global Supply Chain ที่ทำให้ผู้ผลิตระดับโลกมองหาฐานการผลิตใหม่ที่มีเสถียรภาพและศักยภาพในการเติบโต
หากแนวโน้มดังกล่าวดำเนินต่อเนื่อง ไทยอาจได้รับทั้งเม็ดเงินลงทุนในภาคเทคโนโลยีและภาคการผลิตพร้อมกัน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว และยกระดับบทบาทของประเทศในห่วงโซ่อุปทานโลก

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ในระยะยาวยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการเปลี่ยนการลงทุนเหล่านี้ให้กลายเป็นการเติบโตของภาคธุรกิจ การจ้างงาน และผลิตภาพของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน


สาระสำคัญ

รายงานกล่าวถึงการที่บริษัทข้ามชาติเริ่มมองหา ฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานใหม่ หลังจากหลายปีที่พึ่งพาจีนเป็นหลัก โดยประเทศที่ถูกจับตามองมากขึ้น ได้แก่

ไทย
อาร์เจนตินา
ฟิลิปปินส์ (ในบางเวอร์ชันของพาดหัวข่าว)

เหตุผลที่ไทยถูกยกขึ้นมา ได้แก่
การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพิ่มขึ้น
ผู้ผลิตระดับโลกย้ายหรือกระจายฐานการผลิตมายังไทย
ไทยมีความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วน
การลงทุนใน Data Center และ Digital Infrastructure ช่วยเสริมความน่าสนใจของประเทศ
ไทยถูกมองว่าเป็นฐานการผลิตที่มีเสถียรภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค

ตลาดหุ้นไทยเป็น ตลาดที่ปรับตัวขึ้นดีที่สุดในอาเซียนในปี 2026 โดยดัชนี SET เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ณ เวลาที่รายงาน
ปัจจัยหลักมาจากการพุ่งขึ้นของ Delta Electronics (Thailand) ซึ่งผลิตระบบจ่ายไฟและอุปกรณ์สำหรับ AI Data Center ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 80% ในปีนี้ และกลายเป็นบริษัทไทยแห่งแรกที่มีมูลค่าตลาดเกิน 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Bloomberg Intelligence ให้มุมมองว่า แม้ไทยจะไม่มีบริษัทผลิตชิปขนาดใหญ่แบบไต้หวันหรือเกาหลีใต้ แต่ไทยมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน AI ผ่านธุรกิจ Data Center, Electronics, Power Systems และ Digital Infrastructure ทำให้นักลงทุนเริ่มมองหุ้นไทยในมุมใหม่
บทความยังกล่าวถึงหุ้นขนาดใหญ่ของไทยที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ADVANC, GULF, PTT และ Airports of Thailand โดยชี้ว่า Delta เป็นบริษัทเทคโนโลยีหลักที่ผลักดันตลาดในรอบนี้


Powered by Bloomberg

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่