หลังจากมีความสัมพันธ์กับชายที่แต่งงานแล้ว ยองฮี (คิมมินฮี จาก The Handmaiden) นักแสดงสาวชื่อดัง
ตัดสินใจที่จะใช้เวลาอยู่กับตัวเองสักพัก เธอเดินทางไปยังเมืองฮัมบวร์ก ประเทศเยอรมัน เพื่อไปพบกับเพื่อนเก่าที่อาศัยอยู่ที่นั่น..
เธอเฝ้าถามตัวเองถึงความสัมพันธ์และชีวิตของเธอในเวลานี้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
เธอคิดถึงเขามาก และเขาคนนั้นจะคิดถึงเธอมากเท่าที่เธอเป็นอยู่หรือไม่... ?
อนาคตจะเป็นอย่างไร..
On the Beach at Night Alone เป็นภาพยนตร์ดราม่าของเกาหลีใต้ปี 2017
เขียนบท ผลิต และกำกับโดย ฮองซางฮู ได้รับเลือกให้เข้าแข่งขันเพื่อชิงรางวัล Golden Bear
ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน ครั้งที่ 67 โดยที่ คิมมินฮี ได้รับรางวัลหมีเงินสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมอีกด้วย
สไตล์ภาพยนตร์ของฮองซางฮูนั้น มีเอกลักษณ์ชัดเจนอย่างมากครับ หนังแทบทุกเรื่องของเขามักประกอบด้วยช็อตเดียว
เริ่มต้นและสิ้นสุดด้วยการซูมกล้อง ..การถ่ายทำจะเน้นความเป็นธรรมชาติของบรรยากาศ ณ ช่วงเวลานั้นเป็นหลัก
เขาไม่ค่อยเตรียมสคริปต์ล่วงหน้าซึ่งนั่นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวัน บางทีก็ให้นักแสดงด้นสดไปเลยก็มี
หนังเรื่องนี้แบ่งการนำเสนอเป็นสองส่วน พาร์ทแรกในเมืองฮัมบวร์ก ประเทศเยอรมนี
และพาร์ทสองในเมืองริมทะเลของเกาหลีใต้อย่างคังนึง
เรื่องราวของยองฮี นักแสดงชื่อดังที่มีความสัมพันธ์กับผู้กำกับหนังที่มีครอบครัวแล้ว
กระแสข่าวทำให้เธอพักงานชั่วคราวและไปหาเพื่อนที่ต่างประเทศ
ก่อนจะกลับมาที่บ้านเกิดอีกครั้งเพื่อหวังเริ่มต้นใหม่ โดยได้กำลังใจจากคนรอบข้าง...
พาร์ทในเมืองนอก ยงฮีจะเป็นหญิงสาวที่ดูเหมือนได้ปลดปล่อยทุกอย่าง มีอิสระ ทำอะไรก็ไม่ต้องแคร์สายตาใคร (เพราะไม่มีคนรู้จัก)
แต่เมื่อกลับบ้านเกิดที่เกาหลีและมีการพบปะเพื่อนเก่า ในช่วงนี้หนังจะบอกชัดเจนว่า ยองฮีมีปัญหาจากกระแสข่าวต่างๆ
ซึ่งส่งผลต่ออาชีพการงานของเธอโดยตรง จนทำให้เธอต้องหยุดพักงานแสดง
(ชีวิตจริงก็เป็นแบบนั้น บรรดาสปอนเซอร์ที่เคยสนับสนุนเธอพากันถอนตัวเพียบ)
เราจะได้เห็นบทสนทนาระหว่างยองฮี กับกลุ่มคนที่เธอคุ้นเคย ซึ่งแทบทั้งหมดจะเป็นการพูดคุยกันในวงเหล้าแทบทั้งสิ้น..
จากคนที่อ่อนน้อมถ่อมต้น แต่เมื่อเหล้าเข้าปาก อารมณ์ของเธอจะค่อยๆไต่ระดับไปเรื่อยๆ
จนพีคถึงจุดที่ทำให้บรรยากาศอึดอัดอย่างถึงที่สุด จากนั้นตัวเธอเองก็จะทำให้ทุกอย่างคลายลงมา... (อารมณ์คนเมาได้ระบายความอัดอั้นตันใจ)
แน่นอนว่าเมื่อหนังเรื่องนี้ออกฉาย ทุกฝ่ายย่อมเข้าใจว่านี่คือหนังที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนทั้งคู่ออกมาในแผ่นฟิล์ม
โดยมีคิมมินฮี เป็นตัวเดินเรื่องหลัก ซึ่งทางผู้กำกับก็เผยว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำหนังอัตชีวประวัติของใครออกมาเลย
หากเขาก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ทั้งเขาและคิมมินฮี เราทั้งคู่มีความรักต่อกันอย่างแท้จริง..
ที่ผ่านมา เราก็ได้รับทราบข่าวนี้มาตลอด เพราะมันก็เรื่องเมื่อ 8 ปีที่แล้วได้ ฮองซางซู คือผู้กำกับชาวเกาหลีใต้ที่มีผลงานต่อเนื่อง
แต่เขากลับกลายเป็นข่าวอื้อฉาว เมื่อเปิดตัวคบหากับดาราสาว คิมมินฮี ที่อายุน้อยกว่าเขา 20 ปี
ทั้ง ๆ ที่เขาเองก็มีภรรยาอยู่แล้ว จนกลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่จนวงการบันเทิงเกาหลีแทบสะเทือน
แต่อย่างว่าล่ะครับ เมื่อคนสองคนที่มีความรู้ที่ตรงกันอะไรจะห้ามไว้ก็คงไม่อยู่แล้ว
ความสัมพันธ์ของพวกเขายังคงเดินหน้าต่อจนถึงทุกวันนี้ และงานหนังหลังจากนั้นของฮองซางฮู ก็มีคิมมินฮี อยู่ด้วยแทบทุกเรื่องของเขา
ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง.. และผลงานของฮองซางฮู ก็ถือเป็นขาประจำของงานเทศกาลหนังที่เบอร์ลินและคานส์ทุกเรื่องเช่นกัน...
On the Beach at Night Alone นั้นจึงเปรียบเสมือนกับการได้ปลดปล่อยความรู้สึก
และคำสารภาพของคนทั้งคู่ และทำให้เราเข้าใจพวกเขาทั้งสองมากขึ้นจริงๆ...
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===
== On the Beach at Night Alone (2017) คำสารภาพและความในใจของคิมมินฮี ==
หลังจากมีความสัมพันธ์กับชายที่แต่งงานแล้ว ยองฮี (คิมมินฮี จาก The Handmaiden) นักแสดงสาวชื่อดัง
ตัดสินใจที่จะใช้เวลาอยู่กับตัวเองสักพัก เธอเดินทางไปยังเมืองฮัมบวร์ก ประเทศเยอรมัน เพื่อไปพบกับเพื่อนเก่าที่อาศัยอยู่ที่นั่น..
เธอเฝ้าถามตัวเองถึงความสัมพันธ์และชีวิตของเธอในเวลานี้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
เธอคิดถึงเขามาก และเขาคนนั้นจะคิดถึงเธอมากเท่าที่เธอเป็นอยู่หรือไม่... ?
อนาคตจะเป็นอย่างไร..
On the Beach at Night Alone เป็นภาพยนตร์ดราม่าของเกาหลีใต้ปี 2017
เขียนบท ผลิต และกำกับโดย ฮองซางฮู ได้รับเลือกให้เข้าแข่งขันเพื่อชิงรางวัล Golden Bear
ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน ครั้งที่ 67 โดยที่ คิมมินฮี ได้รับรางวัลหมีเงินสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมอีกด้วย
สไตล์ภาพยนตร์ของฮองซางฮูนั้น มีเอกลักษณ์ชัดเจนอย่างมากครับ หนังแทบทุกเรื่องของเขามักประกอบด้วยช็อตเดียว
เริ่มต้นและสิ้นสุดด้วยการซูมกล้อง ..การถ่ายทำจะเน้นความเป็นธรรมชาติของบรรยากาศ ณ ช่วงเวลานั้นเป็นหลัก
เขาไม่ค่อยเตรียมสคริปต์ล่วงหน้าซึ่งนั่นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทั้งวัน บางทีก็ให้นักแสดงด้นสดไปเลยก็มี
หนังเรื่องนี้แบ่งการนำเสนอเป็นสองส่วน พาร์ทแรกในเมืองฮัมบวร์ก ประเทศเยอรมนี
และพาร์ทสองในเมืองริมทะเลของเกาหลีใต้อย่างคังนึง
เรื่องราวของยองฮี นักแสดงชื่อดังที่มีความสัมพันธ์กับผู้กำกับหนังที่มีครอบครัวแล้ว
กระแสข่าวทำให้เธอพักงานชั่วคราวและไปหาเพื่อนที่ต่างประเทศ
ก่อนจะกลับมาที่บ้านเกิดอีกครั้งเพื่อหวังเริ่มต้นใหม่ โดยได้กำลังใจจากคนรอบข้าง...
พาร์ทในเมืองนอก ยงฮีจะเป็นหญิงสาวที่ดูเหมือนได้ปลดปล่อยทุกอย่าง มีอิสระ ทำอะไรก็ไม่ต้องแคร์สายตาใคร (เพราะไม่มีคนรู้จัก)
แต่เมื่อกลับบ้านเกิดที่เกาหลีและมีการพบปะเพื่อนเก่า ในช่วงนี้หนังจะบอกชัดเจนว่า ยองฮีมีปัญหาจากกระแสข่าวต่างๆ
ซึ่งส่งผลต่ออาชีพการงานของเธอโดยตรง จนทำให้เธอต้องหยุดพักงานแสดง
(ชีวิตจริงก็เป็นแบบนั้น บรรดาสปอนเซอร์ที่เคยสนับสนุนเธอพากันถอนตัวเพียบ)
เราจะได้เห็นบทสนทนาระหว่างยองฮี กับกลุ่มคนที่เธอคุ้นเคย ซึ่งแทบทั้งหมดจะเป็นการพูดคุยกันในวงเหล้าแทบทั้งสิ้น..
จากคนที่อ่อนน้อมถ่อมต้น แต่เมื่อเหล้าเข้าปาก อารมณ์ของเธอจะค่อยๆไต่ระดับไปเรื่อยๆ
จนพีคถึงจุดที่ทำให้บรรยากาศอึดอัดอย่างถึงที่สุด จากนั้นตัวเธอเองก็จะทำให้ทุกอย่างคลายลงมา... (อารมณ์คนเมาได้ระบายความอัดอั้นตันใจ)
แน่นอนว่าเมื่อหนังเรื่องนี้ออกฉาย ทุกฝ่ายย่อมเข้าใจว่านี่คือหนังที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนทั้งคู่ออกมาในแผ่นฟิล์ม
โดยมีคิมมินฮี เป็นตัวเดินเรื่องหลัก ซึ่งทางผู้กำกับก็เผยว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำหนังอัตชีวประวัติของใครออกมาเลย
หากเขาก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ทั้งเขาและคิมมินฮี เราทั้งคู่มีความรักต่อกันอย่างแท้จริง..
ที่ผ่านมา เราก็ได้รับทราบข่าวนี้มาตลอด เพราะมันก็เรื่องเมื่อ 8 ปีที่แล้วได้ ฮองซางซู คือผู้กำกับชาวเกาหลีใต้ที่มีผลงานต่อเนื่อง
แต่เขากลับกลายเป็นข่าวอื้อฉาว เมื่อเปิดตัวคบหากับดาราสาว คิมมินฮี ที่อายุน้อยกว่าเขา 20 ปี
ทั้ง ๆ ที่เขาเองก็มีภรรยาอยู่แล้ว จนกลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่จนวงการบันเทิงเกาหลีแทบสะเทือน
แต่อย่างว่าล่ะครับ เมื่อคนสองคนที่มีความรู้ที่ตรงกันอะไรจะห้ามไว้ก็คงไม่อยู่แล้ว
ความสัมพันธ์ของพวกเขายังคงเดินหน้าต่อจนถึงทุกวันนี้ และงานหนังหลังจากนั้นของฮองซางฮู ก็มีคิมมินฮี อยู่ด้วยแทบทุกเรื่องของเขา
ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง.. และผลงานของฮองซางฮู ก็ถือเป็นขาประจำของงานเทศกาลหนังที่เบอร์ลินและคานส์ทุกเรื่องเช่นกัน...
On the Beach at Night Alone นั้นจึงเปรียบเสมือนกับการได้ปลดปล่อยความรู้สึก
และคำสารภาพของคนทั้งคู่ และทำให้เราเข้าใจพวกเขาทั้งสองมากขึ้นจริงๆ...
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===